แค่ต้องการให้มันเสียดาย

797 Words
พูดจบเจ้าจันทร์ก็เดินผ่านร่างสูง ที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนบาง อีกทั้งทรงผมก็ยังดูยุ่งเหยิงไม่สร่าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูหล่อมากอยู่ดี “เดี๋ยว!..” แต่หญิงสาวยังไม่ทันได้ก้าวพ้นขอบประตู จู่ๆ หูกระเป๋าเป้ที่ใส่อุปกรณ์ก็ถูกมือใหญ่ดึงเอาไว้ จนอีกฝ่ายเซถลาถอยกลับมาทันที “อะไรอีกวะลูกศร!? “.....สั้นไปมั๊ย!?” !!! นัยน์ตาคมกวาดมองคนตัวเล็กกว่าเร็วๆ ก่อนที่มันจะเลื่อนขึ้นมามองหน้าเจ้าของร่างบางนิ่งๆ “คนกำลังมีความรักเขาต้องแต่งหน้า แต่งตา แล้วก็แต่งตัวกันขนาดนี้เลยเหรอวะ?” ริมฝีปากอิ่มบางขบเม้มเข้าหากันทันทีที่ได้ยินประโยคคำถามนี้จากคนตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับไป “ กระโปรงที่แกใส่สั้นยังไม่พอ? แกยังจะผ่าขึ้นไปให้มันเห็นไปถึงไหนๆ อีกรึไงฮะ!...” “แล้วมันไปหนักส่วนไหนของแกไม่ทราบ?” เจ้าจันทร์สวนกลับไปทันทีอย่างที่เห็น เพราะเธอไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของใครหน้าไหนทั้งนั้นแล้วในตอนนี้... หญิงสาวรู้ดีและเข้าใจทุกอย่างที่คันศรว่ามานั่นแหละ แต่เจ้าจันทร์ก็แค่อยากจะเปลี่ยนลุคตัวเองให้มันดูน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น จากที่เคยไว้ผมสั้น หญิงสาวก็ปล่อยให้มันยาวอย่างที่มันเคยบอกว่ามันชอบไง... จากใบหน้าสดใสปราศจากเครื่องสำอางใดๆ เธอก็แต่งแต้มให้มันดูดี มีชีวิตชีวิตขึ้นมาบ้าง... กระทั่งชุดที่เคยใส่แบบสบายๆ ไม่เคยให้ใครได้เห็นขาอ่อน แต่มาตอนนี้เจ้าของร่างบางก็อยากจะอวดให้ใครๆ ได้เห็นบ้างว่าเธอน่ะมีดีแค่ไหน? สุดท้ายที่ทำไปทั้งหมดก็แค่อยากให้มันเห็นเธออยู่ในสายตา ไม่ใช่ชมแต่ผู้หญิงอื่นต่อหน้าให้เธอได้ยิน... ไหนมึงบอกว่าต้องการจะถอยออกมาจากความรู้สึกเก่าๆ ไม่ใช่รึไง...? ใช่... ก็แค่ต้องการให้มันเสียดาย... หรือไม่... มันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยจริงๆ... “นั่นสินะ แกจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องของแก ตัวแกนี่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย...” นี่ไง...คือคำตอบที่เธอได้มา.... “ในเมื่อไม่เกี่ยวกัน ต่อไปฉันจะได้ไม่ต้องอาศัยรถแกไปมหาลัยทุกวัน เริ่มจากวันนี้เลยก็แล้วกัน” เอ่ยจบเจ้าจันทร์ก็เดินหายออกไปจากห้อง โดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อจากนั้น ไม่ยอมหันมามองคนข้างหลัง จึงไม่เห็นว่าตอนนี้คิ้วเข้มของร่างหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะรวมเป็นเส้นเดียว... อะไรที่ทำให้เจ้าจันทร์เพื่อนของเขา เปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นเชียว? “ไอ้เหี้ยศร! มึงไปทำอะไรมันอีกแล้ววะถึงได้งอนแล้วพาลไม่รับโทรศัพท์ของพวกกูไปด้วยเนี่ย?” โชกุนต่อว่าทันทีที่เห็นหน้าคันศรนั่งรอเขากับใต้ฝุ่น อยู่ในโรงอาหารของมหาลัยในช่วงเวลาพักกลางวัน ทั้งสองคนรู้เพียงคร่าวๆ เท่าที่คันศรเล่าให้พวกเขาฟังทางโทรศัพท์ แต่เมื่อโทรไปหาเจ้าจันทร์ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมรับสายของพวกเขาเลย ทะเลาะกันอีกตามเคยนะสิแบบนี้น่ะ แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงมากแค่ไหน? “เรียกร้องความสนใจไง ช่างแม่งเหอะ!” คันศรตอบเพื่อนกลับไปเสียงห้วนตึง “กูก็เห็นมึงพูดแบบนี้ทุกที...แล้วอย่ามาโอดครวญให้พวกกูได้ยินละ” ใต้ฝุ่นว่า ในขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โชกุน ที่อยู่ตรงข้ามกับคันศร ที่ตอนนี้มันกำลังทำหน้ายับย่นราวกับคนเพิ่งตื่นนอน “มึงเล่าให้พวกกูฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ ว่าพวกมึงทะเลาะห่าอะไรกันอีก” โชกุนพูดต่อ และรอให้อีกฝ่ายหนึ่งพูดออกมา แต่มันก็มักจะลีลา แบบเนี่ย... “กูขอกินข้าวก่อนแล้วค่อยเล่า...” “มึงไม่ต้องแดกแล้วไอ้ศร!” ใต้ฝุ่นว่าพร้อมกับเลื่อนจานข้าวตรงหน้าของคันศรออกแล้วพูดต่อ “กูรู้ว่ามึงคงแดกไม่ลงหรอกมั้ง ทำหน้ายังกะคนแบกโลกไว้ซะขนาดนั้น” “มึงดูกูออก?” คันศรเอ่ยถาม พลางเสสายตาไปอีกทางอย่างรู้สึกเซ็งๆ สักพักถึงได้ชักสายตากลับมามองหน้าเพื่อนรักทั้งสองคนก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ระหว่างเขากับเจ้าจันทร์ให้พวกนั้นฟัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD