ทว่า...ความสุขของฉันก็สั้นเสียเหลือเกิน เสียงมือถือเจ้ากรรมดังขึ้น หน้าจอปรากฏเป็นชื่อ ‘เลขาคุณภาคิน’
“โอ้ย เพิ่งแยกจากกันที่โรงพยาบาลไม่ใช่รึไง...” ฉันบ่นพึมพำ แต่จะไม่รับสายก็คงไม่ได้ ขืนทำตัวไม่น่ารักเดี๋ยวโดนเรียกเงินคืนก่อนที่ฉันจะเอาไปทำกำไรสร้างเนื้อสร้างตัวก็แย่เอาสิ
“สวัสดีค่ะ มินนี่ รับสายค่ะ” ฉันพูดเป็นทางการ
“คุณมินนี่ครับ ผมได้รับคำสั่งจากท่านประธานว่าพรุ่งนี้สี่โมงเย็นต้องไปรับคุณมินนี่เพื่อร่วมงานสังคมเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคุณต้องไปร่วมในนามภรรยาของท่านครับ”
หลังคำพูดนั้นของคุณเลขา เศษเสี้ยวความทรงจำของร่างนี้ก็ผุดขึ้น ปกติคุณภาคินแทบไม่พามินนี่ออกงานที่เกี่ยวกับแวดวงธุรกิจ ส่วนใหญ่จะมีแต่พาตอนงานเกี่ยวเนื่องกับครอบครัวเท่านั้น ถ้าเป็นเธอคงจะดีใจที่โดนสามีเรียกหาบ้าง แต่สำหรับฉันเหรอ? หึ
“โครงการอสังหาริมทรัพย์ เหรอคะ? งานนี้แขกที่มาน่าจะเป็นพวกนักลงทุกยักษ์ใหญ่ระดับประเทศใช่ไหมคะ คุณเลขา” ฉันถามกลับ แต่คุณเลขากลับเงียบไปครู่ ก่อนจะพูดขึ้น
“เอ่อ...ใช่ครับ มีเจ้าทั้งเจ้าของธนาคาร เจ้าของโครงการหมู่บ้าน รวมไปถึงนักลงทุนข้ามชาติ อ๋อยังมีบริษัทโลจิสติกส์ระดับประเทศด้วยครับ”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ...งั้นพรุ่งนี้สี่โมงเย็นคุณมารับฉันได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชันไปให้ค่ะ”
“เอ่อ...ครับ”
“งั้นแค่นี้ก่อนนะคะคุณเลขา” ฉันวางสายไปพร้อมกับดวงตาเป็นประกายวิบวับ
‘หึ...มีเงินร้อยล้านในบัญชีมันก็ดีอยู่หรอก แต่นักธุรกิจอย่างฉันรู้ดีกว่าสิ่งที่สำคัญกว่าเงินมันคือ คอนเนคชั่นและข้อมูลวงในต่างหาก ยิ่งเรามีมันเท่าไหร่มันก็จะสร้างเงินให้เรามากเท่านั้น จนร้อยล้านที่มีสามารถสร้างเป็นพันล้านได้สบาย ๆ เลยล่ะ’
“คุณภาคินคงคิดว่าจะลากฉันไปเป็น เมียบังหน้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในวงการธุรกิจและหน้าตาบริษัท ส่วนฉันนะเหรอ ฮ่า...ฉันไม่ได้จะไปในนามมินนี่ภรรยาเด็กของเขา แต่ฉันจะไปในฐานะพลอย ที่พร้อมจะขุดเงินขุดทอง หาลู่ทางลงทุนธุรกิจที่น่าสนใจ ให้ตัวเองต่างหาก ถ้าฉันได้พาร์ทเนอร์เจ๋ง ๆ ละก็นะ หวานหมูแน่ พลอยเอ้ย รวย...รวย...รวย ฉันรักเงิน~~~”
(เช้าวันถัดมา)
“อ๊าส์~~~ สดชื่นดีจริง ๆ เล๊ย” ฉันตื่นขึ้นมาในบ้านตัวอย่างที่มาอาศัยในวันนี้ชั่วคราว และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ที่เป็นชื่อของฉัน (ในนามมินนี่)
เสียงนกจิ๊บจิ๊บแว่วมาในโสตประสาท พร้อมกับที่ฉันคว้ามือถือเป็นสิ่งแรกหลังจากตื่น มองดูยอดเงินในบัญชีอีกครั้งเพื่อย้ำเตือนว่าฉันรวยแล้วจริง ๆ
“ลั๊น...ล๊า...” อดฮัมเพลงอย่างมีความสุขไม่ได้จริง ๆ ฉัน
“เดี๋ยวสิฉันไม่มีชุดที่พร้อมจะไปงานนี่น่า” ฉันหยัดตัวนั่งคิด จะให้กลับไปบ้านหลังนั้นก็ไม่อยากเจอหน้าสามีเก่า สมัยนี้ช้อปปิ้งแบรนด์บริการส่งด่วนพิเศษ มีแล้วนี่น่า แอปพลิเคชันก็ใช้งานง่ายสะดวกดีแฮะ
“ชุดไหนดีนะ ที่จะเหมาะกับงานสังคมไฮเอนแบบนั้น”
ฉันไถ่แอปดูชุดที่จะเหมาะกับงาน แน่นอนว่าการแต่งตัวมันเป็นภาพลักษณ์แรกรวมถึงความน่าเชื่อถือที่คู่สนทนาจะพิจารณาก่อน สุดท้ายฉันเลยเลือกชุดราตรีสีน้ำเงินเข้ม ดูเรียบหรู ตัดเย็บประณีต ซึ่งจะส่งเสริมให้ฉันดูสุขุม น่าค้นหา ดูมีความเป็นผู้หญิงมีสมองมากกว่าแค่เมียประดับงานของใครบางคน
“ชุดนี้แหละ แถมยังเป็นแบรนด์ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี...ฮึ”
กระทั่ง...ถึงเวลาสี่โมงเย็นตามเวลานัดหมาย ฉันออกมายืนรอเลขาของคุณภาคินที่หน้าหมู่บ้านหลังจากส่งโลเคชันให้ไปแล้ว ทว่า...รถที่แล่นมาจอดตรงหน้ากลับเป็นรถสปอร์ตคันหรูที่ฉันจำมันได้ดีว่ามันคือรถส่วนตัวของ อดีตสามีของมินนี่
กระจกรถเลื่อนลง ฉันชะเง้อมองลอดเข้าไปพบใบหน้าคมหล่อเหลาพร้อมแผ่ความเย็นชาเหมือนเคยปรากฏตรงหน้า
“คุณภาคินมาด้วยตัวเองเลยเหรอคะ ไหนว่าส่งคุณเลขามารับฉัน” ฉันเอ่ยถาม และไม่ได้ขึ้นรถแต่อย่างใด เพราะยังไม่แน่ใจว่าการที่เขามาตรงนี้มารับฉันหรือมาย้ำเรื่องเวลา แล้วให้ฉันนั่งรอเลขามารับอีกที
“เลขาผมงานล้นมือ มีธุระด่วน”
“อ่อ...จะบอกว่าเลขางานชุกกว่าเจ้านายของเขาเหรอคะ?” ฉันตอบกลับแบบไม่คิดอะไร
“...” เขาเงียบพลางจ้องสายตาเย็นเหยียบมาที่ฉัน ก่อนจะกวาดสายตามองหน้าแล้วมอง...นมเอ้ย...มองชุดของฉัน “แล้วนั่นชุดอะไร? แต่ก่อนเห็นชอบใส่แต่ชุดสีชมพูไม่ใช่?”
“คนเราก็ต้องมีพัฒนาการกันบ้างสิคะ งานแบบนั้นใส่ชุดหวานแว๋วคงไม่เหมาะ”
“ช่างเถอะ...รีบขึ้นมา เวลาเป็นเงินเป็นทอง” ฉันเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ และในขณะที่กำลังคาดเข็ดขัดนิรภัยก็เผลอพึมพำออกมาตามนิสัยเดิม “สมกับเป็นคำพูดคนแก่...”
“เธอว่าอะไรนะ” คุณภาคินปรายสายตาหงุดหงิดมาที่ฉัน
“เปล่าค่ะ เปล่า คุณภาคินคงหูแว่วไปค่ะ ฉันไมได้พูดอะไรเลย” พูดจบฉันรีบหันหน้าออกไปทางกระจกมองวิวข้างทาง ทิ้งให้เขาขับรถเงียบ ๆ ไป
ในความทรงจำที่ตกค้างในร่างนี้ของมินนี่ เขาเป็นคนที่นิ่งเงียบ พูดกับเธอน้อยมาก ถามคำตอบคำ และมีความเป็นผู้นำสูงไม่ใช่รึไง แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกไม่เหมือนกับความทรงจำเดิมของเธอ เขาดูเป็นคนแก่ขี้บ่นจะตายไป แถมยังชอบออกสีหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอด เหมือนฉันทำอะไรก็ดูไม่พอใจสักอย่าง... แต่ถามว่าฉันควรแครไหม ก็ไม่ ตอนนี้ฉันโสดค่ะ...โสดตัวโต ๆ แบบมีใบรับรองการหย่า ฮ่า...