เตวิชญ์ญ์ขยับเข้าใกล้เธอนิดหนึ่ง เหมือนกลัวว่าเธอจะถอยหนี
เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยออกมาอย่างนุ่มช้า
“คุณฟางทำไมถึงคิดว่าผมจะมองคุณไม่ดีล่ะ”
เธอเม้มปาก ไม่ตอบ
หัวใจเต้นแรงจนหน้าอกสั่น
เขายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย แบบที่มุมตาอ่อนลง
“ผมไม่ลืมนะ” เขาพูดชัดทุกคำ “และไม่คิดลืมด้วย”
เพียงฝันเงยหน้าขึ้นอย่างเผลอไผล
ดวงตาคู่คมนั้นจ้องกลับมาเต็ม ๆ ทำให้เธอใจวูบวาบจนแทบล้ม
เตวิชญ์ญ์เอียงศีรษะเล็กน้อย
น้ำเสียงทุ้มละมุนจนเธอขนลุก
“เมื่อคืน ผมตั้งใจ
แต่ที่ตั้งใจที่สุด คือไม่อยากให้คุณกลัวผมตอนตื่นขึ้นมา”
เขาก้มลงเล็กน้อย ให้ระดับสายตาอยู่เท่ากับเธอ
“เพราะผมไม่ได้คิดจะหายไปไหนเลยรู้ไหม”
คำสุดท้ายเขาพูดเบา ๆ แต่หนักแน่น
อบอุ่นจนหัวใจเธอไหวสะท้าน
แต่เธอกลับรีบส่ายหน้า
เหมือนต้องปิดประตูให้เร็วที่สุด ก่อนตัวเองจะไขว้เขวไปมากกว่านี้
“เราควรลืมมันค่ะ”
น้ำเสียงเธอแผ่วสั่น แต่หนักแน่น
“เมื่อคืนมันแค่ความเมา ฟางขอโทษจริง ๆ แล้วก็……ฟางไม่อยากให้เราเจอกันอีก คุณควรลืมมันเหมือนกัน”
คำพูดนั้นเหมือนมีดคมที่กรีดลงกลางอากาศ
เงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของเขา
เตวิชญ์ชะงักไปเล็กน้อย
รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนคล้ายจางหายไปชั่วขณะ
ไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะจู่ ๆ เขากลายเป็นฝ่ายที่ถูกผลัก ถูกปฏิเสธ ถูก “ฟันแล้วทิ้ง” แบบไม่ทันตั้งตัวเขาไล่ลมเข้าปอดทีหนึ่ง
ส่ายหน้าช้า ๆ อย่างคนที่ไม่อยากยอมรับคำพูดนั้นเลยสักนิด
“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”
เสียงทุ้มของเขากดต่ำกว่าเดิม
ไม่ดัง ไม่แข็งแต่เจ็บกว่าแทน
เขามองเธอเหมือนกำลังถามว่า ทำไมถึงตัดเขาทิ้งง่ายนัก
ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายรู้สึกมาก่อนจะทันระวังใจตัวเองด้วยซ้ำ.
เตวิชนิ่งไปนานกว่าที่ควร
เหมือนคำพูดของเพียงฝันกระแทกเข้ากลางอกแรงเกินกว่าจะตั้งรับทัน
นี่เป็นครั้งแรก
ครั้งแรกที่ผู้หญิงที่เขานอนด้วยเลือกจะตัดเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยคิดเสมอว่า
ผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์……คือสิ่งต้องห้าม
เพราะหลังจากนั้น พวกเธอมักจะร้องไห้ ขอให้เขารับผิดชอบ
บางคนถึงขั้นขู่ บางคนยึดติด
ทำให้เขาไม่เคยคิดจะเฉียดเข้าไปใกล้ใครแบบนั้นอีก
แต่เพียงฝัน กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
เธอเป็นฝ่ายบอกให้ลืมเป็นฝ่ายปิดประตู
เป็นฝ่ายผลักเขาออกไปเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน “ไม่มีความหมายอะไรเลย”
ความรู้สึกสะเทือนใจที่แล่นขึ้นมามันไม่ใช่ความโมโห
แต่เป็นความรู้สึกสูญเสียบางอย่างที่เขายังอธิบายไม่ได้
เตวิชญ์ช้อนสายตาขึ้นมองเธอ
แววตานั้นไม่ดื้อดึง ไม่เรียกร้อง
แต่เหมือนถูกบั่นทอนศักดิ์ศรีบางอย่างจนเจ็บร้าวในแบบที่เขาไม่คุ้ยเคย
เสียงเขาออกมาแผ่วลึก
แต่ความถ่วงในน้ำเสียงชัดเจนจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
“คุณเป็นคนแรกนะ…..ที่ทำกับผมแบบนี้”
เขาเอ่ยช้า ๆ
“ผมเคยคิดว่าผู้หญิงแบบคุณ ยิ่งต้องการให้ผมรับผิดชอบแน่นอน”
เพียงฝันเงยหน้ามองเขา
ตกใจกับความจริงใจที่เขาเปิดเผยมากกว่าที่ควร
เตวิชญ์ยิ้มมุมปากยิ้มแบบเจ็บแผ่ว ๆ
ราวกับยอมรับว่าตัวเองถูกสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แต่ผมกลับเป็นฝ่ายถูกสั่งให้ลืม แล้วก็หายไปจากชีวิตคุณ”
เขาขยับตัวนิดหนึ่ง
เหมือนกำลังพยายามเรียกสติกลับมา
แต่ความผิดหวังในแววตากลับปกปิดไม่ได้เลย
“มันตลกดีนะ”
เขาว่าต่อด้วยเสียงต่ำ
“อยู่ดี ๆ ผม ก็กลายเป็นคนที่ถูกฟันแล้วทิ้ง”
เพียงฝันเม้มปากแน่น ก้มหน้าจนคางแทบจะแตะอก
หัวใจรัวแรงจนรู้สึกได้ถึงความสั่นของลมหายใจตัวเอง
คนบ้า หาว่าฉันฟันแล้วทิ้งเหรอ
ความคิดวาบขึ้นมาอย่างหงุดหงิดปนเขิน
แต่ปากกลับพูดไม่ออกสักคำ
เธอไม่รู้จะตอบอะไร
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรกล้าสบตาเขาไหม
กลัวเหลือเกินว่าถ้าเงยหน้า เขาจะเห็นทุกความสับสนในใจเธอหมด
แต่เตวิชญ์ชายหนุ่มที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความสัมพันธ์แบบไหน
กลับเป็นฝ่ายมองเธออย่างคนที่กำลังจริงจังขึ้นทีละนิด
จริงจัง……เพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกให้เขาหายไปจากชีวิตเธออย่างง่ายดายเกินไป.
เช้าวันใหม่ เพียงฝันพยายามรวบรวมสติให้มั่น
เธอแต่งหน้าเพียงบาง ๆ ปกปิดความซีดจางที่คืนนั้นทำให้เธอแทบไม่ได้นอน
ลมหายใจเข้าลึกพยายามปลอบใจตัวเองให้ใจสงบ
ก่อนก้าวเท้าเข้าประตูอาคารบริษัทด้วยท่าทีเรียบเฉย
แต่ข้างในหัวใจกลับยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
เพราะภาพเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในความคิด
เมื่อคืนต้องลืมให้ได้
เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ
แม้ภาพใบหน้าของเตวิชญ์ในตอนสุดท้ายจะคอยย้อนมาให้เจ็บจี๊ดในอกทุกครั้งก็ตาม
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าพื้นที่ออฟฟิศ
เสียงหัวเราะคุ้นเคยก็ดังสอดเข้ามาในโสตประสาท
ทำให้เธอชะงักทันทีนทีกำลังยืนคุยอยู่ใกล้ห้องประชุม
และข้าง ๆ เขา……คือแก้วกัลยาแฟนใหม่ของเขา
หญิงสาวหน้าหวานที่กำลังยิ้มอ้อนจนคนมองเห็นต้องรู้สึกว่าพวกเขากำลังมีความสุข เพียงฝันยืนนิ่งคอแห้งวาบ
จู่ ๆ เหมือนอากาศในอาคารถูกสูบออกไปจนหมด
นทีเงยหน้าขึ้นบังเอิญสบตาเธอพอดีแววตาเขาแข็งไปวูบหนึ่ง
เหมือนคนที่ไม่รู้จะทำหน้าทำตาแบบไหนเวลาเจออดีตแฟนที่ตัวเองเพิ่งนอกใจ
ส่วนแก้วกัลยา ยิ้มหวานขึ้นทันที
ไหล่คล้องแขนนทีแน่นขึ้นนิดหนึ่งเหมือนตั้งใจโชว์
เพียงฝันท่องคำในหัวซ้ำ
ช่างมัน……ช่างเขาไป……อย่าร้อง……ไม่เอานะเพียงฝัน
แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงเจ็บแปลบ
เหมือนมีมือบีบอัดอยู่ข้างใน นทีเป็นฝ่ายทักก่อน
“อ้าว……ฟาง มาเช้าเหรอ”
น้ำเสียงธรรมดาจนเธอแทบอยากตบหน้าเขาให้รู้ว่ามันไม่ควรธรรมดาเลยสักนิด
เพียงฝันสูดลมหายใจส่งยิ้มกว้างจนเจ็บแก้ม
“ค่ะ งานเยอะนิดนึงค่ะ”
แก้วกัลยาหัวเราะเบา ๆ ควงแขนนทีใกล้ขึ้นเหมือนเด็กอ้อน
“พี่ธีร์เมื่อวานยังบอกอยู่เลยว่าจะรีบมาทำงานเช้าเพราะมีประชุมกับทีมของพี่ฟาง”
คำพูดนั้นเหมือนถูกตั้งใจยิงเข้ามาและมันก็โดนเต็ม ๆ
จนเธอต้องหลบสายตาเร็วที่สุด
“ค่ะ เจอกันในประชุมอีกทีนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ”
เธอพูดเร็ว รีบเดินออกห่างทันที
กลัวว่าถ้ายืนนานกว่านั้นน้ำตาจะร่วงลงมาให้พวกเขาเห็น