บทนำ

1977 Words
หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามราวกับเทพเซียน แต่ร่างกายกับผอมแห้งมีเพียงหนังหุ้มติดกระดูกเท่านั้น นางคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของอดีตท่านแม่ทัพหยาง หยางเหมยอวี้ นางถูกคุมขังนานนับเดือน ได้กินข้าวเพียงวันละหนึ่งมื้อเท่านั้น นางเดินออกจากคุกด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แม้นางจะเคียดแค้นมากสักเพียงใด แต่นางก็ไม่สามารถทำอันใดได้ นางได้รับการแต่งตั้งให้เป็นว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท แต่นางไม่ได้อยากเป็นมันเลยสักนิด พวกมันจึงใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำทำร้ายนาง ทำให้นางตกเป็นตัวร้ายของเรื่องนี้ เพียงเพราะนางไปเป็นเสี้ยมหนามขว้างทางพวกมัน หญิงสาวมองไปรอบ ๆ เห็นบิดาคุกเข่าอ้อนวอนต่อคนพวกนั้น แต่พวกมันก็ไม่ชายตาแลบิดาของนางเลยแม้แต้น้อย หยางเหมยอวี้ พยามยามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมานางจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดได้เห็น หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง แม้ในใจจะเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดกรีดสักเพียงใด หญิงสาวถูกนำตัวไปมัดไว้กลางลานประหาร นางต้องตายด้วยข้อหาและความผิดที่นางไม่ได้เป็นคนก่อ นางหวนกลับไปคิดถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้. นางถูกกล่าวหาว่าคบกับชายอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ทว่าข้อหาเพียงเท่านี้มันกลับไม่เพียงพอ ที่จะทำให้นางต้องถูกลงโทษหนักขนาดนี้ พวกมันจึงใส่ร้ายว่านางนั้นบูชาภูตผีปีศาจ หากปล่อยไว้จะต้องทำให้แคว้นต้องพบเจอกับหายนะครั้งยิ่งใหญ่ ฟ้าดินจะต้องลงโทษ ไม่นานนักข่าวลือเรื่องนี้ก็ถูกแพร่กระจายออกไป ทำให้ชาวเมืองต่างพากันหวาดกลัว และรวมตัวกันบุกเข้าไปในจวนสกุลหยางเพื่อดูให้เห็นกับตาว่า สิ่งที่ถูกเล่าลือนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ทหารยามของสกุลหยางไม่กล้าทำรุนแรง จึงพยายามกันไม่ให้คนเหล่านั้นเข้าไปในจวนได้ แต่ก็ไม่สามารถต้านคนหมู่มากได้ ตอนนี้ในจวนไม่มีทหารฝีมือดีอยู่เลย ทันทีที่พวกเขาผลักประตูเข้าไปในห้องนอนของนาง ภาพที่พวกเขาเห็นก็ทำให้ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะภายในห้องนอนล้วนเต็มไปด้วยเครื่องรางและของบูชามากมาย ภาพของภูตผีถูกห้อยอยู่ทั่วห้อง ทำให้ทุกคนต่างเชื่ออย่างสนิทใจกับข่าวที่ได้รู้มา หญิงสาวเจ้าของห้องยังคงนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว เสี่ยวอ้าย สาวใช้ข้างกายร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พยายามปลุกนายสาวให้ตื่น แต่ก็ไม่เป็นผล นางหลับไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ และตกใจตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องก็ต้องตกใจ เพราะภาพที่เห็นนั้นบัดนี้กับแปลเปลี่ยนไป นางทั้งมึนงงและสับสนว่านี้มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดห้องนอนของคุณหนูถึงได้มีแต่สิ่งที่น่ากลัวเช่นนี้ นางพยายามมองหาผู้ที่จะสามารถช่วยนางได้แต่ก็ไม่มี นายท่านก็ไม่อยู่ในจวน เหล่าคุณชายก็เช่นกัน พวกเขาออกเดินทางไปปราบกบฏที่ชายแดนทิศบูรพา ปล่อยให้คุณหนูอยู่ในจวนเพียงคนเดียว หยางเหมยอวี้ ตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง นางมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดห้องของนางจึงมีสภาพแบบนี้ นางมองไปยังคนที่เข้ามาบุกรุกห้องนอนของนางด้วยสายตาหวาดกลัว พวกเขามองมาที่นางด้วยสายตารังเกียจปนหวาดกลัว ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดที่สามารถช่วยเหลือนางได้เลย บิดาของนางเร่งเดินทางออกไปช่วยพี่ชาย จึงต้องพาทหารติดตามไปด้วย เหลือเพียงทหารไม่กี่คนที่อยู่ในจวน พวกเขาเตรียมตัวที่จะเดินเข้ามากำจัดนางด้วยความโกรธแค้น พวกเขาไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับแคว้นซ่งอย่างแน่นอน พวกเขาเตรียมตัวที่จะเข้าไปกำจัด ด้วยความโกรธแค้น พวกเขาไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับแคว้นซ่งอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตไปมากกว่านี้ ทหารจากวังหลวงก็เข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่จะนางจะถูกคุมตัวไปที่คุกหลวงเพื่อรอการตัดสิน พวกเขาตัดสินว่านางมีความผิดจริง ฮ่องเต้ให้โหราจารย์ตรวจดูดวงชะตา ว่าเรื่องที่นางทำนั้นส่งผลกระทบกับดวงชะตาของเมืองหรือไม่ ก่อนที่ผลจะออกมาว่าเรื่องที่นางทำนั้นมีผลกระทบต่อแคว้นอย่างร้ายแรง หากไม่รีบจัดการนาง เกรงว่าบ้านเมืองอาจจะต้องพบเจอกับหายนะ และล่มสลายอย่างแน่นอน และเหล่าขุนนางต่างออกมาเรียกร้องให้เผานางทั้งเป็น เพื่อเป็นการเซ่นสังเวยต่อฟ้าดิน หยางเหมยอวี้เมื่อได้ยินคำตัดสินก็ร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง นางไม่ได้ทำเรื่องอย่างที่ถูกกล่าวหา เหตุใดนางต้องมารับกรรมในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อด้วย หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างหนัก น้ำตาของนางไหลรินอย่างไม่ขาดสาย นี้นางจะต้องตายจริง ๆ อย่างนั้นหรือ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมกับนางเอาเสียเลย หญิงสาวร้องไห้อยู่หลายวัน จนไม่มีน้ำตาจะไหล ร่างกายของนางซูบผอมลงเป็นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยสวยงามก็ค่อย ๆ หม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด นางนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้นมาหลายชั่วยาม พลางคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ และได้แต่สงสัยว่าตนนั้นทำผิดพลาดเรื่องอะไรกันแน่ เหตุใดเรื่องเช่นนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับนาง บิดาก็เร่งออกเดินทางอย่างไม่บอกไม่กล่าว เกรงว่าพี่ชายของนางทั้งสองคนจะต้องเกิดเรื่องเป็นแน่ ดูเหมือนว่าเรื่องทุกอย่างมันจะลงตัวเกินไป เพียงแค่บิดาของนางออกเดินไปได้แค่ไม่นาน พวกมันก็บุกเข้ามาจับตัวนาง คล้ายกับว่าพวกมันได้วางแผนมาเป็นอย่างดี หยางเหมยอวี้นั่งคิดทบทวนอยู่นาน หลังจากที่นางได้รับสมรสพระราชทาน เรื่องทุกอย่างก็เริ่มเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวนางถูกปล่อยออกออกมาเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน จนบิดาของนางเดินทางออกจากเมืองหลวงไป แล้วข่าวลือเรื่องที่นางบูชาภูตผีปีศาจก็ถูกปล่อยออกไปอีกครั้ง แต่คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะกระทำรุนแรงกับนางถึงเพียงนี้ พลันน้ำตาของนางก็กลับมาไหลอีกครั้ง หลังจากที่เหือดแห้งไม่นาน นางรู้อยู่ว่าเขามีสตรีที่ปักใจรักอยู่แล้ว นางก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งตำแหน่งว่าที่พระชายามาเสียหน่อย เขาอยากให้สตรีผู้นั้นเป็นพระชายาเอก เหตุใดจึงไม่ไปร้องขอบิดาของเขา มาลงมือโหดเหี้ยมกับนางเช่นนี้ทำไม แต่ก็ไม่แปลกที่เขาจะเลือกลงมือรุนแรง เพราะนางกับสตรีผู้นั้นไม่ลงรอยกัน พวกนางต่างพากันแย่งชิงความโดดเด่น และสุดท้ายก็เป็นนางที่ชนะทุกครั้ง ทำให้ฟานเจียวจิง โกรธแค้นเป็นอย่างมาก และพยายามเอาชนะมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เป็นผล มันยิ่งเพิ่มทวีความเกลียดชังที่ฟานเจียวจิงมีให้นางมากขึ้น หวางเหมยอวี้เป็นสตรีที่ปากร้าย นางคิดอย่างไรก็พูดออกไปอย่างนั้น ไม่มีความอ่อนหวาน และไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด จึงจำให้สตรีส่วนมากไม่ค่อยชอบนางเท่าใดนัก หญิงสาวเอาแต่นั่งนิ่งไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แม้ใบหน้าของนางจะเรียบนิ่งตลอดเวลา แต่ในใจกับร้อนรุ้มดั่งถูกไฟเผา นางไม่สามารถวางความแค้นลงได้ แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน นางถูกขังอย่างทุกข์ทรมานอยู่นานนับเดือนกว่าจะถูกลงโทษ เพราะพวกเขาต้องหาฤกษ์ยามในการทำพิธี เพื่อไม่ให้มีเรื่องอันใดผิดพลาด สติของหญิงสาวกลับมาอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน คนพวกนั้นกำลังทำพิธีอยู่ ตอนนี้มีเพียงองค์รัชทายาที่อยู่ในลานพิธี ส่วนขุนนางคนอื่น ๆ และชาวเมืองต่างรอชมพิธีอยู่รอบนอก บิดาของนางที่เร่งเดินทางกลับมาก็ถูกพาตัวออกไปจากบริเวณนี้ สกุลหยางมีความชอบมากมาย หากไม่มีสกุลหยาง ชายแดนทิศบูรพาคงไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ แต่เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อแว่นแคว้น พวกเขาจึงต้องลงมือ พิธีการดำเนินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการเผาหยางเหมยอวี้ทั้งเป็น โหราจารย์ ถือคบเพลิงเข้าใกล้หญิงสาวที่ถูกมัดเอาไว้ เขามองนางด้วยสายตาเย้ยหยัน มาขัดขว้างทางเดินของผู้อื่น จุดจบก็เป็นเช่นนี้ เขาโยนไฟลงไปในกองไม้ ไฟลุกโหมอย่างรุนแรง เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเดินจากไป นางกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ในตาของนางแดงกล่ำ ก่อนจะมองตรงไปที่องค์รัชทายาทที่ยืนมองนางด้วยสายตาเรียบนิ่ง “ซ่งเฉินคุน ข้าไม่เคยทำอะไรเจ้า แต่เจ้ากับทำร้ายข้าได้อย่างเลือดเย็น ข้าขอสาบาน แม้ข้าจะตายกลายเป็นผี ข้าก็จะกลับมาจัดการกับเจ้าให้จงได้” น้ำเสียงของนางที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความแค้น หญิงสาวกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด คนที่ทำให้นางต้องตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ มันจะต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ไม่นานนักเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานของนางก็ได้เงียบเสียงลง ทันทีที่สิ้นเสียงกรีดร้องของนาง เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นเสียงดังอย่างน่ากลัว ลมพัดขึ้นรุนแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ไฟที่ถูกจุดยิ่งทวีความรุนแรง ราวกับรับรู้ในสิ่งที่นางต้องการจะขอร้อง ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างก็พากันหวาดกลัว เรื่องแบบนี้พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน น้ำเสียงที่นางกล่าวมานั้นพวกเขาล้วนได้ยินกันทุกคน เพียงแค่น้ำเสียงของนางก็ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะมองไปยังกองเพลิงนั้นอีก ไฟยังคงลุกไหม้อย่างโหมกระหน่ำ แต่กับไม่มีเสียงร้องของหญิงสาวดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย นางกัดฟันอดทนอย่างถึงที่สุด แม้จะรู้สึกร้อนสักเพียงใด นางก็ไม่คิดที่จะร้องขอความเห็นใจจากพวกมัน น้ำตาแห่งความเคียดแค้นยังคงไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ภายในใจได้แต่นึกสาปแช่งพวกมัน เนื้อตัวของนางถูกแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่ผิวหนัง นางกัดริมฝีปากเพื่อข่มกลั่นความเจ็บปวดจนมาถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต แค้นนี้นางไม่มีวันลืม หากได้มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง พวกมันทุกคนที่ทำกับนางจะต้องได้รับการสะสางอย่างแน่นอน เสียงฟ้าร้องยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลมพายุก็พัดรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม ผ่านไปได้ไม่นานฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว เพราะหญิงสาวตัวผอมแห้งที่อยู่กลางกองไฟได้สิ้นใจไปเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD