ตอนที่ 4
มาม๊าของหลิงหลิง
"นี่คือข้อมูลของคุณอลินดาครับ"
เอกสารข้อมูลที่ปริ้นออกมาหนาปึกพร้อมข้อมูลที่เซฟใส่เอสดีการ์ดถูกวางบนโต๊ะทำงานในเช้าวันต่อมา เฉิน หลุบตามองอย่างผ่านๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยดั่งฉาบไว้ด้วยน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ เพราะเพิ่งจะประชุมกับทางทีมบริหารของค่ายวีจีเอสเสร็จไปเมื่อสักครู่นี้เอง
"คุณอลินดา กลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกงกับครอบครัวตั้งแต่รู้ว่าตัวเองท้อง และคลอดคุณหนูหลิงหลิงที่นั่น คุณหนูหลิงหลิงเกิดวันที่สิบสามเดือนเมษายน ถือสองสัญชาติคือฮ่องกงและไทยครับ"
ยอดเยี่ยมมาก ลูกสาวปะป๊า
เกิดวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทยซะด้วย
"......"
"ครอบครัวของคุณอลินดาทำธุรกิจเกี่ยวกับการเก็งกำไรให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งในฮ่องกง และจีนเป็นหลัก แต่ก็มีที่ไทยบางส่วน ซึ่งเมื่อหลายปีที่แล้วถือว่าทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่สถานการณ์ในช่วงหลังสถานการณ์โควิดมานี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จีนถือว่าวิกฤต และที่ฮ่องกงก็ไม่ต่างกันมาก"
"...."
"เนื่องจากสถานการณ์หลายอย่างทั้งเหตุการระบาด ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงครามการค้า เหตุการณ์แผ่นดินไหว และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อีกทั้งธุรกิจใหม่ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ครอบครัวคุณลินได้ทุ่มเงินลงไปก็ขาดทุนอย่างหนัก และที่สำคัญดูเหมือนจะไปขัดแข้งขัดขากับคู่แข่งรายใหญ่ที่มีกลุ่มทุนเทาหนุนหลังอยู่ด้วยครับ"
มิน่าล่ะ!
ถึงซมซานกลับมาอยู่เมืองไทย
"....."
"ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ เท่าที่ได้สืบข้อมูลมา ตั้งแต่คุณอลินดาท้องจนกระทั่งคลอดคุณหนูหลิงหลิง คุณอลินดาไม่ได้คบหากับใครเลยครับ จนกระทั่งตอนนี้"
หัวคิ้วของ เฉิน เลิกขึ้นสูง
"นายมั่นใจได้ยังไง เขาอาจจะคบอยู่กับใครก็ได้ ตั้งหลายปีขนาดนั้น ขนาดฉันยังมีไม่ขาดเลย และยังมีแอบคบๆ เลิกๆ มาตั้งหลายคนที่ไม่ออกสื่อ"
เฉิน ไม่อยากจะเชื่อข้อมูลนี้สักเท่าไหร่นัก
ก็ยัยแม่ของลูก สวยจัดซะขนาดนั้น
ไม่ได้คบหาใคร ...เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก ไม่เชื่อหรอก!
ขนาดตอนเป็นดารานางแบบในค่ายวีจีเอสของเขา เธอก็ยังเสน่ห์แรงและมีหนุ่มๆ ทั้งในและนอกวงการตามจีบกันเพียบ มีแม้กระทั่งพวกระดับทายาทเจ้าสัวเบอร์ต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว
แต่ อลินดา กลับไม่สนใจใคร
ตอนนั้นเธอมุ่งมั่นอยากจะเป็นนางแบบระดับโลก
แต่ทว่าจู่ๆ เธอก็ละทิ้งความฝันนั้นไป
เป็นเพราะเธอตั้งท้องหนูหลิงหลิงหรือเปล่านะ?
ช่างเถอะ!....
เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว เขาไม่อยากจะคิดถึงมัน เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพูดและทำอะไรกับเธอไปบ้าง แม้ตอนนั้นจะเมาหน่อยๆ ด้วยคืนนัั้นเป็นงานสังสรรค์การฉลองความสำเร็จของค่ายวีจีเอสและ The sky thailand ที่ทำกำไรทะลุเป้า และคว้ารางวัลมากมาย แถมยังมีศิลปินในค่ายได้ความนิยมในระดับอินเตอร์ ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงของค่ายเลยทีเดียว
คืนนั้นสายตาเขาจับจ้องอยู่ที่ อลินดา หวัง นางแบบสาวลูกครึ่งไทยจีนวัยยี่สิบเอ็ด ที่มีหุ่นแสนเซ็กซี่และเย้ายวน
ปกติ เฉิน ถือคติไม่เป็นสมภารกินไก่วัด
เขาจะไม่ผูกสัมพันธ์หรือมีอะไรกับเด็กในสังกัดค่ายตัวเองอย่างเด็ดขาด ด้วยไม่อยากให้มีปัญหาตามมาให้ปวดหัวเวลาทำงาน
ด้วยจะบริหารและควบคุมลำบาก
แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมคืนนั้นเขาถึงไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้ เขาเหมือนโดนมนต์สะกด กว่าจะรู้ตัวเขาและเธอก็นัวเนียกันอยู่บนเตียงโดยไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น ลมหายใจของเขาและเธอเป่ารดรวยริน เมื่อร่างกายสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน
แม้จะกรึ่มๆ แต่เขาก็มีสติดีครบถ้วนทุกอย่าง และรู้ดีว่าตัวเองทำอะไร
...คือความจริงก็ทำไปหลายท่าตามที่ใจเรียกร้องนั่นแหละ!
และที่ผ่านมา ถึงเขาจะพยายามลืมมันยังไง
ความเร่าร้อนในคืนนั้นก็ยังคงตราตรึงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท เสียงครางหวานจากใบหน้าสวยสด และเรือนร่างขาวแสนเซ็กซี่ ที่บิดร่านอยู่ใต้ร่างเขา ทั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้อจากการบีบรัดที่รุนแรงของโพรงนุ่มของเธอ ทำให้เขาลืมทุกสิ่งในขณะนั้น จึงปลดปล่อยธาราอุ่นร้อนแห่งเชื้อพันธุ์ เข้าไปในกายเธอทุกหยาดหยด
ความจริงคืนนั้นมันยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของเขา
ยอดเยี่ยมจนเขาอยากจะซ้ำอีกหลายครั้ง
แต่ไม่นานเธอก็หมดสัญญากับค่ายวีจีเอส
ตอนนั้นเขายุ่งมาก และไม่ได้ติดต่อเธอเลย
แม้จะติดใจรสเซ็กส์ที่หวานล้ำเพียงใด
แต่เขาก็คิดว่า...เดี๋ยวเธอก็คงจะติดต่อมาเองแหละน่า!
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับไม่ติดต่อเขามาเลย ในใจเขาก็คิดว่า นั่นแสดงว่าเธออาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย และเธอมีทางเดินชีวิตอื่นที่ดีกว่า
ถึงจะรู้สึกเหมือนเธอไม่แยแสเขาเลย แต่ เฉิน ไม่ใช่คนเซ้าซี้ เขาเป็นลูกผู้ชายพอ และเขาเคารพสิทธิ์ของคู่นอนทุกคนเสมอ ยิ่งเธอเป็นดารานางแบบที่เคยอยู่ในสังกัดของเขาด้วยแล้ว เขาจะไม่มีทางเอาเรื่องบนเตียงที่กินชั่วคราว โยนให้ไปเป็นความหนักใจของผู้หญิงในการตัดสินใจในทางเลือกชีวิตของเธออย่างเด็ดขาด
เมื่อเธอหายไปจากชีวิตเขาและไม่ติดต่อมา
เฉิน จึงไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีกต่อไป
และก็ไม่ได้ตั้งใจอยากจะใส่ใจอีก เขาต้องมูฟออนกับชีวิตและองค์กรของตัวเองต่อไป ทุกๆ วันมีปัญหาหลายอย่างที่เขาต้องแก้ไขให้ศิลปินในค่ายอยู่ตลอดเวลา ทุกๆ คนต่างก็ฝากความฝันความหวังและอนาคตเอาใว้กับเขา นั่นคือเรื่องสำคัญที่สุด
เรื่องชีวิตของเขาเองไม่ได้สำคัญเท่าใดนัก!
...หากแต่ว่าตอนนี้เธอได้หวนกลับมาในชีวิตของเขาพร้อมกับลูกสาวที่แสนน่ารัก
เขาคงไม่กลับมาคิดถึง..... อีกครั้งแบบนี้!
"ตอนนี้คุณอลินดาพักอยู่ที่ทีน่าคอนโดแถวสุขุมวิทยี่สิบหก เป็นคอนโดที่ครอบครัวคุณลินซื้อไว้เพื่อเกร็งกำไรนานแล้ว และช่วงนี้เธอก็เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างไทย สิงคโปร์และฮ่องกง คงน่าจะเป็นการเจรจาธุรกิจใหม่กับทางกลุ่มนักลงทุนที่สิงคโปร์ครับ"
มิน่า!!
ถึงต้องการเงินจากเขาจำนวนเยอะขนาดนั้น แล้วเขาจะมั่นใจได้ยังไงล่ะว่าเธอจะไม่เอาเงินไปเผากับธุรกิจใหม่ให้ขาดทุนอีกครั้ง
ที่ผ่านมาเธอ ท่าทางเธอเป็นลูกคุณหนู
เหมือนคนรับความกดดันไม่ได้ ที่จริงเหมือนคนทำอะไรไม่เป็นด้วยซ้ำ
ตอนเข้าวงการก็แค่งานถ่ายแบบเล็กๆ น้อยๆ แถมโดนกดดันจากสื่อไม่เท่าไหร่ ก็หนีหายกลับไปอยู่ฮ่องกงใต้ปีกของครอบครัวซะแล้ว
เดี๋ยวเจรจากับทางสิงคโปร์ก็ไปไม่รอดเหมือนเดิมอีกแน่ๆ
เขาไม่ได้ดูถูกเธอนะ
...แต่การทำธุรกิจถ้าไม่เด็ดขาดจริง ไม่เคี่ยวจริงๆ ยากที่จะเติบโตและสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง
เฉินรู้ดี เพราะเขาก็เป็นคนทำธุรกิจเหมือนกัน การจะนำพาค่ายวีจีเอสมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นธุรกิจบันเทิงที่มีการแข่งขันสูงและดุเดือดแบบนี้ และธุรกิจที่ อลินดา ทำอยู่ก็คงจะดุเดือดไม่ต่างกันเลย
"อลันพอทราบไหมว่า ธุรกิจใหม่ของเธอเป็นธุรกิจอะไร และเธอกำลังเจรจากับบริษัทอะไรอยู่?"
"คาดว่าน่าจะเป็นเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์นะครับ เพราะเห็นว่าตอนนี้ทางรัฐบาลที่นั่นกำลังมีโปรเจคพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่ชื่อว่า Northern Metroplis เป็นการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีครบวงจร ซึ่งระบบซอฟต์แวร์จะมีส่วนสำคัญอย่างมากครับ"
"....."
เล่นโครงการใหญ่ซะด้วย
สองร้อยล้านจะไปทำอะไรได้ น้อยเกินไปไหมนั่นกับโครงการระดับนี้!!
