บทที่4) เสียเชิงชาย
“อ้าวเฮ้ย! อย่ามาแตะนะเว้ยข้าเตะไส้ไหลจริงๆ ด้วยนะ”
“ข้าแค่…ข้าแค่จะ” ผมที่พึ่งจะรู้ตัวว่าในตอนนี้ตัวเองกำลังเดินเข้าไปประชิดตัวของอีกฝ่าย ซ้ำยังจะแตะเนื้อต้องตัวของเขาอีกต่างหากก็ถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว
แม่ง! เสียเชิงสมศักดิ์ฉิบหายเลย
“แล้วเอ็งมีธุระอะไรถึงได้มาขอพบข้าเป็นการส่วนตัว”
“ก็…ข้าแค่จะมาแจ้งว่าข้าไม่รับเงินรางวัลปลอบใจ และ…และข้าก็ขอไม่รับไอ้วัวอัปมงคลตัวนั้นกลับไปเหยียบที่ค่ายของข้าด้วย!” ก็ใช่ว่าอยากจะติดอ่างหรอกนะ… แต่คนมันยังตกใจไงก็เลยควบคุมตัวเองไม่ได้ต่างหากเล่า!
“อ๋อ…เข้าใจแล้ว ไอ้เฉิน ส่งแขก”
“ขอรับคุณแก้วตา”
“จะไปไหน! ข้ายังคุยกับเอ็งไม่รู้เรื่องเลยนะ”
ผม! ในฐานะสมศักดิ์ที่ไม่เคยมีมันผู้ใดกล้าเมินเฉยใส่มาก่อน รีบตรงเข้าไปกระชากแขนเล็กๆ นั้นที่กำลังเดินหน้าหนีผมไปในทันที
ผลั๊วะ!
“ไอ้ห่า! ลูกโคตรพ่อโคตรแม่เอ็งไม่สั่งสอน! มือเอ็งไม่ได้จิ้มจิ๋มแม่เอ็งมารึไงมันถึงได้หาเรื่องชาวบ้านเขาอยู่ได้ไม่หยุดหย่อน!” ก่อนที่การกระทำอันป่าเถื่อนนั้นจะส่งผลให้อีกฝ่ายหันขวับกลับมาประทับกำหมัดหนักๆ ลงมาบนหน้าของไอ้สมศักดิ์เต็มแรงจนเลือดออกจมูก!
เวร! สู้คนซะด้วย!
“เอ็งหยามข้าก่อน” แม้จะกลัวเลือดตัวเองจนแทบจะวูบอยู่ร่อมร่อ แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่าคนอย่างสมศักดิ์ไม่มีวันที่จะยอมพ่ายแพ้ให้กับยัยหน้าปลาปักเป้าความสูงเท่าข้อศอกหมาคนนี้อย่างแน่นอน!
“ข้าไปหยามเอ็งตอนไหน!”
“ก็เอ็งมอบเงินรางวัลปลอบใจอะไรนั่นให้ข้า! เอ็งกะจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่แพ้อย่างนั้นใช่ไหมเล่ายัยคนบ้า” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตั้งคำถามออกมาแบบนั้น ผมเองก็ไม่รอช้าที่จะสวนกลับไปอย่างทันควันตามสเต็ปผู้ชายปากไวเช่นเดียวกัน
“เอ็งสิบ้า! คนเรามันต้องมีเนื้อสมองน้อยแค่ไหนถึงจะมีความคิดซกมกจกเปรตแบบที่เอ็งกำลังคิดได้! แต่ช่างแม่งเหอะ! ไม่เอาก็ไม่เอาแล้วก็ช่วยไสหัวเอ็งออกไปจากบ่อนของข้าด้วย พอดีว่าเหม็นขี้หน้าเว้ย!”
โดยปกติแล้วโดนไล่แล้วก็ต้องรีบไปใช่ไหม...? แต่โทษทีคำนี้มันใช้ไม่ได้กับสมศักดิ์ครับบอกเลย!
ชื่อสมศักดิ์ที่แปลว่าหน้าด้านหน้าทนครับผม!
“ข้าไม่ไป… ข้าซื้อตั๋วเข้ามา ข้ามีสิทธิ์ที่จะยืนอยู่ในนี่ ข้าไม่ยอมเอ็งหรอก!”
“ข้าจะคืนเงินให้ ห้าหมื่นขนหน้าแข้งปู่ข้าไม่ร่วงหรอก”
“ที่แท้ก็...เกาะปู่กินสินะ”
“ไปเกาะพ่อเกาะแม่เอ็งแดกวันไหนแล้วค่อยมาพูด”
“เอ้าอีนี่! เดี๋ยวพ่อตบเลือดกลบปาก!”
ผลั๊วะ!
“มึงไม่ตายดีแน่ไอ้หนุ่ม รู้จักอีแก้วตาน้อยไปซะแล้ว!”
...
“ฉิบหายแล้ว เมื่อนายกูไม่รู้จักฤทธิ์เดชคุณแก้วตา!” ฝ่ายโอเล่ที่สังเกตได้ว่าสมศักด์นั้นได้เข้ามาด้านในห้องนานจนผิดวิสัยจึงถือวิสาสะแง้มบานประตูเข้ามาเพื่อดูความเป็นไปของสมศักดิ์ ก่อนที่โอเล่จะพบว่าร่างสูงใหญ่ของนายนั้นกำลังถูกคนที่ตัวเล็กกว่าคร่อมอยู่ด้านบนพร้อมกับกระหน่ำกำปั้นเข้าใส่ใบหน้าของอันหล่อเหลาของเจ้านายเขาอย่างไม่บันยะบันยัง
“นะ…นายครับ!”
“อ้าว… อีตาปากเปราะคนนี้เป็นเจ้านายของโอเล่เหรอคะ”
ผม…ที่ในตอนนี้ตกอยู่ในสภาพเบ้าตาบวมช้ำ มองไปยังยัยผู้หญิงใจโฉดกับไอ้เลขาฯ หน้าโง่สลับกันด้วยความขุ่นแค้น กับข้านี่พูดจาทีแทบจะแดกหัว ทีกับไอ้โอเล่ทั้งอ่อนทั้งหวานเหมือนนางงามจักรวาลเลยนะเอ็ง! เจ็บใจฉิบหาย!
“คะ…ครับ”
“โอเล่หิวไหมคะ… ไปทานข้าวกันดีกว่าเนอะ”
“แฮ่ม!” ก็ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะหรอกนะ แต่… แต่ยัยบ้านี่มันกำลังจะแย่งเลขาฯ ของผมไปแบบหน้าด้านๆ ไง ก็เลยต้องดักคอเอาไว้ก่อน!
“ไม่ตายหรอก เดี๋ยวข้าจะให้พยาบาลแสนสวยจากโรงพยาบาลของข้ารักษาให้ก็แล้วกันนะ ไปกันเถอะค่ะโอเล่ขา”
ครู่ต่อมา…
ในตอนนี้ผมกำลังนอนเป็นผักอยู่ในห้องพยาบาลเพื่อรอรับการรักษาแผลบริเวณเบ้าหน้า ส่วนต้นเหตุของปัญหาในตอนนี้หล่อนได้ควงไอ้โอเล่หายหัวไปที่ไหนแล้วก็ไม่รู้!
แอด…
เสียงประตูที่คล้ายว่าจะพังลงมารอมร่อที่ถูกเปิดเข้ามานั้นเรียกความสนใจจากผมที่กำลังนอนซมเพราะพิษบาดแผลได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“อี๋…” ก่อนที่ผมจะปิดตาหยีลงแทบไม่ทันเมื่อได้เห็นเต็มตาว่าหล่อนนั้นสวมใส่ชุดคอสเพลย์พยาบาลมาเพื่อทำการรักษาแผลให้กับผม ไม่แน่ใจว่าหล่อนจะรู้ตัวไหม แต่สมศักดิ์ขอพูดหน่อยละกัน…
“นี่อีหนู ชุดเอ็งมัน…ทุเรศลูกตาข้าแท้ว่ะ ในฐานะผู้ชายข้าขอพูดตรงๆ นะว่าต่อให้เบ้าหน้าเอ็งสวยแต่ถ้าหากเอ็งมีพฤติกรรมฉาบฉวยแบบนี้ ผู้ชายมันก็คงจะไม่โง่เอาเอ็งมาทำเมียหรอก อย่าว่าแต่ทำเมียเลยนะ ให้ข้าฟรีๆ ข้ายังไม่เอาเลย”
“อึก…” เสียงกลืนน้ำลายลงคอดังซะขนาดนั้น หล่อนก็คงจะเจ็บจนสะอึกแหละ แต่คนอย่างสมศักดิ์มีหรือจะสน
“วางชุดปฐมพยาบาลลงเถอะอีหนู ข้าจัดการตัวเองได้ ส่วนเอ็ง…จะไสหัวไปไหนก็ไป”
ชื่อสมศักดิ์ที่แปลว่าปากปีจอ ฮ่าๆ 🤣