ฉันกลับไปนั่งที่ป้ายรถเมลหลับตานึกถึงความนึกคิดของเจ้าของร่างที่ยังหลงเหลืออยู่
“พ่อแม่มินนี่เกิดอุบัติเหตุเสียไปตั้งแต่สามปีก่อนสินะ ดังนั้นคงจะหาที่พึ่งจากตระกูลก็คงไม่ได้ แบ่งเงินบางส่วนซื้อบ้านสักหลังแล้วกัน แบ่งสัดส่วนเป็นเงินเก็บสามสิบเปอร์เซ็นต์ ลงทุนธุรกิจสามสิบเปอร์เซ็นต์ ใช้ส่วนตัวของจำเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ที่พักอาศัยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อืมแบบนี้คงดีที่สุด ดังนั้น ฉันต้องหาบ้านพร้อมอยู่ในราคาไม่เกินยี่สิบล้านก่อนอับดับแรก”
ฉันนั่งเสิร์ชหาบ้านด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงทำเลที่ตั้งการเดินทาง และต้องไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก ฉันมันคนที่ใช้ชีวิตรอบคอบอยู่แล้ว อย่าหวังว่าจะมีใครมาหาผลประโยชน์จากฉันได้เชียวล่ะ
เมื่อฉันเจอบ้านและทำเลที่ถูกใจ ก็ตัดสินใจเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนแถบชานเมือง ซี่งเป็นบ้านเดี่ยวหลังย่อม ๆ ฉันไม่ ได้เน้นที่ตัวบ้าน แต่เน้นพื้นที่บริเวณบ้านที่กว้างขวางต้องมีสวนสงบเงียบส่วนตัวในบ้าน ที่สำคัญต้องไม่มีใครรู้จักฉันที่นี่ แน่นอนว่าบ้านจัดสรรที่เลือก อยู่ฝั่งตรงข้ามของบ้านสามีเก่าคุณภาคินแน่นอน
“บ้านหลังนี้เป็นไงครับคุณลูกค้า” พนักงานฝ่ายขายของโครงการเดินแนะนำบ้านตัวอย่างของโครงการนี้อย่างละเอียด
“ตัวบ้านไม่ใหญ่มาก มีพื้นที่กว้างให้ทำสวนรอบบ้าน ฉันชอบค่ะ แต่ว่าฉันต้องการบ้านวันนี้ ที่มีห้องให้ฉันนอนได้เลยค่ะ คุณจะมีรึเปล่า”
“ถ้าตอนนี้เลยเกรงว่าจะไม่ทันครับ ตรงนี้เป็นเพียงบ้านตัวอย่างเท่านั้นครับ” พนักงานทำหน้าลำบากใจ
“ถ้าฉันเลือกบ้านที่อยู่สุดซอยของโครงการ ซึ่งฉันพร้อมจ่ายเงินราคาเต็มตอนนี้ แล้วคุณจัดสรรเครื่องใช้ในบ้านที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้ฉันแล้วเสร็จในวันนี้พรุ่งนี้จะได้ไหมคะ ส่วนวันนี้ฉันขอนอนที่บ้านตัวอย่างนี้ก่อน”
“ผมขอติดต่อถามเจ้าของโครงการก่อนครับ”
“ได้ค่ะ” ฉันยิ้มรับ ก่อนที่พนักงานฝ่ายขายจะปลีกตัวโทรถามเจ้าของโครงการ ไม่นานนักพนักงานขายก็เดินมาด้วยรอยยิ้ม
“คุณลูกค้าครับ ทางเจ้าของโครงการยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินการตามที่คุณลูกค้าร้องขอ ในวันนี้ทางโครงการยินดีให้ท่านพักที่บ้านตัวอย่างนี้ อีกสักครู่ผมจะให้คนมาทำความสะอาด พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต้องใช้ในวันนี้ให้พร้อม ซึ่งผมเองจะนำสัญญาซื้อขายบ้านมาพร้อมกันเลย”
“ดีค่ะ จัดการได้เร็วที่สุดยิ่งดี เรื่องเงินฉันไม่มีปัญหา”
“งั้นคุณลูกค้ารอที่นี่สักครู่ครับ”
จากนั้นพนักงานขายก็ออกจากบ้านตัวอย่างไป ส่วนฉันก็เดินไปยังนั่งเอนตัวบนโซฟานุ่มตัวใหม่ในบ้านตัวอย่าง แต่แล้วความทรงจำส่วนหนึ่งของมินนี่ก็แวบเข้ามา
‘นี่มันไม่ใช่ความทรงจำของฉัน แต่เป็นความรู้สึกตกค้างที่อยู่ในร่างกายเจ้าของร่างสินะ มินนี่...ตอนนี้ดวงจิตของเธอไปไหน หรือว่า...ไม่หรอกถ้าแบบนั้นมันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว’
แต่ว่าในส่วนความทรงจำนี้พอมีประโยชน์อยู่บ้าน ภาพที่แว่บมาเป็นภาพของชายชราท่าทางใจดีที่ชอบเรียกฉันไปรินชา แล้วเจ้าของร่างนี้ก็ชอบไปนวดไหล่นวดขาให้ มีภาพหญิงชรากุมมือเธอและมักพยายามปลอบเธอเสมอ
(ตาคินก็เป็นแบบนี้แหละหนูมินนี่ เย็นชา นิ่งเงียบ อย่าถือสาพี่เขาเลยนะลูก)
“ภาพที่ปรากฏในความทรงจำนี้ คงเป็น พ่อแม่ ปูย่า ของคุณภาคินสินะ ก็ดูทุกคนรักมินนี่ดีนี่ เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางมองเพดานบ้านตัวอย่าง
“ดูท่า...ถึงฉันจะมีเงินร้อยล้านจนสบายได้ทั้งชาติแล้ว แต่ดูเหมือนฉันยังจะตัดขาดจาก พันธะทางใจ ของตระกูลนี้ไม่ได้ง่าย ๆ แล้วสินะ
เสียงกึกกักดังมาจากหน้าบ้าน ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น มอนิเตอร์โชว์ใบหน้าของพนักงานขายคนเดิมพร้อมทั้งแม่บ้านสามคน ที่มาพร้อมรถเข็นหนึ่งคัน
“ขออภัยที่ให้รอครับคุณลูกค้า”
“เรียกฉันว่า มินนี่ ก็ได้ค่ะ เชิญนั่งค่ะ” ฉันทำตัวเหมือนเป็นบ้านของตัวเองไปแล้วสิ แต่เพราะฉันเห็นเอกสารในมือเขามันทำให้มาดนักสาวนักธุรกิจตื่นตัวนะสิ เหมือนกำลังจะปิดดีลงานใหญ่
“ครับ คุณมินนี่” จากนั้นพนักงานขายวางแฟ้มเอกสารชุดใหญ่ ฉันเปิดอ่านรายละเอียดของสัญญาอย่างถี่ถ้วน น่าแปลกที่ข้อเสนอมันดียิ่งกว่าตอนอ่านเบื้องต้นในเน็ตเมื่อกี้ซะอีก มันได้ของสมนาคุณมากเกินไปรึเปล่า
“ขอโทษนะคะ บ้านหลังนั้น มูลค่า สิบห้าล้านใช่ไหม แต่ว่าของสมนาคุณถ้าซื้อบ้านหลังนั้น มันเกือบยี่สิบล้านเลยเหรอคะ”
“ครับ ทางเจ้าของโครงการเล็งเห็นถึงความตั้งใจที่คุณมินนี่อยากซื้อที่นี่ทันที จึงมอบให้เป็นพิเศษครับ” ถามว่าฉันชอบไหม มันก็ต้องชอบอยู่แล้วสิของฟรี แต่พอคิดในด้านธุรกิจ เจ้าของโครงการจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ล่ะ ถ้าเขาให้ทุกหลังไม่ขาดทุนยับเหรอ
“หรือ...คุณมินนี่ยังอยากได้อะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ ผมจะสอบถามไปทางเจ้าของโครงการให้” สีหน้าของฉันคงทำให้พนักงานขายสังเกตได้ทำให้ฉันต้องรีบยิ้มเพื่อไม่ให้เขากังวลใจ
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ข้อเสนอของพวกคุณดีมาก มากซะจนฉันเกรงใจค่ะ” ถ้ากางเอกสารให้ดูพวกคุณก็ต้องแปลกใจไม่ต่างจากฉันแน่ ๆ เพราะในรายละเอียดสัญญานอกจากบ้านแล้ว เขายังจะจัดตกแต่งภายในให้ทั้งหมด แถมยังใช้ของชั้นดี เอาจริงมันน่าจะแพงกว่าตัวบ้านเสียด้วยซ้ำ
“ทั้งหมดนี้คือการซื้อขาย คุณลูกค้าโปรดรับไว้เถอะครับ โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะครับ”
“นั่นสินะคะ” จากนั้นฉันก็จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาจะต่อรองแม้แต่บาทเดียวแถมยังอยากจะให้ทิปเพิ่มเสียด้วยซ้ำ เพราะต่อจากนี้ไปบ้านหลังนี้คือสิ่งแรกสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉันแล้วล่ะ
“เอาล่ะ พวกคุณจัดการเตรียมสิ่งที่จำเป็นในบ้านหลังนี้ให้คุณมินนี่ด้วยนะครับ”
“รับทราบค่ะ” พนักงานขายหันไปพูดกับแม่บ้านสามคน ก่อนที่ทั้งสามจะรับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปตามห้องต่าง ๆ เพื่อเตรียมห้องให้ฉันได้พักอาศัย ก่อนที่พรุ่งนี้จะย้ายไปอยู่บ้านที่ซื้ออย่างเป็นทางการ
“งั้นฉันขอตัวเดินสำรวจบ้านคร่าว ๆ อีกครั้งได้ไหมคะ ยังไงแปลนบ้านหลังนี้ก็เหมือนกับที่ฉันซื้อ”
“เชิญตามสบายครับ คุณมินนี่” ฉันยิ้มก่อนจะเดินสำรวจบ้านตัวอย่างด้วยตัวเองอย่างอิ่มเอมใจ บ้านหลังนี้หลังใหญ่กว่าบ้านหลังเดิมนัก ที่นอนก็ใหญ่พอให้กลิ้งไปมาได้
พอฉันนึกไปถึงวันวานที่ต้องนั่งงก ๆ ที่เก้าอี้ในออฟฟิศห้องทำงานส่วนตัวก็พล้อยให้ยิ้มออกมาเหมือนคนที่ได้หลุดพ้นจากลูบชีวิตที่น่าเบื่อเสียที
‘นี่แหละ ชีวิตที่คนอย่างฉันคู่ควร หึหึ’