5 | คนไม่มีตัวตน

1613 Words
“…เสียงอะไร?” เสียงทุ้มแบบผู้ชายมีอายุดังขึ้นทำให้เพนนีรีบคลานเข่าเข้าไปหลบตรงซอกกำแพงตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอลีบตัวหลบมุมอยู่ข้างในก่อนที่หูจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดจมูกกับปากตัวเองเพราะกลัวเสียงลมหายใจจะดังมากเกินไปแล้วมีคนได้ยินเข้า เธอนั่งคู้ตัวอยู่แบบนั้นกระทั่งเสียงการก้าวเดินเงียบลงแล้วค่อย ๆ ห่างออกไปในที่สุด “กรอบรูปตกครับท่าน” ท่านงั้นเหรอ… ระหว่างคิ้วของเพนนีย่นเข้าหากันยุ่งเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายรายงานใครสักคนไปแบบนั้น เธอมองตรงไปฝั่งตรงข้ามถึงได้เห็นว่ามีกรอบรูปที่เคยแขวนอยู่ตรงผนังตกลงมาจริง ๆ “เสียงอย่างกับคนล้ม ช่างมันเถอะ” เสียงเหมือนคนแก่เลย… ใบหน้าสวยโผล่ออกมาจากมุมกำแพง เธอมองผู้ชายใส่สูทโค้งตัวให้ใครสักคนที่เธอเองก็ไม่สามารถมองเห็นจากจุดนี้ได้ “เมื่อกี้แกพูดถึงไหนแล้วนะ” “…เรื่องสัมปทานที่ปู่บอก คนของผมรายงานมาว่าฟรานซิสยังไม่มีกำหนดการที่จะเปิดเผยหรือป่าวประกาศต่อสาธารณะชน ถ้าเป็น…” “เอเธนส์ ฉันรับแกมาจากบ้านเด็กกำพร้าเพื่อให้แกมาบอกกับฉัน ว่าแกจัดการเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้น่ะเหรอ?” เสียงของคนมีอำนาจขัดขึ้นมา แต่ครั้งนี้มันกลับดูกดดันและไม่ค่อยเป็นมิตรกับคู่สนทนาเท่าไหร่นัก เอเธนส์ ปู่…อย่าบอกนะว่า เพนนีเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เธอทวนชื่ออีกครั้งในหัว จากนั้นหญิงสาวก็อ้าปากอย่างคนเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เมื่อกี้ฉันจำได้ว่ายังไม่หลับสักหน่อย แค่ทิ้งตัวนั่งกับเตียงเองนะ แล้วจะฝันได้ยังไง!? “ขอโทษครับ” “แล้วแกล่ะ จะตอบแบบมันหรือยังไง?” เอ็ดมันด์ละสายตาออกจากเอเธนส์ที่เพิ่งเอ่ยปากขอโทษแล้วหันไปสนใจผู้ชายผมบลอนด์แทน “ไม่ครับ ผมนัดคุยกับฟรานซิสแล้ว คงต้องรอเจอกันก่อนถึงจะตอบได้” นั่นเสียงวาดิมไม่ผิดแน่… เพนนีค่อย ๆ ชะโงกหัวออกมา เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเกาะอยู่ตรงมุมกำแพงเมื่อเห็นว่าผู้ชายใส่สูทสามสี่คนเดินออกไปด้านนอกแล้ว คนตัวเล็กมองโถงขนาดใหญ่ตรงหน้าที่มีผู้ชายสามคนกำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีวาดิมนั่งอยู่ด้วย ส่วนตรงหัวโต๊ะก็เป็นผู้ชายแก่ผมขาวโพลน และชายผมดำสนิทอีกคน นั่นน่าจะเป็นเอเธนส์นะ “เจอกันครั้งหน้าหวังว่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้ให้ฉัน พวกแกน่าจะรู้ว่าฉันอยู่ได้อีกไม่นาน จัดการในเรื่องที่ควรจัดการซะ…ฉันคงไม่ได้เลี้ยงพวกแกมาให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำไปวัน ๆ หรอกจริงไหม?” เอ็ดมันด์พูดเสียงเข้ม ชายแกมองหน้าบุตรบุญธรรมสลับกันก่อนจะดันเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไม้เท้าคู่กายกับผู้ชายใส่แว่นอายุราว ๆ ห้าสิบปีตรงเข้ามาหา เพนนีมองบรรยากาศน่าอึดอัดตรงหน้า เธอเหลือบตามองอาหารหลายจานที่เหมือนยังไม่มีใครกินกับจานเปล่าสองใบของวาดิมและเอเธนส์ ที่ยังสะอาดอยู่ตรงหน้าพวกเขาเช่นกัน “ฉันอิ่มแล้ว พวกแกกลับกันไปได้ละ” “ครับ / ครับ” ชายหนุ่มสองคนรับคำแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกัน พวกเข้าโค้งตัวให้ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าอย่างเอ็ดมันด์ที่ตอนนี้มี ‘เจย์’ ผู้ช่วยคนสนิทคอยประกบไม่ห่าง อันนี้เรียกกินแล้วเหรอ!? เหมือนมานั่งรวมกันอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดมากกว่ามั้ง คนที่แอบลอบดูสถานการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งบ่นขึ้นในใจ เธอมองชายชราค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดแล้วดึงตากลับมาที่เอเธนส์กับวาดิมเพราะพวกเขากำลังจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ แล้วฉันต้องไปไหนล่ะ เพนนียืนงงไม่นานก็ตัดสินใจเดินออกมาจากมุมกำแพง ทำให้ร่างสูงผมบลอนด์หันขวับมาที่เธอ นัยน์ตาของเขาเบิกโตขึ้นแล้วรีบเดินตรงเข้ามาหาทันที หมับ! “เธอมาทำอะไรที่นี่ เป็นคนของปู่เหรอ?” “มึงพูดกับใคร” วาดิมที่เพิ่งเดินมาคว้าข้อมือเพนนีต้องหันกลับไปหาเอเธนส์แทน เมื่อผู้ชายด้านหลังถามขึ้นมาแบบนั้น เขาหันกลับไปมองหน้าเอเธนส์แล้วค่อย ๆ หันใบหน้าช้า ๆ กลับมาหาผู้หญิงที่เขากำลังจับข้อมือเอาไว้ “…ผู้หญิงคนนี้ไง” “ผู้หญิงอะไรของมึง งานเยอะจนประสาทแดกรึไง หรือคิดจะหลอกผีกูงั้นเหรอ!?” เอเธนส์สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วพ่นลมออกมาจากปาก เขาพูดทิ้งท้ายแบบนั้นแล้วสาวเท้าเดินออกไปทันที วาดิมมองตามหลังชายผมดำสนิทไป แม้ใบหน้าของชายหนุ่มจะยังปกติ แต่แววตาดุดันของเขากำลังฉายความงุนงงออกมา “มันไม่เห็นเธอจริงดิ เป็นผีเหรอ?” “ฉันไม่ได้เป็นผี ถ้าเป็นผีนายจะเห็นฉันได้ไง” เพนนีตอบเสียงเรียบ แม้จะประหลาดใจไม่ต่างไปจากผู้ชายตรงหน้าก็ตาม “คุณวาดิมจะกลับบ้านเลยไหมครับ…เอ่อ เมื่อกี้ได้พูดกับผมรึเปล่า?” ผู้ชายใส่สูทที่น่าจะเป็นคนของเขาเดินตรงเข้ามาหาพลางหลุบตาลงมองมือของวาดิมที่เหมือนคว้าจับอะไรอยู่กลางอากาศ “กูหลอนเหรอวะ” แม้ปากหนาจะพูดออกมาแบบนั้นแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังลากคนตัวเล็กให้เดินไปขึ้นรถด้วยกันอีกต่างหาก พลั่ก! “…ระวังหน่อย” “ขอโทษครับ” วาดิมหันกลับไปตำหนิเมื่ออยู่ดี ๆ คนของตัวเองก็เดินมาชนหลัง แต่พอชายหนุ่มหันกลับไปกลับเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วผู้ช่วยของเขาชนผีผู้หญิงที่เขากำลังจูงอยู่ต่างหาก เธอเลยเสียหลักมากระแทกตัวเขาอีกที วาดิมกับเพนนีต่างงุนงงกับสถานการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดทั้งสองคนก็ขึ้นไปนั่งอยู่ข้างกันภายในรถอยู่ดี รถตู้คันใหญ่ขับเคลื่อนออกไปจากอาณาเขตที่พักของเอ็ดมันด์ เพื่อมุ่งหน้าพาชายผมบลอนด์กลับสู้บ้านพักของตนเอง ตึก ตึก พลั่ก! “โอ๊ย! นายมาผลักฉันทำไมเนี่ย เป็นบ้ารึไง!” เพนนีโวยใส่ร่างสูงที่เพิ่งยอมปล่อยข้อมือเธอเมื่อถึงบ้านของเขา แต่ผู้ชายคนนั้นกลับผลักเธอเต็มแรงใส่คนของเขาเนี่ยสิ เป็นประสาทหรือไง! “มึงโอเคปะวะ ทำไมอยู่ดี ๆ ทำท่าเหมือนจะล้ม” “เออ โอเค เมื่อกี้เหมือนมีอะไรกระแทกว่ะ…ขอโทษครับคุณวาดิม” ชายใส่สูทที่เพิ่งถูกเพนนีชนเข้าอย่างจังรีบก้มหัวขอโทษผู้เป็นนายอย่างวาดิมทันที เมื่อตัวเองมีท่าทีไม่เหมาะสม “มีแค่ฉันที่เห็นเธอจริง ๆ ด้วย…ออกไป” ร่างสูงพึมพำออกมาก่อนจะไล่คนของตัวเองออกไปด้านนอก เขาปรายตามองใบหน้าสวยของผีสาวอีกครั้งแล้วลากผู้หญิงคนนั้นเดินขึ้นห้องไปด้วยกัน “ปล่อย! ฉันเดินเองได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่ผี ฉันชื่อเพนนี เป็นคนด้วย” เพนนีร่ายยาวเป็นครั้งแรก เธอรู้ทันความคิดของผู้ชายตรงหน้า ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ผลักเธอใส่ผู้ชายคนนั้นอย่างเมื่อสักครู่หรอก คงอยากทดสอบสินะ ว่าตัวเองเป็นบ้าหรือเปล่า กริ๊ก! “ชื่อเพนนี เป็นคน ไม่ใช่ผี แต่มีฉันคนเดียวที่เห็นเธอโวยวายเนี่ยนะ!?” วาดิมพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจเรื่องราวแปลก ๆ ที่เกิดขึ้น เขากดล็อกประตูห้องแล้วยกแขนขึ้นกอดอกมองสำรวจผู้หญิงที่เจอหน้ากันเป็นครั้งที่สอง “อือ ถ้าฉันเป็นผีนายจะจับตัวฉันได้ยังไง อีกอย่าง นายต่างหากที่น่าจะไม่มีตัวตน” คนตัวเล็กพูดออกไป เธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองน่าจะหลุดเข้ามาในหนังสือเล่มนั้นของนักเขียนคนโปรด แม้จะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่เธอก็มั่นใจว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่ฝันอย่างแน่นอน เพราะมันสมจริงเกินไป… “ฉันเนี่ยนะไม่มีตัวตน ที่นี่บ้านฉัน มีคนของฉัน และก็มีแต่คนรู้จักฉัน…แต่ช่างมันเถอะ สงสัยนรกจะส่งเธอมาให้ฉันปู้ยี่ปู้ยำล่ะมั้ง” วาดิมไม่พูดเปล่าแต่สาวเท้าเข้ามาใกล้ เขายื่นมือมาจับรั้งท้ายทอยเธอแล้วดึงใบหน้าเข้ามาประชิดกัน “นรก? นายเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนเหรอ ทำไมเปลี่ยนเรื่องไวขนาดนั้น” “หึ” มุมปากของวาดิมกระตุกยกขึ้น เขาเผยรอยยิ้มร้ายพลางมองสบตากับนัยน์ตาสีดำขลับของเพนนี ที่ดูกี่ทีเธอก็ไม่มีแววว่าจะกลัวเขาเลย “…” “ฉันไม่ปล่อยเธอหายไปแบบครั้งก่อนแน่ มันค้างคา” ชายหนุ่มพูดย้ำหลังรั้งเอวบางเข้ามาแนบลำตัว เขาจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเพนนีที่ตอนนี้หญิงสาวไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนหรือปฏิเสธในสิ่งที่เขากำลังจะทำ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD