บรรยากาศรอบข้างเงียบเฉียบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่พยายามระงับอารมณ์ครุกรุ่นจากคนข้าง ๆ คุณภาคินหันหน้าที่บึ้งตึงนั้นมาที่ฉันก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ตามมา”
“ฉันกลับเองได้นะคะคุณภาคิน” ฉันไม่รู้ทำไมเขาถึงดูโกรธขนาดนั้น ดังนั้นฉันจึงพยายามจะเลี่ยงห่างจากเขาดีกว่า ทว่า...เพียงฉันจะเดินออกไปอีกทางมือหน้าก็คว้าขอมือฉันไว้จนเจ็บแถมยังรั้งกันจนร่างฉันเซไปชนกับอกแกร่งเขา
“ฉะ...ฉันเจ็บนะ คุณภาคิน ทำอะไรกันเนี่ย” ฉันเองก็สบถออกมาด้วยความไม่พอใจ
“เธอคิดจะทำอะไรกันแน่...มินนี่!!! เสนอตัวให้บ้านวีระพงษ์? ทั้งที่เธอก็รู้ว่า ทั้งสองตระกูลรู้จักกันดี” เสียงทุ้มก้องทำเอาฉันสะดุ้งตัวโหยง
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ กอดอกแน่น จ้องมองเข้าไปในตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“คุณภาคิน คุณกำลังโกรธฉันเรื่องอะไรกันคะ? ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว และตอนนี้สถานะของฉันกับคุณก็แค่พี่ชายน้องสาวที่รู้จักกันผ่านตระกูลทั้งสองเท่านั้นนี่คะ หรือถ้าคุณยังไม่มองฉันเป็นน้องสาวอีก ก็คงจะเรียกว่าเป็นคู่ค้า ที่ตกลงกันด้วยเรื่องภาพลักษณ์ก็ได้กระมัง ดังนั้นมินนี่จะไปหาลู่ทางทำมาหากินกับใคร ก็เป็นสิทธิ์ของมินนี่รึเปล่าคะ”
“หย่า? มันก็ใช่...ที่เราสองคนเซ็นชื่อกันแล้ว แต่อย่าลืมว่าเงินร้อยล้านที่ฉันจ่ายเธอไป มันคือค่าจ้างที่ฉันให้เธอรักษาภาพลักษณ์ภรรยาที่ดีของฉันไว้ ถ้าเธอเที่ยวไปอ่อยลูกชายคนอื่น หรือไม่ก็มั่วชายจนชื่อเสียงเธอกระฉ่อนทำภาพลักษณ์ฉันเสียหาย ฉันมีสิทธิ์ระงับสัญญาและเรียกเงินคืนทั้งหมดรู้รึเปล่า”
ฉันที่ยืนกอดอกเชิดหน้า เมื่อได้ยินค่ำว่า ‘เรียกเงินคืน’ มันทำให้ฉันชะงักทันที ภาพบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งทำสัญญาซื้อไปเช้านี้ลอยแวบมาในหัว ถ้าเขาเรียกคืนตอนนี้ ฉันที่เพิ่งเอาเงินไปซื้อบ้านจะเอาที่ไหนมาคืนเขา
‘บ้าเอ้ย!!! ตกม้าตายแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันยังไม่ได้เอาเงินไปลงทุนจนมีเงินส่วนของตัวเองเลย’
ฉันพยายามตั้งสติ สูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับเปลี่ยนสีหน้าที่คิดว่าเท่าเทียมกับเขา กลายเป็นอ่อนลงทันที โหมดนักบริหารที่พกความมั่นใจเต็มเปี่ยมคงต้องเก็บมันไว้ก่อน ตอนนี้ปรับเป็นโหมดลูกจ้างผู้แสนดีล่ะนะ
“พี่ภาคินขา... ใจเย็น ๆ สิคะ ฉันก็แค่ล้อเล่นนิดนึงเองค่ะ” ฉันขยับตัวยกมือไปเกาะแขนเขาพร้อมกับยิ้มหวาน (ที่ดูแสร้งทำ) ถ้ามันทำให้พี่ลำบากใจ ฉันพร้อมปรับปรุงตัวค่ะ งานจ้างระดับร้อยล้านขนาดนี้ ฉันจะไม่ทำให้พี่ภาคินเสียชื่อแน่นอนค่ะ พี่อยากให้ฉันทำอะไร บอกมาได้เลยนะคะ มินนี่ยินดีให้บริการเต็มเปี่ยมอย่างสุดความสามารถค่ะ”
เขามองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของฉัน ราวกับรังเกียจกันนิด ๆ แต่มุมปากเขายกยิ้มในเวลาต่อมา แสดงว่าเขาพอใจที่ฉันพูดแบบนี้แล้วสินะ ยอมให้ก่อนหรอกน่า
“ดี...จำคำนี้ของเธอไว้”
“งั้นวันนี้มินนี่กลับได้รึยังคะ”
“ยัง เธอยังมีหน้าที่ของภรรยาตามฉันไปที่คลับกับฉัน เพื่อดีลงานต่อ ขึ้นรถตามฉันมา” เลขาของเขาขับรถของเขามาจอดตรงหน้า พร้อมกับยื่นกุญแจให้เขา
“รับทราบค่ะ เจ้านาย คืนนี้มินนี่จะทำหน้าที่เป็นภรรยาที่แสนดีให้เองค่ะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มให้เขา แต่ก็แอบเบือนหน้าเบ้ปาก
‘เอาเถอะ...ไปคลับก็ดี ถือว่าไปดูลาดเลาช่องทางทำมาหากินใหม่ ๆ ด้วยละกัน ร้อยล้านมันแค่จุดเริ่มต้น ถ้าฉันหาเงินมาคืนทุนได้ ฉันจะเอาเงินร้อยล้านนี้ไปฟาดหัวเขาให้มันจบ ๆ จะได้เลิกขู่ฉันด้วยเงินสักที แต่ตอนนี้ต้องยอมไปก่อนเพราะฉันต้องการเงิน!!!’
ในขณะที่เขาขับรถฉันเงียบไม่พูดอะไรเลย ปล่อยให้คุณภาคินขับรถไป เพราะฉันคิดว่าถ้าฉันพูดอะไรออกไปมีหวังโดนสวนคืนเป็นสิบประโยคแน่
จนกระทั่ง...เรามาถึงคลับหรูใจกลางเมืองที่ภายนอกถูกประดับไฟหลากสีสวยงามมาก เพียงก้าวแรกที่เดินตามเขาเข้าไปในคลับ กลิ่นวิสกี้ราคาแพงและควันบุหรี่จาง ๆ ก็ลอยเตะจมูกกัน
‘เฮ้อ...บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้สัมผัสนานเท่าไหร่นะ ตั้งแต่โหมทำงานเพื่อตำแหน่งซีอีโอ’
“เดินช้าจังวะ มานี่ดิ” เขาหันมามองตาแข็งใส่ฉันที่เดินตามห่าง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนามาจับข้อมือฉันเดินฝ่าเหล่านักท่องราตรี ไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่พนักงานก็มองมาด้วยใบหน้าสงสัย ดูถ้าปกติแล้วเขาคงมาบ่อยมาก พวกเขาคงไม่คิดว่าคนอย่าเขาจะพาภรรยามาในที่แบบนี้ได้สินะ
เขามาฉันมาจนถึงห้องวีไอพี ซึ่งในนั้นมีคุณสมรักษ์ นักลงทุนรุ่นใหญ่รอคอยอยู่ก่อนหน้าแล้ว บรรยากาศมันค่อนข้างอึดอัดเป็นทางการ แต่ก็แฝงด้วยสายตาคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนกันด้วยธุรกิจ รู้สึกขนลุกแฮะ...ไม่ได้กลัวนะแต่ตื่นเต้นต่างหาก ฉันชอบค่ะ
“คุณสมรักษ์ รอผมนานไหมครับ” เขานั่งลงตรงข้ามกับคุณสมรักษ์ ฉันเองก็นั่งลงข้าง ๆ เขา
“ไม่นานครับ ผมมาก่อนคุณภาคินสิบนาทีเองครับ”
“ก่อนจะเริ่มคุยกันเรื่องงาน เรามาดื่มกันก่อนดีไหมครับ” คุณภาคินเขายิ้มก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานที่ยืนดูแลให้เดินมาชงเหล้าให้ “สองแก้ว”
พนักงานโค้งตัวรับคำสั่งก่อนจะชงเหล้าสองแก้ววางไว้ตรงหน้าคุณสมรักษ์ และ คุณภาคิน ฉันถึงกับเลิกคิ้วมองหน้าเขา
“แล้วของฉันล่ะคะ” ฉันหันไปสะกิดแขนเขา
“เธอดื่มไม่ได้นี่”
“บ้าทำไมฉันจะดื่มไม่ได้ของโปรดฉันนะ” ฉันหน้ามุ่ยเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปหาพนักงานดูแล “ช่วยชงให้ฉันหนึ่งแก้วด้วยค่ะ” จากนั้นพนักงานก็ทำตามคำสั่งแล้ววางแก้วเหล้าไว้ตรงหน้าฉัน ฉันยกแก้วมันขึ้นมาจิบก่อนจะพูดกับพวกเขาสองคน
“เชิญคุณสมรักษ์ และคุณสามีเจรจากันเต็มที่เลยนะคะ ฉันจะนั่งดื่มเงียบ ๆ” จากนั้นฉันก็สนใจแต่แก้วตรงหน้า แต่หูก็คอยฟังนะว่าพวกเขาคุยอะไรกัน