วิ้ววว ~
เสียงของลมพัดผ่านใบหูบางดังวี้ดวิ้วจนร่างแบบบางที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมากลางดึก เพนนีลืมตาขึ้นในความมืด เธอหรี่ตาลงอีกครั้งเมื่อดวงตายังพร่ามัวจับสังเกตอะไรไม่ได้
แปะ แปะ…
มือเล็กควานหาผ้าห่มที่เคยปกคลุมตัวเอาไว้ แต่มือกลับสัมผัสเจอแต่ชุดนอนของตัวเองเพียงเท่านั้น
ผ้าห่มฉันไปไหน? หนาวก็หนาว แล้วทำไมที่นอนแข็งขนาดนี้
คนตัวเล็กนึกคิดอยู่ในใจเมื่อร่างกายสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอพลิกตัวหันกลับไปอีกทางหนึ่งแต่กลับรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวยิ่งกว่าเดิม
“ทำไมมันแข็งแบบนี้เนี่ย…”
เพนนียันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่ปากเล็กก็ต้องชะงักค้างการบ่นของตัวเองไปเมื่อเธอตื่นเต็มตาแล้วเห็นว่าตัวเองนั่งกองอยู่กับพื้นหิน แปลว่าก่อนหน้านั้นเธอพลิกตัวนอนเถือกไถไปมากับพื้นแข็ง ๆ นี่สินะ…เจ็บหลังชะมัด
ดวงตากลมโตไล่มองสถานที่โดยรอบด้วยความงุนงง ใบหน้าสวยหันไปมองจนครบสามร้อยหกสิบองศา เธอถึงมั่นใจได้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออย่างแน่นอน
ฝันสินะ
เมื่อคิดได้ดังนั้นแขนเรียวก็ยันตัวเองลุกขึ้นยืน เพนนีพยักหน้าเข้าใจได้โดยง่ายแล้วมองปราสาทหินที่เต็มไปด้วยกระจกอีกครั้ง หญิงสาวชำเลืองตามองชั้นหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายหลายร้อยเล่มก่อนจะหลุบตาลงมองโซฟาหนังสีดำที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
ฝันว่าเข้ามาในบ้านใครกันล่ะ ดูโอ่อ่า แต่ก็ให้ความรู้สึกขนลุกไม่น้อยเลย…
ร่างแบบบางเงยหน้าขึ้นถึงได้เห็นว่าภายในห้องหนังสือขนาดใหญ่ไม่มีหลังคาปกคลุม มันเปิดโล่งและมีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บดบังแสงจันทร์เอาไว้
ไม่มีคนงั้นเหรอ คงไม่ได้ฝันแล้วเข้ามาในนิยายผีหรอกใช่ไหม!?
แม้จะคิดและแอบกังวลอยู่ในใจ แต่เพนนีก็เลือกที่จะเดินออกไปจากห้องสมุดที่เธอไม่คุ้นตา หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามทางเดินกับบรรยากาศเงียบสงัดที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงนก หรือเสียงแมลง
ปวดฉี่…
ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นที่สุดในความฝันก็เกิดขึ้นกับสาวสวยจนได้ เมื่อร่างกายของเธอกำลังบอกให้เธอไปหาห้องน้ำให้เร็วที่สุดเพื่อจัดการธุระส่วนตัว
“…ถ้าปวดฉี่ในฝัน มันหมายความว่าฉันจะฉี่แตกไม่ใช่เหรอ”
เพนนีพูดออกมาพลันในหัวก็นึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเธอตอนเด็ก
เพี๊ยะ!
“…ทำไมยังไม่ตื่น”
น้ำเสียงเย็นเรียบของเพนนีแฝงความงุนงงเอาไว้ เมื่อเธอลองฟาดมือใส่แขนตัวเองเต็มแรงแต่กลับยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่เห็นตื่นขึ้นอย่างที่คิด
ฝันอะไรลึกขนาดนั้นนะฉัน เอาก็เอาวะ ฉี่ก็ฉี่ ไม่ไหวละ!
ขาเรียวก้าวฉับ ๆ อย่างไม่รีรอ เพนนีรีบเดินหาห้องน้ำ เธอก้าวขาเดินขึ้นบันไดวนไปที่ชั้นสองของปราสาทหินก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
ปึง!
คนตัวเล็กกลับออกมาอีกครั้งในเวลาอันสั้น และช่างโชคดีเหลือเกินเมื่อห้องที่เธอเปิดเป็นห้องแรกดันห้องน้ำแบบพอดิบพอดี
ต้องตื่นไปเช็ดฉี่ตัวเองสิแบบนี้…
เธอยังคงคิดในใจถึงเรื่องที่ต้องทำหลังตื่นนอน ตาสวยมองสำรวจสถานที่โดยรอบอีกครั้งเพราะก่อนหน้านั้นมัวแต่รีบหาห้องน้ำจนไม่ได้สังเกตอะไร
บ้านหลังนี้คล้าย ๆ กับบ้านของปู่เอ็ดมันด์อะไรนั่นเลย แต่ดูจะขลังกว่าแบบบอกไม่ถูก สงสัยจะอินเกินไปจนเก็บมาฝันล่ะมั้ง…
แล้วนี่ฉันจะฝันนานขนาดไหนกันนะ ทำไมถึงยังไม่ตื่นอีก ไม่เห็นมีอะไรให้ทำเลย
ภายในหัวของเพนนีตีกันยุ่งแต่ก็ยังก้าวขาเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ กระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากห้องอื่น ๆ เธอหยุดยืนนิ่งแล้วมองมันก่อนจะยื่นมือไปจับก้านโยกสีทองอร่ามที่ติดอยู่บนประตูสีครีมสวย หญิงสาวกดน้ำหนักมือลงแล้วดันประตูเปิดออก เธอแทรกตัวเข้าไปด้านในแบบปราศจากความกังวลเพราะตลอดการฝัน เธอก็ยังไม่เจอใครเลย
กริ๊ก!
“ห้องผู้ชายหนิ นึกว่าห้องผู้หญิงซะอีก”
ปากได้รูปพึมพำออกมาหลังจากมองสำรวจทั่วห้องแล้วเห็นแต่ของใช้ผู้ชายกับเตียงนอนขนาดใหญ่เกินหกฟุต ขาเรียวเดินไปตรงที่นอนหนานุ่มแล้วหันหลังเขย่งปลายเท้าเพื่อหย่อนก้นลงนั่งตรงปลายเตียง พลางเตะขาไปมาอย่างสบายอารมณ์
ฟึบ ฟับ
เตียงนี่นุ่มดีชะมัด ฉันล่ะอยากมีตังซื้อเตียงแพง ๆ แบบนี้จริง ๆ
ใบหน้าของเพนนียังคงไร้ซึ่งอารมณ์แม้ภายในใจจะกำลังพึงพอใจกับฟูกนุ่ม ๆ ที่เธอกำลังนั่งอยู่ก็ตาม ต้นขาขาวเตะไปมาจนที่นอนโยกขย่มทำให้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ก็อยู่ในห้องนี้ด้วยกันกับเธอเดินเข้ามาใกล้
“เธอเป็นใคร”
“…”
หล่อมาก นั่นวาดิมเหรอ เขาเห็นฉันด้วยเหรอ!?
นัยน์ตาสวยเบิกกว้างขึ้นเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายผมสีบลอนด์มาโผล่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่นานนักเพนนีก็จำได้ทันทีว่าเขาคือ ‘วาดิม’ ตัวละครในนิยายที่เธอแอบหลงเสน่ห์เขาตั้งแต่แรกด้วยสีผมที่เป็นเอกลักษณ์
“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”
ร่างสูงเปลือยท่อนบนโดยมีผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้เดินตรงเข้ามาหา ตัวของเขายังมีหยดน้ำเกาะทำให้เพนนีรู้ได้ว่าชายหนุ่มคงเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ
“…เป็นคนที่กำลังฝันถึงนาย”
“คือ?”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เขาเอียงหัวเล็กน้อยแล้วมองสำรวจผู้หญิงในชุดนอนตรงหน้าที่ยังไม่หยุดเตะขาใส่ที่นอนราคาแพงของเขา
“บอกไปนายก็ไม่เข้าใจหรอกวาดิม อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เดี๋ยวฉันก็ตื่นละ…แต่นายหล่อดีนะ หล่อกว่าที่คิดอีก”
เพนนียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่คิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้นเพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานก็คงตื่น เพราะฉะนั้นขอเสพความหล่อของผู้ชายตรงหน้าก่อนก็แล้วกัน
“รู้จักชื่อฉันด้วย? แต่ช่วยหยุดเอาขาตีที่นอนฉันก่อนได้ไหม”
วาดิมไม่พูดเปล่า เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวลงมาพร้อมคว้าหมับเข้าที่ต้นขาเธอ เขาออกแรงกดที่มือจนขาเรียวทั้งสองข้างไม่สามารถขยับได้ จากท่าทางในตอนนี้ทำให้สองสายตาสบประสานกันจัง ๆ เป็นครั้งแรก
“…หล่อ หล่อจริง”
ปากเล็กพึมพัมออกมาแบบไม่ต้องคิด ตอนนี้แววตาของเธอคงหวานเยิ้มน่าดูเมื่อผู้ชายในอุดมคติมายืนอยู่ตรงหน้าแถมเขายังอยู่ใกล้จนเริ่มรู้สึกอันตราย
ฉันล่ะชอบผมสีบลอนด์กับแววตาดุดันของวาดิมจริง ๆ
“อ๋า…หึ เธอคงเป็นผู้หญิงที่คนของฉันเรียกมาให้สินะ”
ตาคมหรี่ลงเมื่อสมองของเขาประมวลผลได้ เขามองหน้าสวยไร้ที่ติของผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่เธออยู่ในชุดนอนธรรมดาแทนชุดนอนเซ็กซี่อย่างที่ควรจะเป็น
“…”
“สงสัยพวกมันคงเห็นว่าฉันเครียด ๆ เลยเรียกเธอมาให้ระบายอารมณ์ใช่ไหม”
วาดิมพูดถึงคนของตัวเองเมื่อเขาพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ชายหนุ่มเริ่มขยับฝ่ามือที่จับต้นขาของเพนนีแล้วลูบมันขึ้นลงช้า ๆ พร้อมสังเกตปฏิกิริยาของผู้หญิงสวยแบบแปลก ๆ ตรงหน้าตัวเองไปด้วย
“ฉันชอบคาแรกเตอร์นายจนนิยายที่อ่านกำลังจะกลายเป็นนิยายอีโรติกเลยเหรอเนี่ย…”
ประโยคชวนงงที่เพนนีเพิ่งพูดไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของวาดิมได้ ชายหนุ่มยังลากมือสะเปะสะปะไปทั่ว โดยที่เพนนีเองก็ไม่คิดจะห้ามปรามเขา
เธอทำเพียงหลุบตาลงมองการกระทำของวาดิมแล้วปล่อยให้เขาได้เคลื่อนมือบีบคลึงเนื้อตัวของเธอผ่านชุดนอนผ้าบาง
สัมผัสของเขามันช่างสมจริงจนแทบไม่อยากตื่นเลยแฮะ
“อืม”
เสียงครางหึ่มในลำคอถูกเปล่งออกมาจากคนทั้งคู่เมื่อริมฝีปากทั้งสองประกบเข้าหากัน แม้เพนนีจะเงอะงะไปบ้างจนวาดิมจับสังเกตได้ แต่ไม่นานนักเธอก็ตอบรับจูบของเขาได้อย่างคนหัวไว
“หึ ทำอย่างกับว่าเธอยังเวอร์จิ้นอย่างนั้นแหละ”
ใบหน้าหล่อถอนปากออกมาเพื่อพูดในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ชายหนุ่มมองดวงตากลมโตของผู้หญิงแปลกหน้าที่ตอนนี้มันกำลังหยาดเยิ้มแค่เพราะรสจูบจากเขาเท่านั้น
“ทำต่อสิ”
เสียงเพนนีอ่อนลง เธอเอ่ยบอกเขาถึงสิ่งที่ใจอยากรู้อยากลองมานาน และก็ได้โอกาสทดลองพอดี มือเล็กถือวิสาสะอ้อมไปรั้งท้ายทอยของเขาให้โน้มเข้ามาหา เธอเป็นฝ่ายยื่นหน้าไปปิดปากเขาส่วนชายหนุ่มก็ตอบรับสัมผัสนั้นทันทีพร้อมมือหนาที่เข้ามาบีบเคล้นหน้าอกนุ่มหยุ่นตามสัญชาตญาณ
สองปากดูดดึงกันอย่างหิวกระหายจากแรงอารมณ์ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เธอถูกวาดิมผลักให้นอนราบลงกับที่นอนพร้อมตัวของเขาที่โน้มลงมาทับ
จ๊วบ! ฟึบ!
“…”
ชายผมบลอนด์หน้าฟุบคะมำลงไปกับที่นอน เขาเพิ่งใช้ปากดูดเม้มซอกคอของผู้หญิงคนนั้น แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อเธอก็หายไป…