เบื้องหลัง เธอไม่ได้เห็นว่านทีหันมองตามเธอ คิ้วขมวดแน่น
เหมือนรู้สึกเสียดาย หรือไม่พอใจอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ในขณะที่แก้วกัลยามองเขาอย่างไม่พอใจสุดขีด
และเพียงฝันทำใจว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เธอกำลังจะเจอ ‘เขา’ อีกครั้ง
ห้องประชุมเช้านั้นตึงไปด้วยบรรยากาศที่ทั้งเงียบ ทั้งหนาว
เพียงฝันเดินเข้ามาพร้อมนับดาว เพื่อนสนิทที่มองสีหน้าเธอแวบเดียวก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติ
นับดาวกระซิบเบา ๆ ขณะทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้าง ๆ
“หน้าซีดมากนะแก เป็นอะไรไหมเนี่ย?”
เพียงฝันฝืนยิ้ม
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็โอเคแล้ว”
แต่แค่เธอยกสายตาขึ้น
ภาพตรงปลายโต๊ะก็กระแทกเข้ามาอีกครั้งนที
และข้าง ๆ เขา แก้วกัลยานั่งแนบชิดเหมือนจะประกาศว่าเธอคือแฟนเขา
เพียงฝันกดปากแน่น ไม่มองไปทางนั้นอีก
พยายามจดจ่อกับเอกสารในมือ แต่ความอึดอัดก็หนักลงจนหายใจลำบาก
ไม่นาน ประชุมก็เริ่มขึ้น หัวหน้าแผนกกำลังอธิบายเป้าหมายงานไตรมาสใหม่
แต่สายตาของนที กลับไม่สนใจเอกสารตรงหน้าเท่าไหร่
เขาลอบมองเพียงฝันเป็นระยะ
เหมือนอยากจับจ้องทุกการขยับตัวของเธอ
ทุกครั้งที่เธอก้มหน้า เขารู้สึกคล้ายใจหาย
และทุกครั้งที่เธอไม่มองเขา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดแปลก ๆ
ทั้งที่เขามีแก้วกัลยานั่งอยู่ข้างๆ
แก้วกัลยาเองก็เริ่มรู้สึก เธอหันไปกระซิบเสียงเบา
“พี่ธีร์…….ฟังอยู่ไหมคะ”
เขาสะดุ้งเล็กน้อยรีบแสร้งตั้งใจฟัง
แต่ดวงตาแอบชำเลืองกลับไปที่เพียงฝันอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
นับดาวเห็นทุกอย่างชัดเจนเธอหันมากระซิบเพียงฝัน
“แหม แฟนเก่าแกนี่เป็นอะไรของเขาเนี่ย จะมองอะไรหนักหนาเสียดายรึไง”
เพียงฝันรีบสะกดตัวเองไม่ให้เผลอหันไป
น้ำเสียงเธอแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน
“ช่างเขาเถอะนับ ฉันไม่อยากยุ่งแล้ว”
แต่โชคร้ายที่โต๊ะประชุมมันยาวไม่พอจะกันสายตาทุกคู่ได้
เพียงฝันเงยหน้าเพียงครั้งเดียวก็เผลอสบตากับนทีเข้าอย่างจัง
สายตานั้น สองปีที่เคยมีด้วยกันทุกความผูกพันทุกความเคยรัก
ลอยกลับมาในวินาทีนั้นแบบไม่ตั้งใจเพียงฝันรีบหลบหัวใจเต้นแรงจนปวดไปหมด
ส่วนเขา…….กลืนน้ำลายลง คิ้วขมวดแน่น
ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแก้วกัลยากำลังกัดริมฝีปากจนหมั่นไส้ที่สุดในชีวิต
หัวหน้าแผนกยังอธิบายต่อแต่ความตึงเครียดในสายตาระหว่างโต๊ะยาว ๆ
กลับเกิดขึ้นจากเพียงฝัน นทีและคนที่นั่งเก้าอี้ข้างๆ
นทีหันมองเพียงฝันจากปลายโต๊ะหัวใจเขาสั่นพร่า แต่ไม่ใช่ด้วยความรักหรือความคิดถึงเพียงอย่างเดียว
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เพียงฝันจะลืมเขาได้เร็วขนาดนี้
เพียงไม่กี่วันก่อน เธอยังโผกอดเอวเขา ร้องไห้ขอให้เขาเลือกเธอ
น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวังภาพนั้นยังติดตาเขาอยู่ทุกครั้งที่หลับตา
แต่ตอนนี้ เธอเดินเข้าห้องประชุมยิ้มสุภาพกับเพื่อนร่วมงาน
คุมอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนไม่เคยร้องไห้ หรืออ้อนวอนเขาให้เลือกเลยแม้แต่น้อย
นทีกัดฟันแน่น รู้สึกทั้งเสียใจ ทั้งหงุดหงิดทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดเป็นฝ่ายนอกใจ
และเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตของเธอไปก่อน
“นี่มัน ไม่ยุติธรรมเลย” เขาคิดในใจเหมือนโลกกำลังย้อนแย้ง
คนที่เคยเรียกร้องให้เขาอย่าทิ้งเธอไป กลับกลายเป็นคนที่ควบคุมใจตัวเองได้เหนือกว่าเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
แก้วกัลยาเห็นท่าทีของเขาไม่รู้เลยว่านาทีนี้ นทีกำลังต่อสู้กับความหึงหวง ความเสียหน้า และความอับอายอยู่ภายในใจ
เพียงฝันวางเอกสารลง
หันไปพูดกับนับดาวด้วยเสียงนุ่ม แต่ไม่ลืมมองนทีผ่านปลายโต๊ะ
“เฮ้อจบสักที เราไปกันเถอะนับ”
คำพูดเรียบง่ายนั้นกลับทำให้นทีรู้ตัวว่า
เขากำลังค่อย ๆ สูญเสียเธอไปจริง ๆ
แม้เขาเองเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตของเธอก่อนก็ตาม
หลังเลิกงาน เพียงฝันหันไปยิ้มนับดาว
“ไปเดินเล่นห้างกันหน่อยไหม จะได้คลายเครียด”
นับดาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
“ดีเหมือนกัน วันนี้เห็นหน้าแกซีด ๆ ทั้งวันเลยนะ”
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ห้างหรูที่ไฟสลัวสวยงาม
กลิ่นน้ำหอมและความเงางามของสินค้าแบรนด์เนมหรูเข้ามาผสมกับเสียงเพลงเบา ๆ
เพียงฝันพยายามละความคิดเรื่องนที
พยายามตั้งใจมองสินค้า
แต่แล้ว…..ภาพที่ปรากฏตรงหน้า กลับทำให้หัวใจเธอหยุดเต้นวูบหนึ่ง
……ผู้ชายคนนั้น