"และคุณอลินดาเองก็จบทางด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ แต่บริษัทที่ร่วมลงทุนนั้น ยังไงผมขอหาข้อมูลให้ลึกอีกสักนิดครับ ว่าคุยเรื่องไหนกับบริษัทใดบ้าง เพราะจากการสืบคร่าวๆ ก็เห็นว่ามีคุยไว้หลายที่เลยครับ"
โห...หน้าตานุ่มนิ่มแบบนั้น
ไม่น่าเชื่อว่าจบวิศวกรรมซอฟต์แวร์
แล้ว ...ทำไมเธอถึงอยากจะมาทำงานกับเขา? นี่มันคนละสายงานกันเลยนะ?
หรือว่าก็แค่พูดๆ ไปอย่างนั้นเอง...
"พักอยู่ที่ทีน่าคอนโดเหรอ?"
"ครับ"
"พักอยู่กับใคร?"
"ครับ"
"อลัน ฉันถามว่าลินพักอยู่กับใคร?"
เสียง เฉิน เข้มขึ้น จนผู้ช่วยหนุ่มสะดุ้งปนขำ
"พักอยู่คนเดียวครับ ปกติก็พักอยู่กับคุณหนูหลิงหลิงแหละครับ แต่พอคุณหนูมาพักอยู่ที่บ้านบอส คุณลินก็เลยพักคนเดียวครับ แต่ช่วงสัปดาห์นี้คุณลินน่าจะบินไปสิงคโปร์นะครับ"
"นายแน่ใจ?"
"ครับ"
"แน่ใจว่าลินพักคนเดียว?"
"ครับ"
อลัน อมยิ้มกับท่าทางของเจ้านาย ที่คำพูดก่อนหน้านี้ที่บอกไม่สนใจชีวิตของเธอ แต่ในตอนนี้ผู้เป็นบอสกลับถามย้ำกับคำตอบกับเขาอยู่นั่นแหละ
ไหนบอกว่าไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคุณอลินดาไงล่ะบอส
แต่นี่เขาสืบมาเสียละเอียดยังไม่พอ ยังต้องไปสืบต่ออีก
ไม่สนใจยังไงกันหนอ!
"แล้วผู้ชายคนที่มารับลินเมื่อวานเป็นใคร?"
"เอ่อ?"
อลัน งงเป็นไก่ตาแตก บอสมีตาวิเศษที่สามารถมองทะลุเข้าไปในรถที่ติดฟิล์มมืดได้ขนาดเลยเหรอ?
"คือประเด็นนี้บอสไม่ได้สั่ง ผมเลยไม่ได้ไปสืบมาครับ ว่าแต่บอสรู้ได้ยังไงครับว่าเมื่อวาน คนที่มารับคุณลินเป็นผู้ชาย?"
เฉิน ชะงักเล็กน้อย จึงหันขึ้นมองตาขวางยังลูกน้องที่เป็นทั้งผู้ช่วยเป็นทั้งเลขาที่รู้ใจ ที่เก่งและช่วยงานเขาได้ทุกเรื่อง
ใช่! ทุกเรื่องเลย
ไอ้หมอนี่! อย่ามาพูดกวนอารมณ์สิ!
"ฉันรู้ก็แล้วกัน!"
ก็ได้ยินเสียงคุยกันลอดมาทางโทรศัพท์ขนาดนั้น เขาจะไม่รู้ได้ยังไง
"ถ้างั้นผมจะให้คนไปสืบประเด็นนี้เพิ่มครับ"
"คิดอีกที ไม่ต้องละ"
เฉิน โบกมือห้ามอย่างหงุดหงิด
"ผู้ชายที่ไหนจะมารับก็ช่างเถอะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องของยัยนั่นขนาดนั้น!! ฉันแค่เป็นห่วงหลิงหลิงลูกสาวฉัน และกลัวว่าอลินดาจะมัวแต่สนุกอยู่กับผู้ชาย จนลืมมารับลูกคืนก็เท่านั้น!!"
"ครับ"
ไม่อยากรู้ ก็ไม่อยากรู้ครับ
อลัน บอกบอสอยู่ในใจ....
*****************