เพียงเริ่มเปิดประเด็นเกี่ยวกับการดีลงานนั้น ความกดดันและอึดอัดก็คละคลุ้งไปทั่วห้องทันที
“คุณภาคินครับ เรื่องโปรเจกต์ดีลงานของเรา ผมคงต้องขอคิดดูใหม่” คุณสมรักษ์พูดพร้อมกับควงแก้วเหล้าเอนตัวพิงพนักโซฟา
“เพราะอะไรครับ?” คุณภาคินเริ่มมีสีหน้าเข้ม
“พอดีอ**บริษัทเขาเสนอตัวเลขที่น่าสนใจกว่า แถมโปรเจกต์ SmartCity ของพวกเขาก็ดูจะนำหน้าคุณไปหนึ่งก้าวด้วยนะครับ ถ้าผมเอาเงินไปลงทุนที่นั่น ผลตอบแทนน่าจะมหาศาลกว่า” คุณสมรักษ์พูดอย่างมั่นใจว่าแผนนั้นดีกว่า
คุณภาคินถึงกับขบกรามแน่นหันหน้ามาจ้องฉันแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะพยายามอธิบายจุดแข็งของบริษัทเขา แต่กลับถูกขัดขวางด้วยท่าทีเฉยเมยของอีกฝ่าย ฉันเองที่นั่งฟังคำพูดของคุณสมรักษ์ ชักเริ่มทนไม่ไหวเหมือนกัน เพราะฉันรู้ดีแก่ใจว่าอิโปรเจกต์นั้นมันแย่แค่ไหน
‘พวกที่ชอบขู่แบบมือสมัครเล่นนี่ช่างน่ารำคาญจริง ๆ’
“ขอโทษนะคะ” ฉันวางแก้วเหล้าลงเบา ๆ ทำให้ทั้งสองคนหันมามองที่ฉัน
“คุณสมรักษ์คะ คุณพอจะบอกฉันคร่าว ๆ ได้ไหมว่าบริษัทนั้นเสนอค่าตอบแทนให้คุณเท่าไหร่ คุณพอจะบอกพวกเราได้ไหมคะ” ฉันเปิดประเด็นเรื่องตัวเลขออกมา เชื่อเถอะ ถ้าตัวเลขมันสูงเขาจะบอกทันทีเพราะเขาคงคิดว่าบริษัทเราไม่อาจจะเสนอมูลค่าได้มากกว่านั้นแน่
“ได้สิครับ พวกเขาแจ้งว่าทางผมจะได้ผลตอบแทนตั้งแต่เดือนแรกหนึ่งพันล้านบาท”
“หนึ่งพันล้าน? ในเดือนแรก?” คนที่ตกใจไม่ใช่ฉันนะ แต่เป็นคุณภาคิน ส่วนฉันกลับหัวเราะออกมา...นั่นยิ่งทำให้ทั้งสองคนคิ้วขมวดมองฉันอย่างสับสน
“ฮ่า...หนึ่งพันล้านงั้นเหรอคะ”
“ทำไมคุณมินนี่ถึงหัวเราะออกมาล่ะครับ มันน่าตลกตรงไหน”
“ไม่ใช่ว่าตลกค่ะ การที่ทางนั้นบอกคุณสมรักษ์ว่าจะได้รับผลตอบแทนหนึ่งพันล้านตั้งแต่เดือนแรก ฉันว่าเป็นไปได้ค่ะ” พอพูดแบบนี้ยิ่งทำให้คุณภาคินถลึงตาใส่ฉันอีก “แต่ฉันหวังว่าคุณสมรักษ์จะมองไปถึง ความเสี่ยงในระยะยาวนะคะ” คุณสมรักษ์ถึงกับหันควับมามองฉัน ไม่เว้นคุณภาคินด้วย
“คุณมินนี่รู้ได้ไงครับว่ามันจะมีความเสี่ยงระยะยาวเกิดขึ้นเท่าที่ผมดูโปรเจกต์มันดีมาก ๆ ดูยั่งยืนนะครับ”
“ฉันไม่อยากใส่ร้ายอะไรหรอกนะคะ แต่แผนการนั้นก็ผ่านตามาที่บริษัทเราเหมือนกัน พวกเราเองก็ได้อ่านทุกตัวอักษร แต่ที่ทางคุณภาคินเลือกที่จะปล่อยโปรเจกต์นั้นไป...อั่ก” พอฉันพูดประโยคที่ว่าเขาเลือกปล่อยไป ฉันโดนเขาหยิกที่มือเจ็บมาก ๆ แต่ฉันต้องนิ่งแล้วรีบพูดต่อไม่เปิดโอกาสให้เขาขัด ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยเขานั่นแหละ
“เพราะว่าโปรเจกต์ SmartCity นั้นกำลังเผชิญปัญหาเรื่องการวางระบบผังเมืองที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานอยู่ค่ะ ในเดือนแรกมันจะทำเงินได้มหาศาลมาก ๆ คุณอาจได้เงินพันล้านจากการลงทุนทันที แต่อีกไม่นานคดีความจะต้องตามมาเป็นพรวนแน่ ๆ เงินที่คุณลงแรงไปมากกว่าพันล้านนั้นจะกลายเป็นเงินจม ดีไม่ดีทางบริษัทคุณอาจต้องควักเงินสำรองบริษัทมาจ่ายค่าความเสียหายก็เป็นได้นะคะ คุณจะไม่เชื่อฉันก็ได้ แต่คุณลองไปตรวจสอบให้ละเอียดดูค่ะ ว่ามีพื้นที่ติดกับอุทยานเหมือนที่ฉันพูดรึเปล่า”
คุณสมรักษ์ถึงกับวางแก้วเหล้าลง ยกมือจับปลายคางใช้ความคิดวิเคราะห์สิ่งที่ฉันพูด คุณภาคินเองก็ไม่ต่างกัน เขาถึงกับเหม่อแล้วยกเหล้าดื่มหมดไปไม่รู้กี่แก้ว ดูท่าจะคิดหนักจริง ๆ
“แล้วบริษัทคุณภาคินละครับ มีอะไรเป็นหลักประกันว่าโปรเจกต์จะไม่มีความเสี่ยงระยะยาวแบบนั้น”
“คือว่า...” คุณภาคินที่กำลังจะพูด เจอฉันพูดแทรกไปก่อน
ทำไมฉันถึงรู้เรื่องนะเหรอ ก็ยัยหนูนี่ก่อนที่จะเอาโปรเจกต์นี้ไปให้ทางผู้ชายของเธออีกคนดู เธออ่านมันมาหมดไง ดีหน่อยที่ยัยหนูนี่ไม่เข้าใจเรื่องความเสี่ยง เลยเอาโปรเจกต์สมาร์ทซิตี้นี้ไปให้แทน แต่กลับไม่ได้สนใจอีกโปรเจกต์ที่มันไม่ได้ฟู่ฟ่า ทั้งที่ฉันกลับมองว่ามันเป็นสิ่งที่น่าลงทุนและยั่งยืนสุด ๆ
“โปรเจกต์ของทางเรา เราไม่ได้เน้นสร้างแค่เมืองนะคะ แต่เราเน้น อีโค่ซิสเต็ม การการวางระบบที่ยั่งยืน ฉันเชื่อว่าคุณยังไม่เห็นแผนภาพส่วนนี้ในเอกสารที่คุณภาคินส่งให้คุณแน่ ๆ ค่ะ”
จากนั้นฉันก็ร่ายยาวถึงตัวเลขที่คาดว่าจะได้กำไรแน่นอน พร้อมทั้งบอกจุดอ่อนของอีกฝั่งที่ฉันจำได้จากที่ร่างนี้ผ่านตามา คุณสมรักษ์ที่ฟังถึงกับวางแก้วเหล้าลงขยับแว่นเล็กน้อย พฤติกรรมแบบนี้ฉันรู้ดีว่าเขากำลังตกอยู่ในกำมือฉันแล้ว
“ถ้าคุณสมรักษ์ตกลงเซ็นสัญญาตอนนี้ เราจะให้สิทธิ์คุณถือหุ้นปันผลก่อนใครและมีสิทธิ์ขายคืนในราคาสูงหากกำไรไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งฉันยืนยันว่ามันดีกว่าข้อเสนอเลื่อนลอยนั่นและเอาแต่พูดถึงกำไร...ของฝั่งนั้นแน่นอนค่ะ ว่าไงคะ? ไม่สนใจร่วมลงทุนดีลกับเราจริง ๆ เหรอคะ แต่เราไม่บังคับนะคะคุณสมรักษ์ เพราะเรายังมีบริษัทอีกมากมายที่อยากลงทุนกับเรา พวกเราแค่เห็นว่าบริษัทคุณเป็นมิตรไมตรีที่ดีเลยยื่นข้อเสนอก่อนใคร”
คุณสมรักษ์นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา
“ฮ่า...เหลือเชื่อจริง ๆ คุณภาคิน ฮ่า...ผมไม่คิดเลยว่าคุณซ่อนเพชรเม็ดนี้ไว้ข้างตัว ตอนแรกผมกะจะยกเลิกดีลกับคุณจริง ๆ เพราะไม่ว่าข้อเสนอไหนของคุณก็สู้ฝั่งนั้นไม่ได้ แต่เพราะภรรยาคุณฉุดให้ผมที่กำลังหลงทาง ได้คิดถึงความเสี่ยงนั้น และคุณก็ให้สิทธิ์ผมขายคืนถ้ากำไรไม่เป็นตามเป้า ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ ตกลง!!! ผมเซ็นดีลงานกับคุณและผมจะเพิ่มเงินลงทุนให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นด้วย”
คุณภาคินถึงกับฉีกยิ้มยืนขึ้นพร้อมกับยืนมือไปจับมือกับคุณสมรักษ์เพื่อเป็นการยืนยันความร่วมมือนี้ พอฉันได้เห็นก็รู้สึกดีอยู่หรอกที่เห็นดีลตรงหน้ามันสำเร็จ แต่...ฉันไม่เห็นจะรวยเพิ่มขึ้นจากงานนี้นี่หวา เหนื่อยฟรีโว้ย~~~