4 | ไม่มีใครต้องการ

1518 Words
เพนนีเดินอยู่ท่ามกลางความมืดระหว่างทางที่เธอกำลังเดินกลับบ้านของตัวเอง แม้จะยังรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยกับหลาย ๆ เรื่องในวันนี้ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่นัก แต่หญิงสาวก็ยังตีหน้าเรียบเฉยได้ราวกับปัจจัยภายนอกไม่สามารถทำให้ผู้หญิงอย่างเธอสั่นคลอนได้เลย ขาเรียวภายใต้กางเกงตัวใหญ่เดินไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟบนถนนที่กำลังกระพริบจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ ใบหน้าสวยเงยมองเสาไฟขนาดกลางที่สลับกันกระพริบไปตลอดทางเดินแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับความไม่พัฒนาแม้จะอยู่ในเมืองกรุง เธอใช้เวลาเดินพอสมควรเพราะไม่ได้เร่งรีบอะไร กระทั่งพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไม้คุ้นตาในที่สุด วี้ดด วิ้ววว ~ เพนนีหยิบเอากุญแจบ้านออกมาแล้วไขรั้วเหล็กเปิดเข้าไป เธอไม่คิดสนใจบรรยากาศวังเวงรอบตัวอย่างคนปกติที่คงจะเสียวสันหลังไม่น้อยกับความเงียบสงัดชวนขนหัวลุกแบบนี้ ปึงง! เหมียววว ~ ไม่ทันที่เพนนีจะได้เดินเข้าบ้าน ก็มีแมวหง่าวสีดำกระโจนลงมาจากกำแพงแล้วดักหน้าเธอไว้เสียก่อน มันมองมาที่เธอแล้วก้าวเข้ามาหาช้า ๆ อย่างไม่เกรงกลัว “เฮอะ” เพนนีพ่นลมออกจากปากแล้วเดินเข้าไปหาแมวตัวสีดำที่กำลังตรงมาที่เธอเช่นกัน หญิงสาวยกขาขึ้นแล้วก้าวข้ามตัวมันไปพลันเหลือบตามองไปบ้านของป้าตอง เพราะแมวตัวนั้นเป็นแมวที่ป้าแกเลี้ยงเอาไว้แต่มันชอบข้ามกำแพงมาสร้างปัญหาฝั่งบ้านเธออยู่บ่อย ๆ นัยน์ตาสีดำสนิทละความสนใจกลับมาที่ประตูบ้าน มือเรียวยื่นไปปลดล็อกประตูอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือคลำหาสวิตช์เพื่อเปิดไฟให้ทั่วทั้งบ้านสว่างขึ้น แต่กดเท่าไหร่บ้านของเธอก็ยังมืดสนิทอยู่ดี… ไฟดับเหรอ แป๊ก! ไม่ติด แต่บ้านป้าตองก็มีไฟ หลอดไฟเสียอีกแล้วสิ ใบหน้าสวยเรียบตึงกว่าเดิมเมื่อเธอลองชะโงกหน้าออกไปดูบ้านของป้าตองที่ไฟสว่างจ้าอีกครั้ง ร่างบางล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วกดเปิดไฟจากมือถือพกพาของตัวเอง พร้อมส่องไปตามทางเดินตรงไปที่ตู้ไม้ที่ติดอยู่กับผนังของบ้าน เพนนีเปิดมันออกแล้วหยิบเอาหลอดไฟสำรองออกมา เธอลากเก้าอี้ครูดไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังชวนสยอง ก่อนจะก้าวขาปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟแอลอีดีที่ทำให้เธอดูเหมือนฆาตกรโรคจิตยามค่ำคืนไม่ก็โจรลักขโมยของ พรึบ! ภายในบ้านไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากสาวเจ้าของบ้านสว่างขึ้นอีกครั้ง เพนนีหรี่ตาลงเมื่อแสงของมันแยงตาเธอแล้วก้าวขาลงมายืนอยู่กับพื้นบ้านตามเดิม ผิวหน้าเนียนใสยังนิ่งเฉยได้แม้เรื่องวุ่น ๆ จะเกิดกับเธอไม่เว้นแต่ละนาที หญิงสาวเดินไปวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะทานข้าวก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ครัวเพื่อทำอาหารง่าย ๆ เข้าท้องที่เริ่มส่งเสียงร้องโอดครวญหาอาหาร เพนนีเดินผ่านพัดลมแบบตั้งพื้น เธอเลยใช้ปลายนิ้วเท้ากดเปิดมันแบบไม่ต้องก้มตัวลงไปให้เสียเวลา มือบางยกขึ้นรวบผมยาวสีธรรมชาติของตัวเองเข้าด้วยกันก่อนจะลงมือทำอาหารจากวัตถุดิบที่เหลือค้างอยู่ในตู้เย็น ร่างบางใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็กลับมานั่งตรงโต๊ะทานข้าวพร้อมข้าวหมูกระเทียมตรงหน้า คนตัวเล็กจัดการกับอาหารจนมันพร่องไปครึ่งค่อนจาน ที่เธอใช้ชีวิตกึ่งเรียบง่ายกึ่งเหมือนคนไม่มีแบบนี้ ไม่ใช่เพราะว่ารายได้น้อยขนาดนั้น แต่อยากเก็บเงินจากการทำงานให้ได้มากที่สุดเพราะรู้ว่าอนาคตของตัวเองยามบั้นปลายคงต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังนี้ อืดด อืดดด… หน้าจอมือถือสว่างขึ้น มันสั่นอยู่บนโต๊ะกินข้าวจนเพนนีจำต้องผละความสนใจไปที่มันจนได้ แม่ : บ้านของเราแม่โอนเป็นชื่อเพนนีเรียบร้อยแล้วนะ ดวงตากลมโตมองข้อความที่ถูกส่งมาจากแม่แท้ ๆ ของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า