ตอนที่ 8
ปะป๊าของหลิงหลิงเก่งมาก
"คะ คะคุ คุณเฉิน!"
ลีนา หน้าซีดเผือดและเหมือนจะติดอ่างขึ้นมาในทันที เมื่อสบตากับนัยน์ตาสินิลเข้มบนใบหน้าหล่อเหลาของประธาน เฉิน ที่จ้องมองหล่อนอย่างเอาเรื่อง
"เหมือนเธอจะละเมิดข้อตกลงและล้ำเส้นฉันมากเกินไปแล้วนะ"
น้ำเสียงดุเข้มทรงอำนาจ
ทำให้ลีนารีบยกมือขึ้นไหว้
"อะ เอ่อคือ ลีนาขอโทษค่ะ"
ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย กับการมีเรื่องกับประธานค่ายวีจีเอส ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ดาราในสังกัดของเขาก็ตาม แต่เฉินก็มีเครือข่ายที่ครอบคลุมในอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสื่อ กลุ่มบริษัทเอเจนซี่ต่างๆ และเหล่าสปอนเซอร์ หรือแม้แต่ผู้บริหารของค่ายอื่นๆ ก็ยังเกรงใจเขา
ซึ่งอาจจะทำให้หล่อนอาจจะทำงานในวงการลำบาก
"สัญญาของเราเป็นอันสิ้นสุดลง ฉันจะให้อลันจัดการเรื่องค่าชดเชยให้เธอ และต่อไปนี้ไม่ต้องมาที่นี่อีก"
"จะ...แต่...คุณเฉินคะ!"
ลีนา หน้าชาวาบ ไม่คิดว่าตัวเองจะโดนตัดรอนง่ายๆ แบบนี้ "ลีนาขอโทษค่ะที่ก้าวก่ายเรื่องของคุณเฉิน แต่ยังไงลีนาขอคุณเฉินพิจารณาให้ลีนาได้เป็นดาราในสังกัดวีจีเอสได้ไหมคะ?"
อย่างน้อยก็จะได้มีช่องทางให้เธอได้ทำมาหากินและอยู่ในแสงเจิดจรัสต่อไป ถ้าได้อยู่ในค่ายของเขา
ทว่า เฉิน ส่ายหน้าปฏิเสธ
"เธอก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าฉันไม่ต้องการมีความสัมพันธ์กับเด็กในค่ายตัวเอง และเด็กที่ฉันเคยมีความสัมพันธ์ก็ต้องไม่มาเป็นเด็กในค่ายของฉัน ไม่งั้นจะมีปัญหาในการบริหารจัดการ"
บอกแล้วไงเขาถือคติ
สมภารไม่กินไก่วัด
จะมีแค่ไก่ตัวเดียวตัวนั้นแหละที่เขากินในคืนนั้น แล้วเขาก็ไม่เคยทำแบบนั้นกับเด็กในค่ายตัวเองอีกเลย
เฉิน พอจะมองออกว่า ลีนา หวังอะไร
และเขาไม่ต้องการให้ทุกอย่างมันยุ่งยากมากไปกว่านี้
กระนั้นเขาก็ยังมีน้ำใจบอกหล่อน
"ฉันจะไม่ยุ่งก้าวก่ายเกี่ยวกับงานของเธอ ถึงเธอจะเป็นนักแสดงอิสระหรืออยู่ค่ายไหนก็ตาม ฉันยังเหลือเส้นทางให้เธอเดินในวงการนี้เหมือนคนอื่นๆ เธอจะยังคงจะเจิดจรัสแสงเท่าที่ความสามารถของเธอมี เอาล่ะ! กลับไปได้แล้ว!"
เอ่ยเสร็จร่างหนาของประธานเฉิน ก็หันหลังกลับและเดินไปจูงมือเด็กหญิงหลิงหลิง พาเข้าไปในบ้าน
ลีนา ได้แต่ยืนมองด้วยแววตาละห้อย
และตะหนักว่าทุกอย่างได้จบลงแล้ว
แต่หล่อนก็เอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้
"ละแล้ว เด็กคนนั้นคือลูกสาวของคุณเฉินจริงเหรอคะ?"
ไม่มีใครตอบคำถามนั้น
และนั่นก็คือการตอบที่ชัดเจนแล้ว
อลันและคนอื่นๆ หันมามองหน้ากัน ด้วยพวกตนเห็นภาพเหล่านี้มาจนชาชินเสียแล้ว และก็ไม่แน่ใจว่าลีนามั่นใจอะไรนักหนา ถึงกล้ามางัดข้อกับประธานเฉินจนต้องยุติบทบาทนี้ลงเร็วกว่าคนอื่นๆ
กระนั้น อลัน ก็เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เดี๋ยวผมจัดการเรื่องค่าชดเชยให้นะครับคุณลีนา!"
ปิดเคสให้บอสไปหนึ่ง!!
.
.
"ปะป๊าเป็นอะไรไหมคะ? คนนั้นทำอะไรปะป๊าหราเปล่าคะ? หลิงหลิงช่วยปะป๊ามั้ยคะ? หลิงหลิงเป็นห่วงปะป๊าค่ะ"
คำถามของลูกสาว ทำให้มุมปากของ เฉิน ยกยื้มขึ้น
....นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ที่มีคนมาพูดแบบนี้กับเขา
นานมากแล้วตั้งแต่แม่ของเขาเสียไป
ไม่เคยมีใครมาถามไถ่เขาด้วยความห่วงใยแบบนี้มาก่อน คงเพราะเขาอยู่บนหอคอยงาช้างมาตลอด และแม้จะเป็นแค่คำถามซื่อๆ ก็ตาม แต่ความบริสุทธิ์ของน้ำเสียงนั้น
ก็ทำให้หัวใจของ เฉิน อ่อนโยบยวบลง
"ปะป๊าไม่เป็นอะไรครับ ปะป๊าแค่เป็นห่วงหนูกลัวจะมีคนมาทำร้ายหนู"
แม้เขามั่นใจว่าลีนาไม่มีทางทำอะไรได้ เพราะลูกน้องเขาล้อมหน้าล้อมหลังซะขนาดนั้น แต่เขาก็ยังเป็นห่วงลูกอยู่ดี
มือหนาจึงยกร่างเด็กหญิงขึ้นมานั่งบนตัก และสำรวจร่องรอยบนผิวขาวเนียนละเอียดอย่างพินิจพิจารณา
ด้วยไม่แน่ใจว่า เมื่อสักครู่ลูกสาวเซไปชนอะไรหรือเปล่า
แต่ หลิงหลิง เอียงคอแล้วถามเขากลับ
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับปะป๊าเหรอคะ?"
เอ....
จะตอบว่ายังไงดีหนอ?
"เขาเป็นพนักงานเคยมาทำงานให้ปะป๊าครับ เป็นงานเอนเตอร์เทน เป็นสัญญาชั่วคราว และตอนนี้สัญญานั้นจบลงแล้ว"
เขาไม่ได้โกหกลูกนะ
ก็ ลีนา มาทำงานให้เขาจริงๆ
ในสัญญาก็ระบุว่าเป็น งานเอนเตอร์เทน
และเขาก็จ่ายค่าจ้างเป็นการตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล
"งาน...เอ็น...เธอ..ten...?"
หลิงหลิงเอียงคอกลับไปมาอย่างสงสัย
ดวงตากลมโตเม็ดลำไยมีแววครุ่นคิด
จน เฉิน อดขำไม่ได้และหัวเราะออกมา กับอากัปกิริยาที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู
"แต่หลิงหลิงเห็นเมื่อกี้ เหมือนปะป๊าไล่ยัยแม่มดออกไปเลยนะคะ"
เฉิน หัวเราะก๊าก
กับฉายาที่ลูกสาวตั้งให้กับลีนา
ยัยแม่มด อย่างงั้นเหรอ?
"เขาทำให้งานของปะป๊าเสียหายครับ แต่หนูไม่ต้องห่วงเขานะ ปะป๊าจะจ่ายค่าชดเชยให้เขาในจำนวนที่สมเหตุสมผลแน่นอน"
ถึงแม้ ลีนา จะละเมิดสัญญาด้วยการมาก้าวก่ายและล้ำเส้นเขา แต่เฉินก็มีน้ำใจพอที่จะชดเชยเงินให้เธอ ไม่ต่างจากเด็กของเขาทุกคนที่ได้แยกย้ายกันไป
เขาไม่ชอบเอาเปรียบใครอยู่แล้ว
"ดีมากค่ะ"
นิ้วโป้ง จากมือเล็กป้อมยกขึ้น "ปะป๊าเก่งมาก เหมาะสมแล้วที่เป็นปะป๊าของหลิงหลิง เอาไปเลยหนึ่งหัวใจค่ะ"
"ครับ"
เย้!...ได้มาอีกหนึ่งคะแนนแล้ว
หนึ่งคะแนนหัวใจนี้เหมาะสม!
...เหมาะสมจริงๆ
.
.
"บริษัทไอทีที่คุณอลินดาไปคุยงานที่สิงคโปร์เพื่อร่วมพันธมิตรคือบริษัทโอเอ็กซ์กรุ๊ป ของคุณไมเคิล จางครับ"
เฉิน หลุบตาลงต่ำมองข้อมูลใน iPad ที่ลูกน้องยื่นให้ หลังจากที่เขาเดินเข้ามาในห้องทำงาน ริมฝีปากหนาบนใบหน้าหล่อเหลาเม้มเข้าหากัน เมื่อได้ยินชื่อนี้
ไมเคิล จาง งั้นรึ?
อลินดาไปคุยกับบริษัทไอ้หมอนี่เหรอ?
คนที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามาโดยตลอด ดีที่ตอนนี้มันไปเปิดธุรกิจในส่วนที่ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกัน แต่แค่เห็นชื่อมัน
เฉิน ก็หงุดหงิดในใจแล้ว
ไอ้บ้านั่น มันเองก็คงไม่รู้สินะว่า อลินดา เป็นแม่ของลูกเขา
ก็ใช่สิ! ไม่รู้อย่างแน่นอน
ฮึ! ขนาดเขาเองยังเพิ่งรู้!
แต่นี่เห็นยัยแม่ของลูกดั้นด้นไปเสนองานถึงที่สิงคโปร์ ก็นึกว่าจะดูข้อมูลละเอียดกว่านี้
ที่ไหนได้!!
"ไหนบอกว่าเป็นเจ้าตลาดอสังหาและงานซอฟต์แวร์ จะไม่ศึกษาข้อมูลเลยเหรอว่าไอ้จางมันมีด้านมืดและเทายังไง"
หรือเห็นว่าแค่มันมีเงินเท่านั้น!
"คุณอลินดาและทีมงานน่าจะศึกษามาดีแล้วนะครับ ผมว่าทาง OX เองก็คงไม่มีช่องโหว่งในการบริหารส่วนนั้นหรอก อีกอย่างในวงการไอทีและซอฟต์แวร์ตอนนี้ OX ถือว่าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างมั่นคง มีฝีมือ และมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูงเลยนะครับ และ...."
อลัน ตอบไปตามความเป็นจริง
ก่อนจะชะงักแค่นั้น เมื่อสบตากับดวงตาดุเข้มของผู้เป็นนาย ที่จ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง
"ดูมึงจะเข้าข้างไอ้จางนี่เหลือเกินนะ!"
เฉิน กัดฟันกรอด
ชมมันเข้าไป!!
ไม่เห็นมันจะเก่งตรงไหน ก็แค่มีเงินลงทุน มันจะยากอะไร ธุรกิจบันเทิงของเขายากกว่าตั้งเยอะ ต้องอยู่กับกระแสและเทรนด์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
แถมคู่แข่งยังเยอะยิ่งกว่าดอกเห็ด
"ปะเปล่าครับ ผมมองว่าคุณอลินดาเป็นคนเก่งและฉลาด คงอยากจะหาลู่ทางที่จะพลิกฟื้นธุรกิจของตัวเองกลับมา และ OX คือคำตอบที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ อีกอย่างผลการเจรจาเท่าที่ดู ก็เป็นไปได้อย่างมากเลยที่ทาง OX จะร่วมการลงทุนในครั้งนี้ด้วยครับ"
อลัน ตอบตามความจริง
ก่อนจะถอยหลังห่างอย่างนอบน้อม
เฉิน เอนกายยังพนักเก้าอี้ แล้วหรี่ตาลงมองข้อมูลที่ไล่ปัดบนจอ iPad อย่างครุ่นคิด
อลินดาคงอยากจะร่วมลงทุนกับ OX มากซินะ!
"....."
"ถ้าเป็นแบบนั้น ผมว่าน่าจะเป็นผลดีกับคุณเฉินด้วยนะครับ ที่คุณลินจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายอะไรกับคุณเฉินมาก บางทีการที่คุณลินกลับมาแสดงตัวในครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะต้องการความช่วยเหลือและเดือดร้อนเรื่องเงินก็ได้ หากการร่วมทุนครั้งนี้สำเร็จ คุณเฉินก็จะได้เบาใจเรื่องคุณลินและคุณหนูหลิงหลิงด้วยนะครับ"
เบาใจ อย่างงั้นเหรอ?
ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ
เพราะความจริงมันก็ดี ที่อลินดาเองก็จะได้มีพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสมกับธุรกิจของเธอ และไม่ต้องมารบกวนเงินทุนของเขาอีก
แต่ทำไม?
เฉิน ถึงรู้สึกไม่อยากให้ทั้งคู่มาร่วมธุรกิจกันแม้แต่นิดเลย!
****************