ปะป๊าของหลิงหลิง

1711 Words
ตอนที่ 3 ปะป๊าของหลิงหลิง เฉิน มองผ่านกระจกห้องทำงานไปยังหน้าบ้าน เห็นอลินดาก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูสัญชาติเยอรมัน ก่อนที่รถคันนั้นจะเคลื่อนตัวออกไป เขาเบะปากออกมาเล็กน้อย ฮึ!! คงจะเป็นแฟนมารับซินะ คงมีแฟนคนไทย เลยย้ายมาอยู่ไทย และได้จังหวะประจวบเหมาะจึงเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเขาสินะ "จะให้ผมช่วยสืบไหมครับว่า ตอนนี้คุณลินพักอยู่ที่ไหนและคบกับใครอยู่" อลัน เหมือนจะรู้ใจผู้เป็นนายจึงเอ่ยถามไปเมื่อเดินเข้ามาในห้อง เฉิน ชะงักเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเข้มอึมครึมขึ้น "ไม่ต้อง! ฉันไม่ได้สนใจชีวิตเธอขนาดนั้น" "ครับ" ผู้ช่วยก้มหน้าอย่างนอบน้อม พลางคิดในใจ ไม่สนใจแน่เหรอ? "แต่คิดอีกที! ไปสืบมาหน่อยก็ได้ ฉันเองก็กังวลเหมือนกันกลัวว่าเธอจะไม่กลับมารับลูก ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น" "ครับ" "ไปสืบให้เร็วที่สุด แล้วรีบมาบอกฉันด้วย" "ครับ" ไม่อยากรู้ ก็ไม่อยากรู้ครับ . . ร่างหนาเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ที่เขาให้ป้าชื่นทำความสะอาดห้องเล็กที่อยู่ติดกับห้องนอนของเขา ส่วนข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ และการตกแต่งเป็นห้องเด็ก คงจะให้ลูกน้องมาจัดการให้ในภายหลัง ห้องอาจไม่พร้อมสำหรับเด็กนัก ก็ทำไงได้ล่ะ! เขาไม่ได้เตรียมตัวมาซะหน่อยว่าจะมีลูกในตอนนี้ จู่ๆ ก็ดันมีลูกสาววัยสี่ขวบกว่าโผล่เข้ามาในชีวิต นี่ดีนะว่า ก่อนหน้าที่เธอจะเข้ามาหา เฉิน ได้ให้อลันพูดคุยและจัดการเกี่ยวกับการตรวจ DNA ไว้เรียบร้อย จึงอนุญาตให้เธอเข้าพบได้ ไม่งั้นเขาคงช็อกกับเรื่องนี้ไปแล้ว ตอนนี้เขามายืนอยู่ในห้องที่มีร่างเล็กของ เด็กหญิงหลิงหลิง ในชุดนอนลายลิตเติ้ลเมอร์เมดสีฟ้านั่งอยู่บนเตียง ใบหน้ากลมบ้องแบ๊วเอียงคอมองเขา "ปะป๊าคุยกับม่าม๊าเสร็จแล้วเหรอคะ? มาม๊ากลับไปแล้วหราคะ?" แปลกแฮะ แค่คำพูดไม่กี่ประโยคจากเด็กน้อย ก็ทำให้หัวใจเขาอ่อนยวบยาบ อารมณ์ที่หงุดหงิดก่อนหน้าเหมือนจะเริ่มบรรเทาลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ "กลับไปแล้วครับ หลิงหลิงนอนได้แล้วลูก" "ก็หลิงหลิงยังไม่ได้ฟังนิทานเลย จะนอนได้ยังไงล่ะคะ แล้วก็เจ้าปูเป้เซบาสเตียนของหลิงหลิงหายไปคะ? ปะป๊าช่วยหาให้หน่อยสิคะ เราต้องนอนด้วยกันทุกคืน" คิ้วหนาเข้มของ เฉิน ขมวดย่นเข้าหากัน เจ้าปูเป้เซบาสเตียน คือใครหว่า? "...." "ปะป๊าเล่านิทานให้หลิงหลิงฟังนะคะ และหาเจ้าปูเป้ให้ด้วยค่ะ ไม่งั้นหลิงหลิงคงนอนไม่หลับ เพราะหลิงหลิงจะต้องฟังนิทานกับเจ้าปูเป้ทุกวันค่ะ" "ครับๆ เดี๋ยวปะป๊าจะหาให้นะครับ" เฉิน บอกอย่างใจเย็น เขาจำได้ว่า อลินดา บอกเขาว่า หนังสือนิทานจะอยู่ในกระเป๋าสีฟ้า เขากวาดสายตามองกระเป๋าทั้งหมด ตอนนี้ป้าแม่บ้านได้เอาของออกมาจากกระเป๋าทุกใบแล้วจัดวางบนโต๊ะและชั้นวางของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เจอแล้ว! เย้! หนังสือนิทานวางอยู่บนโต๊ะเล็กริมหัวเตียง ค่อยยังชั่ว หาเจอแล้วหนึ่งอย่างเฟ้ย! "เดี๋ยวปะป๊าจะอ่านนิทานให้ฟังก่อนก็แล้วกันนะครับ" เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะหยิบหนังสือนิทานขึ้นมา หน้าปกเขียนว่า ไฮดี้ สาวน้อยแห่งเทือกเขาแอลป์ ดูแล้วเรื่องนี้ก็น่าจะเหมาะกับหลิงหลิงลูกสาวของเขา เป็นเรื่องของสาวน้อยไฮดี้ที่อายุเกือบห้าขวบ ถูกพามาให้อาศัยอยู่กับคุณปู่ที่เป็นเศรษฐีที่มีอาชีพเลี้ยงแกะอยู่บนเทือกเขาแอลป์ และที่นั่นเด็กหญิงและคุณปู่จะต้องปรับตัวเข้าหากัน อืม...ช่างเหมือนชีวิตของเราพ่อลูกเสียจริง ต่างกันตรงที่เขาไม่ได้เลี้ยงแกะ แต่ต้องเลี้ยงดูและบริหารศิลปินดาราของค่ายวีจีเอส "แล้วหมอนเจ้าปูเป้ล่ะคะหายไปไหน อยู่ไหนเหรอ? ถ้าไม่มีเจ้าปูเป้เซบาสเตียน หลิงหลิงจะฟังนิทานคนเดียวไม่ได้ค่ะ ต้องมีเจ้าปูเป้มาฟังเป็นเพื่อนกันด้วยค่ะ?" น้ำเสียงของเด็กหญิงสั่นเครือ ใบหน้ากลมบ้องแบ๊วส่ายไปมา จนแก้มยุ้ยไหวระริกเหมือนจะร้องไห้ "หมอนงั้นเหรอ? หมอนในบ้านนี้มีเกือบร้อยใบ หนูจะใช้ใบไหนก็ได้นะลูก แต่ถ้าหนูไม่ชอบ พรุ่งนี้ปะป๊าจะให้คนไปซื้อมาให้ หนูจะเอาลาย เอาสี หรือเลือกแบบไหนก็ได้ บอกปะป๊ามาได้เลยนะครับ" เขาเอ่ยบอกด้วยความใจเย็นที่สุด ใจเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เด็กหญิงกลับเบ้หน้าและร้องไห้ออกมา "แงๆๆ ไม่เอาค่ะ หลิงหลิงไม่เอาหมอนอื่น หลิงหลิงจะเอาหมอนเจ้าปูเป้เซบาสเตียนของหลิงหลิง ปูเป้ของหลิงหลิงที่ปูตัวใหญ่ๆ สีแดงอ่า ฮือๆ" เฉิน ตระหนกเล็กน้อย รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ถ้า ไอ้หมอนเจ้าปูเป้ มันสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงไม่เตรียมมาให้ดี แล้วตอนนี้มันอยู่ตรงไหนหว่า? "ใครอยู่ข้างล่าง! ช่วยขึ้นมาบนห้องนี้หน่อย! ช่วยมาหาหมอนเจ้าปูเป้ให้ที! เร็ว!" เฉินชะโงกหน้าออกมานอกห้อง แล้วตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน ไม่นานนักทั้งแม่บ้านและผู้ช่วยของเขาราวห้าคนก็รีบวิ่งกรูขึ้นมาบนห้องนอนอย่างรวดเร็ว และช่วยกันหาสิ่งของที่เจ้านายสั่งกันจ้าละหวั่น "ป้ากับนิดเป็นคนเอาของออกจากกระเป๋าเองค่ะคุณท่าน ใบแรกเป็นเสื้อผ้าของคุณหนูหลิงหลิง ใบที่สองเป็นหนังสือนิทานและชุดเครื่องเขียนค่ะ ส่วนที่เหลือจะเป็นของใช้ทั่วไป ไม่มีหมอนเลยนะคะ ป้าไม่เห็นหมอนซักใบเลย" ป้าชื่นรีบเอ่ยบอกอย่างละล่ำละลัก "แงๆๆ" เด็กหญิงหลิงหลิงร้องไห้จ้าออกมา เมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น ด้วยหากไม่มีเจ้าหมอนปูเป้ที่เป็นเหมือนเพื่อนและเป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นแม่ที่แสนอบอุ่น เธอจะนอนหลับได้อย่างไร ต่อให้จะต้องนอนตรงไหนขอแค่มีม่าม๊า หรือ เจ้าหมอนปูเป้ หลิงหลิง ก็หลับได้ทั้งนั้นแหละ แต่นี่ไม่มีทั้ง เจ้าหมอนปูเป้เซบาสเตียน และยังไม่มีม่าม๊าด้วย "หลิงหลิงจะเอาเจ้าปูเป้ๆๆๆ" คิดแล้วเด็กหญิงก็ร้องไห้หนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม จน เฉิน โกรธหัวฟัดหัวหวี่ยง "ฉันไม่ได้ถามว่าแต่ละใบมีอะไรมาบ้าง! ฉันต้องการอยากรู้ว่าตอนนี้ไอ้เจ้าหมอนปูเป้มันไปซุกอยู่ตรงไหน รีบไปหากันเร็วเข้าสิ!!" เฉินกัดฟันกรอดอย่างโมโห มันใช่เรื่องไหม? ที่เขาจะต้องมาฟังเสียงเด็กหญิงร้องไห้จ้าลั่นบ้าน และต้องมาหาอะไรที่ไร้สาระแบบนี้ "ไม่เจอเลยครับ ข้างล่างก็ไม่มีครับ" "ผมว่าลองโทรถามคุณลินดีไหมครับ? ไม่งั้นคุณหนูหลิงหลิงไม่หยุดร้องแน่ๆ เลยครับนาย" ลูกน้องอีกคนเสนอ เมื่อตามรื้อค้นทุกอย่างแล้วไม่เจอแม้แต่เงาของเจ้าหมอนปูเป้ จนทุกคนเริ่มจะจนปัญญา "ต่อสายให้ฉันที!" "ครับๆ" ไม่นานนัก อลินดา ก็รับสายและสมาร์ทโฟนก็ถูกยื่นให้กับเจ้านายรูปหล่อแทบจะทันที "เจ้าปูเป้อยู่ไหน?" เฉินกรอกเสียงเข้ม ปลายสายนิ่งไปสักพัก (.....) "ฉันถามว่าหมอนเจ้าปูเป้อยู่ไหน? เธอได้ยินเสียงลูกร้องไห้ไหม? รีบตอบมาเร็วๆ" เขาถามย้ำอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินเหมือนเสียงผู้ชายอยู่ข้างๆ เธอ ฮึ!! ผู้หญิงอะไร!!! ลูกเต้าไม่สนใจ สนใจแต่เรื่องผู้ชาย!! เชอะ! (หมอนเจ้าปูเป้? ลินไม่ได้ใส่ไว้ในกระเป๋านะคะเพราะใบใหญ่ ตอนขนขึ้นรถลินก็ใส่ไว้ด้านหลังวางคู่กับกระเป๋าไงคะ แม่บ้านลืมเอาลงจากรถหรือเปล่าคะ คุณเฉินลองให้คนไปดูด้านหลังรถรึยังคะ?) เสียงหวานที่ตอบจากปลายสาย ทำใหั เฉิน คิ้วขึ้นสูง ในรถงั้นเหรอ? "พวกแกรีบไปดูในรถเร็ว!" "ครับคุณเฉิน" ไม่นานนัก เจ้าปูเป้เซบาสเตียน สีส้มแดงที่ยับเยินเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมา ก็ถูกนำตัวพาขึ้นมาบนห้องและวางต่อหน้า เด็กหญิงหลิงหลิง ก็หยุดร้อง เปลี่ยนเป็นท่าทีลิงโลดดีอกดีใจทันที เมื่อกอดเจ้าหมอนนั้นไว้ในอ้อมแขน "เจ้าหมอนปูเป้มาแล้ว" ทุกคนต่างหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขณะที่ เฉิน ยู่หน้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อมองดูรูปร่างแสนประหลาดของเจ้าหมอนปูเป้ ที่ดูยังไงก็ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน แถมยังเป็นหมอนเก่าๆ เน่าๆ สีซีดๆ ที่คงไม่มีใครคิดอยากจะจับต้องมันด้วยซ้ำ ทว่าใบหน้ากลมบ้องแบ๊วที่ยิ้มออกมาอย่างลิงโลดนั้น ก็ทำให้มุมปากหนาของเขายกยิ้มตามโดยอัตโนมัติ "ปะป๊าของหลิงหลิง เก่งที่สุดในโลกเลย ให้คะแนนปะป๊า หนึ่งหัวใจค่ะ" เออแฮะ!! เขาได้คะแนนเพิ่มอีกแล้ววุ้ย!!! และการถูกชมน้ำเสียงที่แสนบริสุทธิ์และจริงใจ มันช่างดีอย่างนี้นี่เอง "คุณเฉินครับ เรื่อง.." "พวกแกออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน ฉันจะอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน ไปรอฉันข้างล่างเลย" "ครับคุณเฉิน" หนังสือนิทาน ไฮดี้ สาวน้อยแห่งเทือกเขาแอลป์ ถูกเปิดออก ร่างเล็กเอนกายลงนอนบนเตียงนอนพร้อมกอดหมอนเจ้าปูเป้แนบข้างไปด้วย ดวงตากลมโตเม็ดลำใยตื่นเต้นที่จะได้ผจญภัยในจินตนาการ จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นปะป๊า อย่างใจจดใจจ่อ ก่อนที่นิทานจะถูกเล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มกังวาน "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กหญิงไฮดี้เด็กหญิงอายุห้าขวบที่แสนจะน่ารัก ได้เดินทางมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณปู่ที่อยู่บนเทือกเขา...." **********************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD