ขาใครหว่า?

1327 Words
“ฉันกลับบ้านก่อนนะแก” ‘อาทิตยา’ บอกลา ‘วาดจันทร์’ เพื่อนสาวคนสนิท ก่อนจะเดินไปหน้าลิฟท์คล้ายกับคนใกล้หมดแรงเต็มที “ซันแกไหวไหมเนี่ย คืนนี้นอนที่นี่ก็ได้นะ ฝนยังตกหนักอยู่เลยฉันเป็นห่วง” วาดจันทร์เดินตามมาส่งเพื่อนพร้อมเอ่ยอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรแก ยังไหวอยู่ ลิฟท์มาพอดี ฉันไปนะบาย” อาทิตยารีบก้าวขึ้นลิฟต์เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนรักกักตัวไว้ให้นอนค้างที่บ้านของนาง ที่นี่เป็นตึกสำนักงานของบริษัทรักการอ่าน ด้านบนสุดของตึกเป็นส่วนของที่พักของยัยวาดเพื่อนสนิทพ่วงเจ้านายของเธอ บริษัทรักการอ่านเป็นบริษัทที่โด่งดังในเรื่องหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน ตัวเธอเองเป็นหนึ่งในนักวาดภาพการ์ตูนหนังสือสำหรับเด็กให้กับบริษัทนี้ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของวาดจันทร์ ตามปกติแล้วเธอมักจะทำงานที่บ้านหรือร้านกาแฟน้อยครั้งนักที่เธอจะหอบสังขารตัวเองออกมาจากคอนโด แต่เนื่องจากวันนี้เธอต้องมารับบรีฟงานของโปรเจคพิเศษ ตามคำสั่งของท่านประธานบริษัท เนื่องจากสองเดือนข้างหน้านี้จะเป็นงานวันสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ท่านประธานบริษัทหรือคุณลุงปิติคุณพ่อของวาดจันทร์ต้องการให้ปีนี้เป็นปีพิเศษ จึงสั่งให้จัดทำหนังสือภาพชุดพิเศษนี้ขึ้นมา ซึ่งมีหนังสือทั้งหมด 10 เล่มในหนึ่งกล่อง ชุดหนังสือภาพนี้จะมีเรื่องราวมากมายที่เด็กๆควรได้เรียนรู้ระหว่างการเติบโตโดยไม่ได้พร่ำสอนตรง ๆ แต่จะนำเสนอผ่านเนื้อเรื่องที่สนุกประกอบด้วยภาพวาดน่ารักๆ ด้วยความที่มันเป็นโปรเจคใหญ่แห่งปีเธอจึงต้องถ่อมาถึงบริษัทใจกลางกรุงเทพที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสำหรับสาวอินโทรเวิร์ต[1]อย่างเธอนั่นเอง พ่อแม่ของอาทิตยาเสียตั้งแต่เธออายุได้ 16 ปีจากอุบัติเหตุรถคว่ำ มีเพียงเธอเท่านั้นที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครช่วยเหลือสักคน เพราะเศรษฐกิจแบบนี้คงไม่มีใครอยากจะรับเธอเข้าไปเป็นภาระเข้าบ้านหรอกจริงไหม? แต่ก็นับว่าสวรรค์ยังไม่ใจร้ายเกินไปนัก เนื่องจากว่าพ่อแม่ของเธอและพ่อแม่ของวาดจันทร์เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย อีกทั้งคุณลุงปิติและคุณป้ากานดาก็ยังรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวอีกคน จึงรับอุปการะเธอส่งเสียให้เล่าเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะมีเงินจากบริษัทประกันชีวิตที่พ่อกับแม่ทำไว้ให้และยังมีเงินเก็บของท่านทั้งสองที่ทิ้งไว้ให้ก็ตาม แต่คุณลุงคุณป้าก็ไม่เคยยุ่งกับเงินส่วนนี้แถมยังคอยบอกเธออยู่เสมอว่าให้เก็บเงินส่วนนี้ไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆพวกท่านจะจัดการเอง ช่วงแรกๆเธอดื้อดึงไม่ยอมรับเพราะรู้สึกเกรงใจ แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ละความพยายามทำให้เธอต้องต่อรองกับพวกท่านอย่างจริงจังว่า ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเธอขอรับผิดชอบเอง ซึ่งคุณลุงคุณป้ายอมเข้าใจในที่สุด อาทิตยาย้ายออกมาจากบ้านของวาดจันทร์หลังจากเธออายุครบ 25 ปี ถึงแม้เธอจะย้ายออกมาแล้วเธอก็ยังคงแวะเวียนไปบ้านคุณลุงคุณป้าอย่างสม่ำเสมอเพราะพวกท่านเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของเธอ เธอรักท่านทั้งสองดั่งพ่อแม่แท้ๆของตัวเอง ตอนนี้เธอก็อายุ 28 ใกล้จะ 29 แล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีผู้ชายมาจีบ แต่ยัยวาดชอบบอกว่าเธอน่ะซื่อบื้อ มีผู้ชายมากมายมาขายขนมจีบก็ยังไม่รู้ตัว อย่างเช่นมีรุ่นพี่สมัยเรียนมหาลัยคอยซื้อขนมมาฝาก หยอดคำหวานใส่บ้าง เธอในตอนนั้นก็คิดว่าพี่เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่เลยไม่ได้คิดอะไร จนยัยวาดทนไม่ไหวด่าเธอว่า ‘พี่เขาจีบแกยังไม่รู้ตัวอีก’ กว่าจะรู้ว่าพี่เขามาจีบเขาก็ถอดใจจากเธอไปซะแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าซื่อบื้อจริงอย่างที่เพื่อนมันว่าไหม หรือแค่รู้สึกว่ายังไม่เจอคนที่รู้สึกว่าใช่แค่นั้นเอง เสียงวิทยุแผ่วเบาออกมาจากลำโพงรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นคู่ใจที่เธอยังผ่อนไม่หมด ถ้าหัวถึงหมอนนี่เธอคงสลบเป็นตายไฟไหม้ก็คงไม่รู้ เธอบ่นพึมพำตาก็โฟกัสบทท้องถนนอย่างตั้งใจเพราะกลัวว่าจะเผลอหลับ ทางเข้าซอยคอนโดของเธอตอนกลางคืนน่ากลัวมากแถมยังเปลี่ยวอีกด้วยเนื่องจากสองข้างทางเป็นป่า แต่จะเรียกว่าป่าก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่ เอาเป็นว่าแค่มีต้นไม้เยอะกว่าที่อื่นนิดหน่อย คอนโดของเธอตั้งอยู่ย่านชานเมืองกรุงเทพ เจ้าของโครงการต้องการให้คอนโดของเขามีพื้นที่สีเขียวเยอะๆจึงปลูกต้นไม้เต็มไปหมด แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจก็คือทำไมคุณเจ้าของโครงการจะต้องสร้างให้ตัวอาคารอยู่ลึกๆเพื่ออะไร? ตอนกลางวันก็สวยดีอยู่หรอก แต่ตอนกลางคืนนี่สิแอบน่ากลัวอยู่เหมือนกันเพราะบริเวณนี้มีเพียงแสงไฟจากรถเท่านั้นที่นำทางเธอกลับบ้านได้ ที่เธอเลือกซื้อคอนโดนี้ก็เพราะว่ามันถูกไงล่ะ! เหมาะสำหรับคนจนอย่างเธอดี หญิงสาวขับรถฝ่าพายุฝนที่ยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง ขับช้าๆอย่างตั้งใจเพราะทางมันมืดมากอีกทั้งถนนยังลื่นมากกว่าปกติ จึงทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในขณะนั้นเองตาข้างขวาของเธอก็กระตุกรัวๆ เธอรีบท่องในใจ ตาขวาดีตาซ้ายร้ายวนซ้ำๆ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้ เหมือนกับว่าจะมีสิ่งหนึ่งเข้ามาทำให้เธอมีชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล อีกไม่ถึง 5 นาที จะถึงคอนโดของเธอ แต่ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนผ่านไปหางตาพลันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ใครมันเอาท่อนไม้มาทิ้งไว้ตรงนี้ 2 ท่อน? เกือบเหยียบแล้วไหมล่ะ เธอพึมพำเบาๆกับตัวเองพลางคิดถึงท่อนไม้ 2 ท่อนนั้น แต่เดี๋ยวนะ ท่อนไม้อะไรจะสีดำเหมือนคนใส่กางเกง เมื่อความเสือกไม่เคยปราณีใครเธอจึงถอยรถกลับไปดูอย่างตั้งใจอีกที เอี๊ยด… ล้อรถเบียดกับถนนเพราะเบรคกระทันหัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจเพราะสิ่งที่เธอพบมันไม่ใช่ท่อนไม้อย่างที่คิด แต่มันกลับเป็นขาคนที่สวมกางเกงสีดำ! เธอจะทำยังไงดี จะลงไปช่วยดีไหม? แต่เธอเคยอ่านข่าวว่ามีแก๊งมิจฉาชีพที่ทำเป็นแกล้งนอนบนถนนให้คนมาพบ แล้วใช้ความสงสารของมนุษย์ให้เป็นเหยื่อล่อให้ลงจากรถ จากนั้นก็ทำการปล้นทรัพย์หรือแม้แต่จับไปข่มขืนก็มีอยู่เยอะ ความคิดมากมายตีกันในหัวของเธอ เธอมองซ้ายมองขวาสังเกตไปรอบๆบริเวณที่มีคนนอนอยู่ เผื่อจะมีคนอื่นซุ่มอยู่อีกรึเปล่าเมื่อเธอแน่ใจแล้วว่าไม่น่าจะมีคนซ่อนอยู่เธอจึงตัดสินใจลงจากรถ ในใจก็ภาวนาว่าขอให้คนๆนั้นยังมีชีวิตอยู่เพราะเธอเป็นคนที่กลัวผีมากๆ แต่เพื่อความอุ่นใจเธอก็ไม่ได้ลงไปมือเปล่า แต่ลงไปพร้อมกับมีดสั้นขนาดเล็กที่พร้อมจะแทงคนได้ทุกเมื่อ ใครเข้ามาแม่จะแทงให้ร่วงเลยคอยดูสิ! [1] ลักษณะบุคลิกภาพแบบหนึ่งของบุคคล มีโลกส่วนตัวสูง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD