แค่พ่อของลูก

1765 Words
ตอนที่ 6 แค่พ่อของลูก "ขอบใจภัคมากเลยนะที่ดีลให้เราแทบทุกเรื่ิองเลย ขอบใจจริงๆ" อลินดา เอ่ยบอกเพื่อนสนิท หลังจากที่เจรจางานกับทางคู่ค้าพันธมิตรสิงคโปร์และมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้ด้วยดี "เล็กน้อยน่าลิน เราก็แค่ประสานงานให้เท่านั้น แต่การต่อรองและตัดสินใจทุกอย่างนั้น ทางคู่ค้าเองเขาก็คงจะดูจากประวัติการทำธุรกิจที่ผ่านมาของทางลินเป็นหลักจะนั่นแหละ" ภัควัตร เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองไทย และคอยช่วยเหลือจุนเจือเธอมาตลอด แม้ตอนนี้เขาจะเปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในประเทศ แต่ก็ยังเจียดเวลามาดูแลและรับฟังคำปรึกษาจากเธอทุกครั้งเป็นอย่างดี "ยังไงเราก็ต้องขอบใจอยู่ดี ก่อนหน้านี้เรามืดแปดด้านเลย ไม่รู้จะหันไปทางไหน พ่อกับแม่เราเองก็ล้มป่วยลง คงเป็นเพราะเครียดเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจนี่แหละ เราเลยไม่อยากจะเอาเรื่องหนักๆ ไปรบกวนท่านเพิ่มอีก" พ่อของเธอเป็นคนจีนส่วนแม่เป็นคนไทย ความจริงทั้งคู่อยู่ที่เมืองไทยตั้งแต่เกิด แต่หลังจากที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจอสังหาที่ฮ่องกงและจีนที่ตอนนั้นเฟื่องฟูทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ครอบครัวของเธอก็ย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกงหลายปีมาแล้ว ตอนนี้ท่านทั้งสองพักอยู่ที่นั่น และอลินดาไม่อยากจะให้ท่านไม่สบายใจในเรื่องที่เธอกำลังเผชิญอยู่ "เราบอกว่าไม่เป็นไรไง แล้วเรื่องของหลิงหลิงล่ะ คุณเฉินเขายอมรับและดูแลลูกของลินดีใช่มั้ย?" "ก็น่าจะดีนะ ตอนแรกเขาก็มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ แต่เมื่อเห็นผลดีเอ็นเอเขาก็ยอมให้หลิงหลิงเข้าไปอยู่ในบ้าน และตอนนี้เราอยากให้ลูกอยู่ในความดูแลของเขาชั่วคราว" เธอคิดว่าถึงจะอย่างไร? เขาก็สามารถที่จะดูแลลูกของเธอได้เป็นอย่างดีแน่นอน แม้เขาจะไม่ได้ดูแลเองทั้งหมดก็เถอะ "ไม่น่าเชื่อนะ ว่าคนอย่างคุณเฉินจะยอมรับเด็กเข้าไปอยู่ในบ้านตัวเองง่ายๆ แบบนั้น แต่อย่างว่าแหละ หลิงหลิงหน้าเหมือนคุณเฉินเสียขนาดนั้น และยังมีผลดีเอ็นเอยืนยันแบบนั้นอีก ยังไงคงปฎิเสธยาก" แม้ ภัควัตร จะทราบเรื่องเกี่ยวกับพ่อของหลิงหลิงมาตั้งนานแล้วก็ตาม แต่ตนก็เคารพในการตัดสินใจของอลินดา และรูดซิปปากเงียบไม่เคยให้ใครรู้มาโดยตลอด! และได้แต่ให้กำลังใจอยู่ห่างๆ "คือเท่าที่ดู คุณเฉินเขาน่าจะเป็นพ่อที่ดีได้นะ ...แต่เขาก็คงเป็นได้แค่พ่อของลูกเท่านั้นแหละ..." อลินดา ผ่อนลมหายใจออกมา ยอมรับว่าเธอต้องใช้ความกล้าพอสมควร ในการที่เธอตัดสินใจกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง เพื่อขอร้องให้เขาดูแลลูก และต้องการเงินบางส่วนจากเขาเพื่อมาต่อยอดและพยุงธุรกิจของครอบครัวเธอที่กำลังง่อนแง่นอยู่ในตอนนี้ แต่ดูจากสีหน้า ท่าทาง และคำพูดของเขาแล้ว เขาก็ยังคงเป็น เฉิน ลีออง หนุ่มเจ้าสำราญที่ใช้ชีวิตแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ก็ตาม เธอจำได้ดี วันที่รู้ว่าตัวเองท้อง เป็นวันที่เขากำลังคั่วอยู่กับดาราสาวสวยเบอร์ต้นๆ ของประเทศ จึงตัดสินใจที่จะหันหลังออกจากวงการ และตามครอบครัวไปอยู่ที่ฮ่องกง กระนั้นเธอก็ยังคงติดตามข่าวคราวของเขาอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งตอนนี้ เขาไม่เคยเปลี่ยนเลย ตัวเธอเองก็เช่นกัน! "แล้วลินแน่ใจเหรอ? ที่จะทุ่มเทกับธุรกิจด้านนี้ เราว่ามันต้องใช้ระบบและเทคนิคขั้นสูงอยู่นะ ถึงลินจะจบมาทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ก็เถอะ จะใหวเหรอ?" "เราว่ามันเป็นตลาดที่เราต้องทุ่มเทและลงทุน การพัฒนาที่อยู่อาศัยเทคโนโลยีอัจฉริยะจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงแน่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบซอฟต์แวร์จะเป็นกุญแจธุรกิจสำคัญที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในเมือง และเราอาจจะใช้เมืองไทยเป็นจุดทดลองระบบและเป็นที่ตั้งสำนักงานด้วย" นอกจากนี้ เธอตั้งใจที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทธุรกิจต่างๆ ทางด้านการเงิน และยังมองถึงตลาดอื่นๆ เช่น ธุรกิจจัดเก็บสินค้าและการซักรีดอีกด้วย และซึ่งต้องใช้เงินทุนและพันธมิตรจำนวนมาก "เราจะเอาใจช่วยนะ มีอะไรบอกเราได้เลย แต่งานที่จะคุยต่อกับคุณไมเคิลพรุ่งนี้ เราคงไม่ได้ไปด้วยนะเพราะต้องบินกลับไทย เรามีงานด่วนอ่ะ" "ไม่เป็นไรภัค กลับก่อนเถอะ แค่นี้ก็ถือว่าเรารบกวนมากพอแล้ว" "เค ไว้กลับไทย แล้วค่อยเจอกันเนอะ" . . ไมเคิล จาง เป็นผู้บริหารวัยสี่สิบสองของบริษัทโอเอ็กซ์กรุ๊ป ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โดยตรง เขารับฟังการ present ของเธออย่างตั้งใจ ด้วยรู้สึกสะดุดกับไอเดียการนำระบบไอทีไปใช้ในอาคารที่อยู่อาศัยและการจัดระเบียบต่างๆ ของโกดังเก็บของขนาดกลางและเล็ก "แม้ตอนนี้อสังหาจะอยู่ในช่วงซบเซา แต่ในฮ่องกงก็ยังเป็นตลาดที่น่าลงทุน แต่เราต้องการพันธมิตรที่จะร่วมพัฒนาระบบ software เพื่อพัฒนาในส่วนของระบบซีเคียวริตี้ที่จะป้องกันในอาคารและโกดัง โดยคิดว่าจะสามารถแชร์ส่วนแบ่งตลาด 20% ได้ทันทีที่เปิดตัว เพราะทางเรามีกลุ่มลูกค้าอยู่ในมือแล้วจำนวนหนึ่ง โดยได้พูดคุยเบื้องต้นกับลูกค้าเหล่านั้น...." อลินดา พรีเซ้นต์ด้วยความมั่นใจ เนื่องด้วยตัวเองอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะทั้งที่ฮ่องกง จีน และไทยมาพอสมควร และเธอสังเกตเห็นว่าผู้บริหารของ OX เริ่มพยักหน้าคล้ายเห็นด้วยกับความคิดของเธอทีละนิด การคุยงานกว่าสามชั่วโมงจบลง ไมเคิล เอ่ยบอกเธอเป็นภาษาอังกฤษ "แผนงานของคุณน่าสนใจมากหลิน ผมสนใจในมุมที่ว่ายังมีธุรกิจหลายอย่าง ที่ไม่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก การลดขนาดพื้นที่และการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดผ่านการควบคุมด้วยโปรแกรม จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ดี โดยเฉพาะกับเมืองที่มีพื้นที่จำกัดอย่างฮ่องกงหรือกรุงเทพ" "แล้วตอนนี้สินค้าออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในทุกพื้นที่ การเข้าไปร่วมพัฒนาโกดัง อาคาร และที่อยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยีโลกอนาคต จะสร้างความแตกต่างและจะเป็นการสร้างมูลค่า สร้างจุดแข็งใหม่ให้ตลาด และผมคิดว่านั่นจะเป็นการกระตุ้นธุรกิจอสังหาทั้งภูมิภาคเลยทีเดียว" "ใช่ค่ะ" "ยังไงผมต้องประชุมบอร์ดก่อน เราจะติดต่อกลับให้เร็วที่สุด แต่ผมคิดว่าแนวโน้มที่เราน่าจะได้ร่วมงานกันมีสูงมากครับ" ถ้อยคำนั้น ทำให้อลินดายิ้มกว้างออกมา นั่นเท่ากับเป็นการบอกเป็นนัยๆ แล้วว่า สิ่งที่เธอพยายามมา กำลังเดินไปในทางที่ดีและใกล้จะสัมฤทธิ์ผลแล้ว (มาม๊าเป็นยังไงบ้างคะ? ทำงานเหนื่อยหรือเปล่าคะ? คิดถึงมาม๊าจังเลยค่า) เสียงหวานใสจากใบหน้ากลมบ้องแบ๊วที่ปรากฏบนจอสมาร์ทโฟน ทำให้ อลินดา อมยิ้มออกมา หลังจากที่เธอเจรจางานเสร็จแล้ว ก็รีบกดหาลูกสาวแทบจะทันที "คิดถึงค่ะ มาม๊าคิดถึงหลิงหลิงที่สุดเลย หลิงหลิงดื้อหรือเปล่าคะ ทำอะไรอยู่ลูก?" (หลิงหลิงเพิ่งคุยกับคุณครูเสร็จค่ะ วันนี้ปะป๊าพาคุณครูมาหาหลิงหลิงตั้งสามคน ปะป๊าบอกให้หลิงหลิงเตรียมตัวที่จะเข้าโรงเรียนค่ะ) หัวคิ้วเรียวสวยของอลินดาขมวดเข้าหากันทันที เมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น "เข้าโรงเรียน?" (ค่ะ เข้าโรงเรียน) แม้จะเอาลูกไปฝากไว้กับเฉิน แต่อลินดาก็ไม่ได้คุยประเด็นนี้ไว้กับเขา เพราะเธอคิดว่าจะฝากเอาใว้แค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น อีกอย่างเรื่องโรงเรียนเธอมีแผนเตรียมไว้ให้ลูกอยู่แล้ว "ตอนนี้ปะป๊าอยู่นั่นหรือเปล่าจ๊ะ?" (ปะป๊าเข้าไปในห้องทำงานแล้วค่ะ! มีผู้ชายหล่อสองคนมาหาปะป๊า หลิงหลิงว่าเคนสกายกับเรย์สกายค่ะ หลิงหลิงเคยเห็นในทีวีค่ะมาม๊า) ดาราดังในค่ายของเขานั่นแหละ "อืม! ถ้าผู้ชายหล่อๆ สองคนนั้นกลับไปแล้ว หนูบอกมาม๊าด้วยนะ เดี๋ยวมาม๊าจะโทรไปหาปะป๊าจ๊ะ" (ได้ค่า มาม๊าจะโทรหาปะป๊าเพราะมาม๊าคิดถึงปะป๊าใช่ไหมค๊า?) (แล้วมาม๊าจะกลับมาวันไหนคะ?) "อีกสองวันก็กลับแล้วจ้า เดี๋ยวเจอกันนะลูก เดี๋ยวหม่าม๊าซื้อของไปฝากนะคะ" อลินดาไม่ตอบประโยคแรกของลูก แต่เลือกที่จะตอบในประโยคหลัง (รักมาม๊านะค๊า) "รักหนูเหมือนกันจ้ะ" . . เสียงคุยอยู่ด้านนอกห้องหลังจากที่ เคน กับ เรย์ นักแสดงในสังกัดกลับไปแล้ว ทำให้ เฉิน ละสายตาจากหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อประตูห้องของตนถูกเปิดเข้ามาโดยพละการ และร่างอรชรของสาวนางหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง "คุณเฉิน! ทำแบบนี้กับลีนาหมายความว่ายังไงคะ? คุณเฉินจะเขี่ยลีนาทิ้งเหรอคะ?" เฉิน ลุกพรวดขึ้นแทบจะทันที "เธอเข้ามาได้ยังไง? ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา!" ประธานวีจีเอส โวยวายดังลั่น ด้วยลูกสาวของเขากำลังคุยกับครูที่ห้องเล็กด้านล่าง อลัน และป้าชื่น รีบปรี่เข้ามาแทบจะทันที "ผมโทรบอกคุณลีนาแล้วนะครับ! คุณลีนาครับกลับไปก่อนดีกว่าครับ!" อลันบอก เฉิน กำลังจะเอ่ยต่อ แต่สมาร์ทโฟนของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น และเป็นสายเรียกเข้าจาก อลินดา ยัยแม่ของลูก!! เขาจึงกดรับสายในทันที "ว่าไง?" (คุณเฉิน เห็นหลิงหลิงบอกว่า โรงเรียนของลูก....) อลินดา เอ่ยถามในสิ่งที่เธออยากจะคุย แต่ก็ต้องชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เมื่อเสียงหวานของนักแสดงสาว ดังลั่น! จนแทรกเข้ามาในสาย "คุณเฉินคะ! เรื่องของเราลีนาไม่ยอมนะคะ" *******************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD