Episode 9: เตือนแล้วนะ
กึก! ปัง!
พริกหวานรีบออกมาเปิดประตูห้องตัวเอง ก่อนจะพบว่าคนที่เธอมีอะไรด้วยเมื่อคืนยืนพิงประตูอยู่ที่ห้องตรงข้าม!
แถมคน ๆ นั้นยังคือคนเดียวกับที่พัสดุถูกส่งสลับกับเธออีก เพราะผู้ชายคนนั้นใส่ชุดเดิมเลยแค่รอบนี้ไม่ได้ใส่แมสและแว่นดำแล้ว โอ๊ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
“สวัสดี” เซย์ริวเอ่ยทักทายผู้หญิงข้างหน้าที่หน้าตาดูช็อคไปแล้ว
“...”
“ยังมีสติอยู่ปะ”
“...”
“เฮ้!” เซย์ริวเอ่ยก่อนจะพยายามเดินเข้ามาหาเธอแต่ถูกเธอห้ามไว้สะก่อน
“หยุดนะ อย่าเดินเข้ามาเชียวอยู่ห่าง ๆ ฉันเลย”
“ทำไม?”
“นายเป็นสตอล์กเกอร์หรอ?” พริกหวานถาม
“จะบ้ารึไง ถามอะไรแปลก ๆ” เซย์ริวชะงักไปกับคำถามนั้นจนทำหน้างง ๆ ไปตามกัน
“ก็มันบังเอิญเกินไปปะทุกอย่างเลย หรือจริง ๆ แล้วนายรับงานอย่างว่าแล้วติดใจฉันขึ้นมาเลยมาซื้อห้องตรงข้ามฉันเพื่อที่จะอยู่ใกล้ ๆ ฉันหรอ”
“ห้ะ! เพ้อเจ้อแล้ว ใครจะลงทุนทำขนาดนั้น” เซย์ริวตกใจกับความคิดผู้หญิงตรงหน้าจนอึ้ง
“นายไง”
“ยังไม่สร่างเมารึไง” เขาส่ายหัวไปมา เหนื่อยใจจริง
“ก็มันแปลกนิ อีกอย่างฉันไม่เคยเห็นนายออกมาจากห้องนี้เลยด้วยซ้ำตั้งแต่อยู่มา” เธอยังคงสงสัยในตัวชายหนุ่มตรงหน้าไม่เลิก
“เพราะฉันไม่ค่อยได้กลับมาห้องตัวเองเท่าไหร่ไง” เซย์ริวตอบ
“มันแปลกอยู่ดี”
“เฮ้อ เธอชื่ออะไร” เขาถอนหายใจอย่างหน่าย ๆ ออกมา
“ถามไปทำไม”
“ก็แค่ตอบ”
“ไม่บอก ถ้านายเป็นสตอล์กเกอร์ทำไง!” เธอชี้หน้าด่าเขาแบบกลัว ๆ “เอ๊ะ!”แต่แล้วก็ต้องตกใจกว่าเดิมเมื่อเขาจับมือเธอที่ชี้หน้าด่าเขาเมื่อกี้แล้วกระชากเข้าหาตัวเอง
“ใช้สมองคิดหน่อยไหม ว่าถ้าฉันเป็นสล็อคเกอร์ ฉันก็ต้องรู้ข้อมูลของเธอทุกอย่างแล้วหรือเปล่า”
“...” เธอนิ่งเงียบไป จริงด้วยสิ
“แล้วอีกเรื่อง พัสดุก็ส่งสลับกันเพราะชื่อดันเหมือนกันอีก พัสดุถูกส่งมาหลายวันแล้ว ก่อนเราทั้งคู่จะเจอกันแสดงว่าฉันอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วพัสดุเลยส่งที่นี่ไง คิดได้รึยัง” เซย์ริวอธิบายพร้อมก้มลงมองหน้าร่างเล็ก เพราะส่วนสูงที่ต่างกัน
“...”
“ว่าไง”
“เข้าใจแล้ว ฉันผิดเอง ขอโทษนะ” พริกหวานเอ่ยตอบก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวสูง เธอรู้สึกผิดขึ้นมาเลยที่ด่าเขาขนาดนั้น
“เข้าใจก็ดี ทีนี้บอกชื่อได้รึยัง” เขาถาม
“ต้องรู้ด้วยหรอ” พริกหวานถามหน้างง ๆ ทำไมถึงอยากจะรู้ชื่อเธอหนักหนา
“ก็ควรรู้ไว้ไหมเพื่อนบ้านห้องตรงข้าม”
“...”
“นี่”
“พริกหวาน” เธอตอบเสียงเบา
“อะไรนะ”
“ฉันชื่อพริกหวาน” เธอตอบพร้อมช้อนตามองคนสูงตรงหน้า
ร่างสูงชะงักไปตอนที่ช้อนตามองขึ้นมา มันเหมือนมีแรงดูงดูดบางอย่าง เธอแม่งโคตรมีเสน่ห์เลย
“นี่” พริกหวานเอ่ยทัก
“ห้ะ ว่า”
“มองหน้าหน่อยไหม?”
“ห้ะ”
“หน้าฉันอยู่นี้” พริกหวานเอ่ย ก่อนจะเอามือทั้งสองเอื้อมไปจับหน้าอีกฝ่ายแล้วยกหน้าขึ้นมาให้สบตากับตัวเอง “ที่นายมองอยู่น่ะ นมจ้ะ!”
“อะ...อะไรใครมอง!” เซย์ริวเบือนหน้าหนีอายก่อนจะจับมือพริกหวานที่จับหน้าตัวเองไว้ลง “น่ามองมากมั้ง”
“อ่อหรอคะ” พริกหวานเอ่ยแซวเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มหูแดง เธอเดินไปย่อตัวตรงที่เขาเบือนหน้าหนีแล้วคุกเข่าลง “มันไม่น่ามองหรอ” ก่อนที่จะถามเสียงอ่อย ๆ ออกไป
“...”
“เงียบเลย มันไม่น่ามองหรอคะ” เธอยังคงยั่วเขาอยู่เพราะคิดว่าเขาน่าแกล้งแต่แล้วเธอก็เห็นว่าเขายิ้มแปลก ๆ ออกมา
“อันนี้คือให้ท่ากันอยู่ อยากโดนเอาอีกรอบหรอ?” เซย์ริวเอ่ยจบ พริกหวานรีบเด้งตัวกลับไปอยู่ที่หน้าประตูห้องตัวเองทันที ท่าทางบ๊อง ๆ แบบนั้นทำเอาเซย์ริวเอ็นดูจนหลุดหัวเราะออกมา
“หัวเราะอะไร น่าขำมากมั้ง”
“ก็น่าขำอยู่นะ หน้าเธอตลกดี” เซย์ริวเอ่ยก่อนจะยืนพิงพนักประตูห้องตัวเองแบบเท่ ๆ
“นายนี่! ว่าแต่นายชื่ออะไร”
“ไม่บอก”
“เอ้า!” พริกหวานงง ทีตัวเธอยังบอกชื่อเขาเลย
“ก็ฉันไม่บอก เธอจะทำไม” เซย์ริวตอบก่อนจะยักคิ้วกวน ๆ ให้อีกรอบ
“นายมันขี้โกง!”
“ฉันไปโกงอะไรเธอตอนไหน”
“ก็ทีฉันยังบอกนายเลย ทำไมนายไม่บอกเชื่อตัวเองบ้าง” พริกหวานเอ่ย
“ก็นั้นมันเรื่องของเธอ”
“โอ๊ย นายมันน่ารำคาญที่สุด! คุยกับนายแล้วหงุดหงิดชะมัด” พริกหวานเอ่ยออกมาหน้าเซ็ง ๆ ทำไมเขาถึงกวนประสาทเธอได้ขนาดนี้ เขาคือคนเดียวกับคนที่ดูแลเทคแคร์เธออย่างดีแบบเมื่อวานปะ หรือฝาแฝด? หรือคนละคน?
“...”
“มองหน้าฉันทำไม” พริกหวานถามเพราะรู้สึกว่าเขาจ้องเธอสักพักแล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไรนิ” เซย์ริวตอบ
“เอาเป็นว่าแยกย้ายกันเถอะ ฉันเหนื่อยคุยกับนายเหลือเกิน ขอให้ไม่มีเรื่องให้ต้องติดต่อกันอีกนะ บาย” พริกหวานเอ่ยก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องของตัวเอง “อ๊ะ! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” แต่ก็มีคนข้างหลังที่เอื้อมมาคว้าแขนเธอไว้แล้วดันตัวเธอพลักเธอเข้ามาในห้องทันที
เซย์ริวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาดันเธอชิดกับประตูห้องก่อนจะยกแขนเธอทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวดันติดกับประตูแล้วกระซิบที่ข้างหูเธอว่า
“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวังตัว อย่าใส่ชุดนอนแบบนี้ออกไปเปิดประตูให้ใครอีก”