หญิงสาวไม่ได้รู้สึกดีใจที่อดีตเรือนหอของพ่อกับแม่ถูกยกให้เธอเป็นมรดก พวกเขาก็ควรจะรับผิดชอบอะไรในตัวเธอบ้าง… ที่ผ่านมาเธอต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวตั้งแต่เข้าวัยรุ่น กระทั่งตอนนี้ที่อีกสี่ปีก็จะเข้าเลขสาม โดยมีเพียงเงินหล่อเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพ่อแม่แท้ ๆ ที่ส่งให้เธอรวมกันไม่ถึงเดือนละห้าพันด้วยซ้ำ กับชีวิตที่เธอต้องอุทิศทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน และเอาตัวรอดมาได้ถึงปัจจุบันอย่างไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ แม่ : แม่รักลูกนะ เพนนีปรายมองหน้าจอที่สว่างขึ้นอีกหน เป็นแม่ของเธอเช่นเคยที่ส่งข้อความมาบอกรัก แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ใจดวงน้อยรู้สึกกระดี๊กระด๊า หรือสร้างความอบอุ่นแต่อย่างใด เธอรู้ดีว่าพ่อและแม่ของตัวเองไปมีชีวิตที่ดีอยู่กับครอบครัวใหม่ และพวกเขามีเงินมากมาย มากพอที่จะซื้อความสุขให้กับตัวเองแล้วทิ้งพยานรักที่ไม่อยากเก็บเอาไว้ โดยการปิดตายมันและค่อย ๆ ตัดเธอออกจากวงจรชีวิตของพวกเขา เพนนี : ค่ะ ปลายนิ้วเรียวพิมพ์ข้อความตอบกลับไปสั้น ๆ เธอไม่คิดแสร้งบอกรัก หรือเอ่ยความรู้สึกใด ๆ ทั้งนั้น เพราะหัวใจมันด้านชาเรื่องพวกนี้ไปตั้งนานแล้ว… หญิงสาวพลิกโทรศัพท์คว่ำหน้าจอลงแล้วถอยเก้าอี้ลุกขึ้นยืนหยิบเอาจานข้าวที่ยังกินไม่หมดไปเททิ้งลงถังขยะ เธอล้างแล้วคว่ำจานทิ้งไว้พร้อมเดินกลับมาหยิบกระเป๋าสะพาย จัดการปิดบ้านให้เรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอน ปึง! ประตูห้องปิดลงเสียงดังตามแรงกระชากของสาวเจ้าของบ้าน เพนนีปล่อยกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วหยิบเอาหนังสือปกหนังสีดำออกมาวางทิ้งไว้ก่อนจะถอดเสื้อผ้าพันตัวด้วยผ้าขนหนู แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ยี่สิบนาทีให้หลัง… ขาเรียวขาวยังมีหยดน้ำเกาะก้าวออกมาจากห้องน้ำ เธอยืนเอาเท้าซับน้ำอยู่บนผ้าเช็ดเท้าแล้วใช้ผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มร่างกายซับหยดน้ำบนตัวไปด้วย ร่างขาวโพลนที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุมเอาไว้ตลอดขาวซีดขึ้นกว่าเดิม มันไม่ได้สัมผัสแดดเพราะมัวแต่ใช้ชีวิตหลบอยู่ในโรงแรมหรูตลอดทั้งวัน วี้วววว ~ คนตัวเล็กรีบเดินไปปิดหน้าต่างไม้ที่ยังเปิดอ้ากว้างจนลมเย็นพัดเข้ามากระทบผิว ขนกายของเธอลุกชันจนต้องยกมือขึ้นมาลูบต้นแขนของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ “หนาวชะมัด” ปากเล็กขมุบขมิบบ่นเมื่อจัดการรวบผ้าม่านลายวินเทจเป็นที่เรียบร้อย เธอหมุนตัวกลับมาทาครีมและใส่เสื้อผ้าพร้อมเอาผ้าขนหนูไปผึ่งทิ้งไว้กับราวภายในห้อง กึก… เท้าเรียวชะงักในขณะที่กำลังจะเดินไปที่เตียงนอน เธอเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วหยิบเอาหนังสือปกหนังขึ้นมาถือพลางกรีดนิ้วเตรียมเปิดมันอีกครั้ง เอ๊ะ!? เพนนีลองเปิดมันอีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง แต่เธอก็ไม่สามารถเปิดมันได้ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความงุนงงที่อยู่ดี ๆ หนังสือในมือก็ปิดสนิทราวกับถูกติดกาวเอาไว้ คิ้วเรียวค่อย ๆ ยู่เข้าใส่กันพร้อมความฉงนที่ฉายขึ้นมาบนใบหน้า พรึบ หญิงสาวโยนสิ่งที่ถือกลับลงไปตามเดิมเมื่อเธอหมดความพยายาม เพนนีปรายตามองมันอีกครั้งพลางบ่นในใจ เงินก็เสียแล้วยังได้ของไม่มีคุณภาพมาอีก เธอหมุนตัวเดินกลับไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งเต็มแรง “โอ๊ย! อุบ…” เพนนีอ้าปากร้องเมื่อความรู้สึกปวดหนึบตรงก้นกบแล่นเข้ามา แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงตัวเองไว้เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนที่นอนอย่างที่ควรจะเป็น… ที่นี่ ที่ไหนกัน? ฉันยังไม่ได้นอนแล้วจะฝันได้ยังไง ตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความสับสนปนตะลึง เธอหันมองบรรยากาศรอบตัวที่ไม่คุ้นตา ที่นี่ไม่ใช่บ้านหลังโตตอนที่ฝันคราวก่อนด้วย “…เสียงอะไร”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD