ตอนที่ 1
หนูคือลูกสาวของปะป๊า
"หนูชื่อหลิงหลิงค่ะ หนูคือลูกสาวของปะป๊า"
เสียงกังวานใสของเด็กหญิงหน้าตาบ้องแบ๊วอายุราวสี่ขวบกว่า ที่นั่งกอดหมอนตุ๊กตาปูในชุดสีชมพูตรงหน้า ทำเอา เฉิน ลีออง ประธานใหญ่ของค่ายวีจีเอส นั่งอึ้งยิ่งกว่าโดนผีหลอก
"ห๊ะ!"
อะไรกันนี่?...
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
เขาอยากจะปฏิเสธทันที และเอ่ยอะไรมากกว่านั้น
แต่อลันผู้ช่วยของเขาพูดขึ้นมาก่อน
"ผลตรวจดีเอ็นเอของคุณหนูหลิงหลิงออกมาแล้วครับอยู่ที่เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าคุณหนูหลิงหลิงคือลูกสาวของคุณเฉินอย่างแน่นอนครับ"
หลักฐานผลตรวจ DNA ที่อยู่ตรงหน้า และเด็กหญิงที่รูปร่างหน้าตาเหมือนเขาอย่างกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน ก็ทำให้เฉินถึงกับอึ้ง อึ้ง และอึ้ง อึ้งกิมกี่
ไม่นะ!
ถึงเขาจะอายุสามสิบเก้าแล้ว มีแฟนมาไม่รู้กี่คน อีกทั้งเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมามากมายหลายคนก็ตาม แต่เฉินมั่นใจมาตลอดว่าเขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง ไม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะเขาหวงแหนชีวิต "ชายโสด" ยิ่งกว่าสิ่งใด
และไม่เคยอยากจะลงเอยกับใครง่ายๆ ไม่เคยมีอยู่เลยในระบบความคิด
ยิ่งเรืี่องการมีลูกแล้ว สิ่งนี้ไม่เคยอยู่ในหัวสมองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เคย!
"เธอ?"
เฉิน หันไปมองผู้หญิงรูปร่างอรชร หน้าตาสวยสด ผิวขาวเนียนละเอียดที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กหญิงที่เรียกตัวเองว่าหลิงหลิง
เธอคือ อลินดา หวัง ลูกครึ่งไทย - จีน เขาจำได้ลางๆ ว่าเธอเคยเป็นนางแบบเมื่อหลายปีก่อนในสังกัดวีจีเอส ค่ายของเขาเองนี่แหละ แต่เธอก็ออกจากวงการไปนานหลายปีแล้ว เหมือนจะเคยบอกว่าจะไปทำธุรกิจส่วนตัวอะไรชักอย่างกับครอบครัวที่ฮ่องกง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรหลังจากนั้น
เขาเจอหน้าเธอครั้งสุดท้ายก็ราวห้าปีที่แล้ว
และมาเจอกับเธออีกครั้งก็ในตอนนี้ ซึ่งมัน...
ตลกน่า!....
"ทำไมเธอเพิ่งโผล่มาบอกฉันเอาซะตอนนี้! แล้วเอาผลตรวจดีเอ็นเอมามัดตัวฉันแบบนี้ เธอทำแบบนี้ ถามจริง! ต้องการเท่าไหร่?"
เฉิน ถามเสียงเข้มอย่างตรงไปตรงมา ด้วยอารมณ์สับสน เหมือนกำลังถูกต้อนจนมุม
บางทีเหตุการณ์ในคืนนั้น วันที่เขาหลุดตามจังหวะอารมณ์รัก แต่เหมือนจำได้ว่าได้ย้ำให้เธอกินยาคุมฉุกเฉิน แต่เธอคงไม่กินสินะ ผลถึงเป็นแบบนี้!
ถึงเกิดหลักฐานสิ่งมีชีวิตตาใสแบ๊วคนนี้ขึ้นมา
มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้
"ต้องการเท่าไหร่นะเหรอ?"
คนตรงหน้าทวนคำถาม คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อย เฉิน สังเกตว่าเธอดูสวยผุดผาดมีน้ำมีนวล เธอดูมีเสน่ห์น่ามองมากขึ้นกว่าเดิมมาก แถมดูมีความเป็นผู้ใหญ่ที่มีบุคลิคน่าหลงใหล อาจเพราะเวลาล่วงเลยมาเกือบหกปีแล้ว เวลาทำให้เธอเติบโตขึ้น เติบโตในทางที่ดี
ทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยนั้น ก็ยังมีแววมุ่งมั่นและถือดีอยู่ในตัวเหมือนเคย ขณะจ้องมองเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ใช่! ต้องการเท่าไหร่? พูดมาตรงๆ เลย"
เขาไม่อยากจะเสียเวลามากกว่านี้ เพราะมีงานที่จะต้องประชุมกับทางทีมบริหารของค่ายอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ และเขาเป็นคนตรงต่อเวลา
มุมปากของหญิงสาวยกยิ้ม
"สักสองร้อยล้าน พอได้มั้ยคะ?"
ปึก!!!
ร่างหนาเหยียดกายลุกขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลามองเธออย่างโกรธเกรี้ยว
"สองร้อยล้าน!! เธอจะบ้าไปแล้วเหรอไง? ถึงเด็กนี่จะเป็นลูกฉันก็จริง แต่เธอเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ทำตามที่ฉันบอกในวันนั้น"
บ้าไปแล้ว!
เห็นว่าเขาเป็นประธานค่ายวีจีเอส แล้วจะมาขูดรีดเขายังไงก็ได้อย่างงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะนะ..
เขาจะไม่ยอมเป็นตู้เอทีเอ็มให้ใครมากดเล่นๆ มาปอกลอกเอาง่ายๆ หรอก
"ลินก็ทำตามที่คุณบอกทุกอย่างในวันนั้นค่ะ แต่ทำไงได้ สงสัยน้ำเชื้อคุณจะแรง หลิงหลิงถึงได้เกิดมาแบบนี้ อีกอย่างที่ผ่านมา ลินก็ไม่เคยจะมารบกวนคุณเลยนะคะ"
ตั้งแต่รู้ว่าท้องเธอก็ออกจากวงการ และกลับไปช่วยงานครอบครัวที่ฮ่องกง ดูแลและเลี้ยงลูกมาด้วยตนเอง
ไม่เคยคิดอยากจะกลับมาเมืองไทย
เพราะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไร
ไม่มีประโยชน์เพราะเธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย
"...."
เฉิน อึ้งไปสักพัก
ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไร ที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น
"ที่ผ่านมาลินไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย และไม่เคยมารบกวนคุณสักครั้ง แต่ตอนนี้ธุรกิจที่บ้านของลินมีปัญหานิดหน่อย หลิงหลิงอาจจะไม่ได้อยู่ที่ฮ่องกงแล้ว ลินคิดว่าจะมาทำงานที่เมืองไทย จะกลับมาใช้ชีวิตที่นี่ ให้ลูกเรียนที่นี่"
อลินดา เอ่ยเสียงราบเรียบไม่มีความสั่นไหวอยู่ในน้ำเสียงของเธอแม้แต่น้อย ขณะที่เด็กหญิงหลิงหลิง มองหน้าผู้เป็นพ่อและแม่สลับกันไปมา
"ไหนม่าม้าบอกหลิงหลิงว่า ปะป๊าเป็นคนรวยและใจดีไงคะ ทำไมปะป๊าขี้เหนียวคะ?"
หัวคิ้วหนาของ เฉิน กระตุกขึ้นทันที
จากเฉิน อึ้งกิมกี่ ตอนนี้กลายเป็น เฉิน ขี้เหนียว ไปซะแล้ว!
ก่อนจะส่งสัญญานให้กับอลันลูกน้องคนสนิท ให้พาหลิงหลิงลูกสาวออกไปจากห้องก่อน
เขาอยากจะเจรจาตกลงกับอลินดาโดยตรง ใช้คำพูดตรงๆ ที่เด็กอาจไม่ควรได้ยิน
เขาไม่อยากให้เด็กหญิงได้ฟังถ้อยคำบางอย่างที่เด็กไม่สมควรจะรับรู้
ทว่า หลิงหลิง เอ่ยปรามเสียงใส เมื่อ อลัน ผู้ช่วยของเขาขยับมาใกล้
"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง หลิงหลิงจะอยู่ฟังปะป๊ากับมาม๊าตกลงกัน หลิงหลิงอยากอยู่ใกล้ปะป๊า เพราะใครๆ ก็บอกว่าปะป๊าเป็นคนเก่ง"
ถ้อยคำของเด็กหญิงทำให้ผู้ช่วยของเขาอมยิ้มออกมา แม้กระทั่ง เฉิน เองก็แทบจะลืมอารมณ์ขุ่นมัวในตอนนี้เสียสิ้น
สมแล้วที่ผลดีเอ็นเอออกมาเป็นแบบนี้
ทั้งฉลาดและช่างเจรจาเหมือนเขาชะมัด!
เชื้อเขามันแรงจริงๆ เว้ย
เชื้อไม่ทิ้งแถวเลย!
"ฉันให้เธอห้าสิิบล้าน สำหรับการดูแลลูกสาวของฉันมาเป็นอย่างดี และเธอจะต้องดูแลต่อไปแต่มีเงื่อนไขว่า ต่อจากนี้ไปฉันจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกเรื่องของลูกเป็นหลัก"
เขาเอ่ยเสียงเข้มแต่เบาลอดไรฟัน พยายามให้เธอได้ยินเพียงคนเดียว ขณะชะโงกหน้ามาใกล้จนเกือบชิดพวงแก้มเนียนใส ต้องการให้เธอได้ยินชัดๆ แค่คนเดียว
แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเธอ กลับทำให้ปลายจมูกโด่งของเฉินยู่ขึ้น
อลินดา นิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ
"ไม่ค่ะ ถ้าจะให้แค่นั้น คุณเฉินจะไม่มีสิทธิ์ในการดูแลและพบลูกไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งนั้น"
เฉิน กัดฟันกรอด มือกำพนักเก้าอี้ของเธอไว้แน่น
เธอนี่มัน ยัยตัวแสบ!!
