ปราสาทของปะป๊า

1738 Words
ตอนที่ 2 ปราสาทของปะป๊า เฉิน จำต้องรีบขมวดจบประเด็นหลักในการประชุมกับทีมผู้บริหาร โดยเลื่อนประเด็นย่อยไปในรอบประชุมถัดไป เพราะต้องพาลูกสาวกลับมาที่บ้าน โดยมี อลินดา ตามมาด้วย ทันทีที่รถมินิแวนคันหรู จอดหน้าบ้านโมเดิร์นสีขาวสี่ชั้นหลังใหญ่พื้นที่ราวสามไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีรั้วรอบขอบชิดเป็นแนวต้นไม้สูงที่่จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบเหมือนสวนสไตล์อังกฤษ ที่แยกบรรยากาศแตกต่างจากโลกภายนอก ประตูรถถูกเปิดออก มีหญิงแม่บ้านสองคนและผู้ช่วยของเขามายืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว "ฮู่!! ห่าวเจียฮวัว(โอ้โห! สุดยอด) ว้าวๆ นี่ปราสาทของปะป๊าเหรอคะ? ใหญ่กว่าของไว่กงไว่โผ(คุณตาคุณยาย)อีกค่ะ" เด็กหญิงหลิงหลิง ตาลุกวาว แม้จะอยู่ฮ่องกงมาตั้งแต่เกิด แต่เธอพูดภาษาไทยชัดแจ๋วด้วยที่บ้านจะพูดภาษาไทยกับเธอเป็นภาษาที่สองอยู่เสมอ และมาม๊าก็บอกหลิงหลิงว่าถ้ามาอยู่เมืองไทย ให้พูดภาษาไทย เพราะนั่นแสดงว่าเราเป็นคนไทย และจะเข้าถึงผู้คนที่นี่ได้ง่ายกว่าการพูดภาษาจีน และจะทำให้หลิงหลิงปลอดภัย หลิงหลิง จึึงทำตามที่่มาม๊าบอกอย่างเคร่งครัด "ใช่ครับ! นี่คือบ้านของปะป๊าเอง ต่อไปหนูจะมาอยู่ที่นี่และเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ๆ แถวนี้ และนี่คือป้าชื่นและน้านิดนะครับ" "สวัสดีค่ะป้าชื่น สวัสดีค่ะน้านิด" เด็กหญิงก้มหัวยกมือพนมไหว้ แสดงให้เห็นถึงการถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกให้กับแม่บ้านทั้งสอง ที่ต่างตกหลุมรักและรู้สึกเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น กระเป๋าสัมภาระห้าใบของเด็กหญิง ถูกยกเข้ามาด้านใน เฉิน เหลือบตามองหญิงสาว ที่เดินตามเขามาอย่างเก้ๆ กังๆ และกวาดตามองสำรวจไปทั่วบ้านเหมือนพินิจพิจารณา ก่อนที่เธอจะหันมาบอกเขา "ข้าวของต่างๆ และเสื้อผ้าของลูก ลินเตรียมไว้ให้หมดแล้วค่ะ ยัยหนูชอบอ่านสมุดภาพการ์ตูนมาก จะต้องอ่านให้ฟังก่อนนอนทุกคืน สมุดภาพอยู่ในกระเป๋าสีฟ้านะคะ ส่วนอาหารการกินของลูก ก็กินได้แทบทุกอย่างไม่แพ้อะไรเลย ขอเพียงไม่ให้มีรสจัดมาก นมจะชอบนมอัลมอนด์มากกว่านมวัว แต่นมเปรี้ยวกินมากๆ ไม่ได้ค่ะ หลิงหลิงจะมีอาการท้องเสีย" อลินดา แจกแจงรายละเอียดทีละอย่างถี่ยิบ จนเจ้าของบ้านรูปหล่อนิ่วหน้า "เห็นฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือไง? รายละเอียดพวกนี้บอกกับป้าชื่นกับนิดละกัน ยังไงพรุ่งนี้ฉันจะให้อลันหาพี่เลี้ยงเด็กมาให้อีกที แล้วเธอค่อยบอกเขาก็แล้วกัน" อะไรกัน! แค่เมื่อกี้สบตากับใบหน้าบ๊องแบ๊ว จนใจอ่อน ยอมให้มาอยู่ในบ้านก็น่าเพียงพอแล้วมั้ง! จะต้องให้เขามาเลี้ยงเด็กคนนี้อีกหรือไง! เลี้ยงเป็นที่ไหนกันเล่า! นี่ถ้าไม่ติดว่า ได้รับปากกับเธอเมื่อกี้ และกลัวว่าเธอจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับนักข่าว เดี๋ยวมีข่าวฉาวขึ้นมาจะกระทบกับค่าย อีกทั้งไม่อยากจะเสียเงินสองร้อยล้านโดยใช่เหตุ และไม่อยากเสียเหลี่ยมให้เธอแบบง่ายๆ เขาก็คงไม่ให้เด็กหญิงหลิงหลิงเดินเข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้หรอก "ค่ะคุณลิน มีอะไรบอกกับป้าไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวป้ากับนิดจะคอยดูแลคุณหนูหลิงหลิงให้เอง" ป้าชื่น กับ นิด รีบปรี่เข้ามาด้วยท่าทีกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่ได้เจอคุณหนูหลิงหลิงลูกสาวเจ้านายเฉิน ที่พวกตนทราบข่าวมาเบื้องต้นแล้ว แต่่พอได้เจอคุณหนูตัวเป็นๆ ทุกคนก็แสดงสีหน้าลิงโลดใจกันอย่างออกนอกหน้า ด้วยคุณหนูหลิงหลิงนั้น ช่างหน้าตาบ้องแบ๊ว แสนน่ารัก กิริยาก็แสนน่าเอ็นดู แถมยังมีเบ้าหน้าเหมือนคุณเฉินราวกับแกะมาจากพิมพ์เดียวกัน "ขอบใจมากค่ะป้า คืออย่างนี้..." อลินดา อธิบายสัมภาระของลูกในกระเป๋าทีละใบอย่างใจเย็น ด้วยนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เลี้ยงดูลูกมาแล้วเธอต้องห่างจากลูกหลายวันแบบนี้ แม้ความจริงเธอไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่ด้วยเหตุจำเป็นของครอบครัว การเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเขา ผู้ชายที่มีอำนาจและบารมี น่าจะเป็นสิ่งที่ดีและปลอดภัยที่สุดกับลูกในตอนนี้ ต่อให้เขาจะมองว่าเธอเป็นคนยังไงก็ตาม... ขอเพียงลูกปลอดภัย เธอก็ไม่ถือสาเขาแต่อย่างใด "ช่วงที่อยู่กับปะป๊า หนูต้องเป็นเด็กดีนะลูก และต้องเชื่อฟังป้าชื่นนะคะ ยังไงมาม๊าจะโทรมาหาหนูทุกวันไม่ต้องห่วงนะลูก" อลินดา บอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่สั่นไหวให้อยู่ลึกข้างในอย่างที่สุด เธอจะไม่ยอมให้ลูกเห็นความอ่อนแอของเธออย่างเด็ดขาด เด็กหญิงหลิงหลิงฉีกยิ้มกว้างออกมา จนหน้ากลมบ้องแบ๊วสว่างเจิดจ้า "หม่าม๊าไม่ต้องห่วงค่ะ หลิงหลิงจะเป็นเด็กดี และจะช่วยดูแลปะป๊าเป็นอย่างดีด้วยแหละ หม่าม๊าไปทำงานนะคะ แล้วหม่าม๊าไม่ต้องคิดมากนะคะ" มือเล็กลูบไล้ใบหน้าของผู้เป็นแม่เบาๆ หลิงหลิง รู้ดีว่าแม่ต้องไปทำงาน และถ้าหลิงหลิงเป็นเด็กดี แม่ก็จะไม่คิดมาก แม่เคยบอกไว้แบบนั้น "โอเคจ้ะ มาม๊าจะตั้งใจทำงาน" "หวอ เหิ่น อ้าย หนี่" (หนูรักแม่ค่ะ) "มาม๊า อ้าย หนี่ เป๋าเป่า ซินกานๆ" (แม่ก็รักหนูจ้ะ แก้วตาดวงใจของแม่) ร่างเล็กโผเข้ากอดผู้เป็นแม่ อลินดาเองก็สวมกอดกลับและพยายามปรับโทนเสียงให้เรียบนิ่งที่สุด ด้วยไม่อยากให้ลูกสาวต้องเป็นกังวลใจกับการเปลี่ยนแปลงและท่าทีของเธอ เฉิน มองภาพสองแม่ลูกด้วยความรู้สึกหลากหลายในใจ และปล่อยให้ทั้งคู่กอดรัดและร่ำลากันจนพึงพอใจ จึงหันไปบอกกับป้าชื่น "พาคุณหนูขึ้นไปห้องนอนชั้นสี่ และเตรียมของใช้ส่วนตัวให้ด้วย แล้วพาคุณหนูอาบน้ำเตรียมเข้านอนด้วยนะครับป้า" "ได้ค่ะคุณเฉิน" "ส่วนเธอฉันขอคุยด้วยอีกแป๊บก่อนจะกลับ" "ค่ะ" อลินดา เดินตามเขามายังห้องทำงานส่วนตัว ที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู แล้วเฉินก็เปิดประเด็นแทบจะทันที "ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าสิ่งที่พลาดในตอนนั้นคืออะไร? แล้วทำไมเธอถึงเพิ่งจะโผล่หน้ามาบอกกับฉันในตอนนี้ และฉันก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าครอบครัวของเธอประสบปัญหาอะไรอยู่ แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะ! ถึงฉันจะยังไม่แต่งงานหรือมีใครเป็นตัวเป็นตน แต่ฉันก็ยังไม่คิดจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น!!" "ค่ะ ลินก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับคุณ" ใบหน้าสวยเชิดขึ้น และมองเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง เป็น เฉิน ที่เริ่มจะหงุดหงิดเสียเอง อะไรฟ่ะ! เราออกจะป้อป "ก็ดี ให้ลูกอยู่กับฉันช่วงนี้ ฉันจะดูแลเอง และเธอก็ไปเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย แต่ถ้าอยากจะมาหาลูกก็มาได้ แต่ฉันไม่อนุญาตให้ค้างที่บ้านของฉันอย่างเด็ดขาด" อลินดา นิ่วหน้าเล็กน้อย ทำไมเธอจะมองไม่ออก ว่าเขาคิดว่าเธอหวังจะจับเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ "ลินไม่ได้อยากค้างหรอกค่ะ แต่คุณเองก็เถอะ ตอนนี้ลูกมาอยู่ที่บ้าน ถ้าจะพาสาวๆ หรือเด็กๆ ในสังกัดมาทำอะไร ก็ระวังด้วยละกัน อย่าทำให้ลูกเห็นเด็ดขาด เด็กวัยนี้กำลังจินตนาการและช่างจดจำ" "นี่เธอ!" ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำขึ้นแทบจะทันที "ฉันเป็นถึงผู้บริหารและก็เป็นผู้ใหญ่พอ ฉันรู้หรอกว่าอะไรควรหรือไม่ควร! ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีไปกว่าฉันหรอกน่า" แต่มันก็จริง ที่ผ่านมาเขาจะพาสาวๆ คนนั้นคนนี้ มาปลดปล่อยบ้าง เขาก็เป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์ที่มีความต้องการเช่นผู้ชายทั่วไป และเขาเป็นชายโสด ยังไม่ได้มีพันธะอะไรกับใครซะหน่อย มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย และที่ผ่านมาทุกคนก็ยินยอมพร้อมใจ ในสิ่งที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน เขาเองก็ไม่เคยพลาดสักครั้งเพราะค่อนข้างระวังตัวเองเสมอมา ก็แค่พลาดครั้งเดียว กับผู้หญิงคนตรงหน้านี่แหละ พลาดแค่ครั้งนั้น.... ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยสดกับใครอีกเลย "โอเคค่ะ มีแค่นี้ใช่ไหมคะ? ลินจะได้กลับ" อลินดา เหยียดกายลุกขึ้น เขาพยักหน้า ไม่อยากถามด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธอพักอยู่ที่ไหน มีความเป็นอยู่ยังไง เขาไม่ได้อยากรู้... กระนั้นเขาก็ยังมีน้ำใจบอกกับเธอ "อืม ยังไงฉันจะให้คนขับรถไปส่ง ส่วนเรื่องงานไว้ต้นสัปดาห์หน้า เดี๋ยวฉันจะไปดูตำแหน่งที่ว่างและเหมาะสมกับเธอให้ เดี๋ยวเธอค่อยเข้าไปคุยกับชั้นที่ออฟฟิศวีจีเอสอีกที" หญิงสาวพยักหน้ายิ้ม "เรื่องงานขอบคุณค่ะ แต่เรื่องให้คนขับรถไปส่งไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมีคนมารับลิน" เธอ เหยียดกายลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายมาคล้องไหล่ เฉินสังเกตว่าแม้เธอจะอยู่ในชุดเสื้อปาดไหล่และกางเกงยีนส์สีซีดธรรมดาๆ แต่ก็เห็นทรวดทรงองค์เอวอย่างเด่นชัด หน้าอกหน้าใจที่อวบอิ่มนั้น ทำเอาเฉินถึงกับสายตาพร่ามัว สวยขึ้นมากเลย สวยจัง สวยชะมัด!! อย่างว่าแหละก็เธอเป็นอดีตนางแบบในค่ายของเขานี่นา "....." "ลินไปแล้วค่ะ" ลินดา บอกขณะเปิดประตูออกจากห้องและหันย้ำบอกเขาอีกครั้ง "เราสองคนควรจะเป็นแค่พ่อกับแม่ของลูกเท่านั้น ไม่ควรเป็นอะไรมากกว่านั้น" คิ้วหนาของ เฉิน ขมวดเข้าหากัน ด้วยถ้อยคำนี้ ควรจะต้องเป็นเขาที่พูดหรือเปล่าฟ่ะ? *****************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD