(ณ โรงแรมหรูใจกลางเมือง)
รถคันหรูของเขาขับมาถึงโรงแรมที่ตั้งตระหง่านใจกลางเมือง เพียงรถของเขาจอดตรงทางเข้า นักข่าวที่มารอทำข่าว ต่างก็ตั้งกล้องพร้อมสาดแสงแฟลชมาที่พวกเรา ฉันออกจากรถยืนหลังตรงพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างสง่าผ่าเผย เพราะร่างเก่าคุ้นเคยกับการออกงานสังคม หรือกระทั่งการคุยธุรกิจระดับโลกมาหลายต่อหลายครั้ง คุณภาคินที่ตามออกมาจากรถเดินมายืนข้างกัน พร้อมทั้งขยับแขนให้ฉันควง ก็กะสร้างภาพให้ดูเป็นคู่สามีภรรยาผู้มีอำนาจสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองนั่นแหละ
และเมื่อเราทั้งคู่เดินเข้ามาในงาน ความสงบที่ควรมีก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงแหลม ๆ ของผู้หญิงไฮโซคนหนึ่งนาม ‘รินดา’ ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ที่หมายปองคุณภาคินมาอย่างยาวนาน
“ตายจริง พี่ภาคินคะ พามินนี่มาออกงานด้วยเหรอคะเนี่ย หาได้ยากมากเลยนะคะ รินดานึกว่าพี่ภาคินอยากได้พาร์ทเนอร์ที่คุยโปรเจกต์ใหม่เรื่อง Smart City มาควงงานนี้เสียอีก น่าสงสารพี่นะคะ ถ้าพี่โทรหารินดา รินดาก็พร้อมเดินคู่ให้ แต่นี่ต้องมากับภรรยาที่เป็นได้แค่ไม้ประดับเท่านั้น ช่วยงานพี่อะไรไม่ได้เลย”
ในความทรงจำ...ยัยเด็กนี่ดูเหมือนจะมีปัญญากับมินนี่มานานพอควร ใบหน้ายิ้มเยาะของยัยเด็กนี่ฉันไม่ชอบจริง ๆ มันดูไม่มีมารยาทเอามาก ๆ อยากจับเธอมานั่งอบรมเรื่องการเข้าสังคม และการสร้างภาพลักษณ์เสียจริง แต่ที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือ ฉันโดนพูดขนาดนี้เขายังไม่แม้แต่จะพูดปกป้องสักนิด แต่ช่างเถอะ...แต่ก่อนมินนี่คนเดิมอาจจะไม่มีปาก ไม่มีพาวเวอร์พอจะต่อล้อต่อเถียง แต่ไม่ใช่ฉันคนนี้
“โฮะ...โฮะ...โฮะ” ฉันหัวเราะเบา ๆ เอามือป้องปาก ก่อนจะพูดต่อ “คุณรินดาเข้าใจผิดแล้วค่ะ การเป็นภรรยาที่ดีไม่ใช่แค่ยิ้มสวย ๆ ไม้ประดับอย่างที่คุณกล่าวหาฉันตอนนี้นะคะ”
“แล้วคุณมินนี่เข้าใจเรื่องโปรเจตก์ Smart City แค่ไหนคะ แล้วรู้รึเปล่าว่าตอนนี้ โปรเจกต์นั่นดันตกไปอยู่ในมือของบริษัทยักษ์ใหญ่อ**บริษัทไปแล้วนะคะ ตอนแรกฉันยังนึกว่าจะเป็นบริษัทพี่ภาคินที่ได้รับโปรเจกต์ยักษ์นี่เสียอีก”
พอรินดาพูดถึงโปรเจกต์นี้ ความทรงจำเก่า ๆ ของมินนี่ก็ผุดขึ้นมา ที่คุณภาคินโกรธมินนี่คือเรื่องขายความลับเรื่อง Smart City นี่สินะ แต่รายละเอียดในโครงการนี่มันแย่จะตายไป...ไม่คุ้มเสี่ยงที่จะทำอยู่แล้ว เรียกว่ามินนี่ช่วยให้รอดซะมากกว่า
“ขอโทษนะคะ ดิฉันคิดว่าคุณรินดาควรไปศึกษาเรื่อง Smart City นั่นอีกสักหน่อยดีกว่านะคะ บริษัทคุณ...เอ่อ...บริษัทของสามีฉันที่ไม่รับ เพราะเราวิเคราะห์แล้วมันมีความเสี่ยงสูงเกินไป ทางเราเลยไม่ตอบรับโปรเจกต์นี้แล้วให้บริษัทอื่นประมูลไปดีกว่าค่ะ ถ้าคุณรินดาอยากเสนอหน้า อุ๊ย! ฉันใช้คำผิดขอโทษค่ะ อยากช่วยสามีฉันจริง ๆ ล่ะก็ แนะนำให้ไปศึกษาการบริหารความเสี่ยงมาใหม่ดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องเอาเงินไปลงเล่นกับโปรเจกต์ที่จะไม่ก่อให้เกิดกำไร”
ใบหน้าของรินดาตกใจหนักอ้าปากค้าง คงไม่คิดว่าจะโดนคนอย่างฉัน (ในร่างมินนี่) ตอกกลับขนาดนี้สิท่า ส่วนเขา...นักแสดงบทบาทสามี มองฉันด้วยแววตาสงสัย
‘เก็บอาการไม่อยู่แล้วเหรอ คุณสามีในนาม’
การพบปะนักธุรกิจมากหน้าหลายตายังคงดำเนินต่อไป ฉันกับเขาถูกหลายคนเดินเข้ามาทักทายไม่หยุด แต่ฉันก็มืออาชีพพอที่จะยิ้ม และแสดงให้เห็นถึงภรรยาของนักธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ ทำให้เขาได้ดีลใหม่ ๆ เพียบ
‘ชิส์ ความดีความชอบนี้ แม่จะทบไปที่ค่าจ้างเพิ่มเติมให้หมด จดไว้แล้วหนึ่ง’
และแล้วฉันก็มีเวลาพักหายใจหายคอสักที แถมยังยืนอยู่กับเขาสองคน
“ที่เธอพูดกับรินดาหมายความว่ายังไง”
“เรื่องอะไรคะ?” ฉันหันหน้าไปมองไม่รู้สึกร้อนรู้สึกหนาว แต่เขากลับทำใบหน้าโกรธจัด จับต้นแขนดึงให้เข้าหาเขาอย่างแรง
“ยังมีหน้ามาพูด เหมือนไม่รู้สึกผิดอีก เธอทำให้บริษัทเราพลาดโปรเจกต์ Smart City มูลค่าพันล้าน ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่อยากได้ เธอมันบ้ารึเปล่า”
“ฉันเจ็บนะคุณภาคิน” ฉันพยายามสลัดแขนตัวเองออกจากมือของเขาแต่ก็สลัดไม่ออก สุดท้ายก็ต้องยอมและพูดต่ “ใช่...โปรเจกต์ Smart City มันมูลค่าหลายพันล้าน แต่ถ้าคุณรับมา คุณจะขาดทุนหลายพันล้านเช่นกัน มันเป็นโปรเจกต์ที่ไม่สร้างกำไรค่ะ”
“ทำเหมือนรู้ดี...เธอโง่จะตายไป”
“ว่าฉันโง่เหรอ คิดว่าเอกสารนั่นที่ฉันเอาไปให้อ**บริษัทดูฉันจะไม่อ่านรึไง เดี๋ยวบริษัทนั่นมันก็ขาดทุนจนเงินทุนหายไปเกือบครึ่งเอง มินนี่ช่วยคุณตัดกำลังคู่แข่งนะ (แม้ในตอนที่มินนี่ทำแบบนั้นจะไม่รู้เรื่องอะไรก็ตามก็เถอะ เพราะเธอโง่เรื่องธุรกิจจริง ๆ) ”
“เธอพูดเรื่องอะไร?”
“เอาเป็นว่าเดือนหน้าโปรเจกต์นั่นบริษัทนั้นก็จะเริ่มใช่ไหม เพียงสองเดือนเท่านั้นแหละ คุณดูเลยว่าฉันพูดความจริงทุกอย่าง”
“...” คุณภาคินเม้มปากแน่นสายตาราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ แถมยังกำแขนฉันแน่นเหมือนเคย
“ปล่อยแขนฉันได้รึยังคะ ฉันเจ็บแล้วฉันก็ปวดเข้าห้องน้ำมากด้วย...” พอฉันพูดขึ้นเสียง เขาก็คลายมือออกทันที
“ทำตัวน่ารังเกียจเสียจริง” เขาพึมพำออกมา เอาเถอะภาพจำของเขาคือมินนี่ที่ขายข้อมูลบริษัทไปหาชายชู้จริง ๆ นั่นแหละ ฉันพูดอะไรไปมันก็ไม่มีน้ำหนักหรอก
“เจ็บชะมัด อย่าลืมสิ...ตอนนี้ฉันไม่ใช่เมียคุณ ฉันแค่รับจ้างมายืนแสดงเป็นเมียคุณเท่านั้นนะ เฮ้อ...ขอตัวเข้าห้องน้ำนะคะ เดี๋ยวฉันกลับมา” ฉันพูดพร้อมทำหน้าไม่สบอารมณ์เช่นกัน จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกมายังโซนวีไอพีที่เงียบกริบเพื่อไปเข้าห้องน้ำหลังจากอั้นมานาน
จนเมื่อเดินกลับ สายตาของฉันก็เห็นชายวัยกลางคนสวมแว่นกลมท่าทางใจดี นั่งจิบไวน์อยู่มุมหนึ่งกับเลขาส่วนตัวของเขา
‘นั่นมัน คุณวีรพงษ์!!! เจ้าของขนส่งรายใหญ่ของประเทศ และกำลังจะขยายธุรกิจไปทั่วโลก’
ก่อนที่ฉันจะตายแล้วมาฟื้นที่ร่างนี้ ฉันเคยทำงานบริษัทนำเข้าแบรนด์แฟชั่นระดับโลก นอกจากต้องเป็นตัวแทนบริษัทดีลกับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกแล้วนั้น เรื่องโลจิสติกส์ก็สำคัญไม่ต่างกัน ถ้าเราได้คอนเนคชั่นกับเขา การส่งออกสินค้าจะทำให้ธุรกิจเติบโตสูงขึ้นมากแน่นอน
‘หึ...ฉันจำได้แม่นเลยว่าท่านหลงใหลพระเครื่องมาก แล้วก็มีปัญญาเรื่องการจัดการขนส่งไปประเทศโซนยุโรป นี่แหละ...ดีลใหญ่ ของฉัน’