"แล้วเธอจะเอายังไง! อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมให้เธอเยอะขนาดนั้น คิดเหรอว่าจะเอาผลดีเอ็นเอนี้มาบีบเอาเงินฉันเท่าไหร่ก็ได้!"
คนสวยยิ้มอ่อน ขณะหันไปมองใบหน้าบ้องแบ๊วของลูกสาว
"ลินอยากทำงานหาเงินเลี้ยงลูกค่ะ ให้ลินทำงานในค่ายของวีจีเอสนะคะ ให้ลินเป็นล่ามหรือผู้จัดการของศิลปินก็ได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้เป็นดาราหรือนางแบบ ลินไม่เป็นนะคะ!! กลัวว่าจะดังเกินไป แล้วจะมีคนขุดคุ้ยเหมือนเคนสกายกับคุณมุกดา แค่เห็นข่าวลินก็อึดอัดแทนแล้วค่ะ คงใช้ชีวิตลำบากกันน่าดูเลย"
เสียงคำรามต่ำดังในลำคอจากประธานวีจีเอส
นี่มันอะไรกัน?
เขาเป็นระดับผู้บริหารสูงสุดของค่ายบันเทิงระดับเอเชีย ไม่เคยให้ใครมาสั่งหรือบงการอะไรในชีวิตเขาแบบนี้มาก่อน
แต่ผู้หญิงคนนี้ที่อายุน้อยกว่าเขาสิบกว่าปีได้
กลับมาสั่งเขาอย่างเอาแต่ใจ
"เธอ!!"
"ลินรับห้าสิบล้านก็ได้ค่ะ แต่ต้องให้หลิงหลิงมาอยู่ในบ้านเดียวกับคุณในช่วงนี้ เพราะตอนนี้ลินไม่สะดวกเรื่องที่พัก และอาจจะดูแลลูกไม่ได้เต็มที่ อยากให้คุณเฉินช่วยดูแลลูกให้ก่อนชั่วคราว"
เฉิน นิ่งเงียบไปสักพัก
ดวงตาสีนิลเข้มครุ่นคิดถึงส่วนผลกระทบที่น้อยที่สุดต่อเขา
ยังไงเขาก็คือนักธุรกิจ
และทุกคนต่างก็จับตามองชีวิตความเป็นอยู่ของเขาไม่ต่างจากศิลปินในค่าย
เขาจะขยับทำอะไร หรือตกลงธุรกิจเจรจากับใคร จึงต้องทบทวนให้รอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ ที่เป็นเรื่องใหญ่มาก
แต่ก่อนที่เขาจะวิเคราะห์ไปมากกว่านั้น
เสียงกังวานใสก็ดังขึ้น
"จริงเหรอคะ? ปะป๊าจะให้หลิงหลิงมาอยู่ที่บ้านปะป๊าเหรอคะ? ปะป๊าใจดีจัง ไม่เหมือนที่มาม๊าเคยบอกเลยค่ะ"
นั่น! ถ้ากรรมการประเมินคะแนนศิลปินของค่ายนั่งอยู่ตรงนี้ เขาจะได้คะแนนเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม ขณะที่อลินดาเธอจะเสียไปหนึ่งคะแนน
เด็กหญิงหลิงหลิง ลุกขึ้นแล้วโดดเข้ามาเกาะแขนเขาท่าทางดีใจแสนสดใส ความอุ่นนิ่มจากร่างเล็กและกลิ่นหอมของแป้งเด็กอ่อนๆ ทำให้ เฉิน รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด
มันเป็นความอบอุ่น อ่อนโยน สดใส พลัง และความหวัง
ความรู้สึกที่มีสิ่งมีชีวิตที่แสนน่ารักมาออดอ้อน
และเขาก็ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่?
เฉิน ก้มหน้าสบตากับนัยน์ตากลมโตเม็ดลำไยจากใบหน้าบ้องแบ๊วเหมือนตุ๊กตาที่อยู่ตรงหน้า แก้มยุ้ยบนใบหน้าขาวผ่องของเด็กหญิงไหวระริก
ช่างน่ารัก น่าทนุถนอมเหลือเกิน...
จนทำให้เขาต้องเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวต้องมนต์
"ตกลงครับ! หลิงหลิงมาอยู่บ้านปะป๊านะลูก"
ลาก่อย! (ไม่ได้พิมพ์ผิด)
"ชีวิตชายโสด"
************************