ตามหาจนเจอ

1586 Words
กำลังเลือกซื้อของแบรนด์เนมหรูอยู่กับสาวสวยอีกคนทั้งคู่หัวเราะกันสนิทสนม มือจับสินค้าไปมาราวกับเป็นเรื่องสนุก รอยยิ้มของเขา ดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติกับเธอนั้น ราวกับเตวิชญ์ไม่เคยอยู่ในคืนที่ทำให้หัวใจเพียงฝันปั่นป่วนเลยสักนิด เพียงฝันกะพริบตา พยายามตอกย้ำใจตัวเองว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน…แค่ผ่านมาเห็น” แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆจนทำให้เธอต้องสะกิดนับดาวเบา ๆ “นับ…..ดูกระเป๋าใบนั้นสิสวยมากเลยนะแก” นับดาวมองตามสายตาเพียงฝันแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “โอ๊ยมันแพงมากเลยนะยะ” เพียงฝันกัดริมฝีปากกลั้นลมหายใจ “ก็จริงของแกเงินเดือนทั้งปีเรายังไม่พอซื้อเลย งั้นเราไปกันเถอะ” แต่สายตาของเตวิชญ์กับสาวสวยตรงหน้า ทำให้ความรู้สึกในอกเธอร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ทั้งเจ็บปวด ทั้งอิจฉา เหมือนถูกเตือนว่า…..แม้เธออยากลืมแค่ไหน โลกก็ยังย้ำเตือนให้เห็นเขาอยู่ดี นับดาวเอื้อมมือมาบีบแขนเพียงฝันเบา ๆ “เดินไปฝั่งอื่นกันเถอะ เรามีสิทธ์ได้แค่มอง” เพียงฝันพยักหน้า แต่สายตายังคงแอบชำเลืองกลับไปอีกหลายครั้ง ทั้งที่รู้มันทำให้ใจเธอพังอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ เตวิชญ์ยืนนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง มือกำถุงช้อปของหมอน้ำอิงแน่น แต่สายตาไม่อาจละจากเพียงฝันที่เพิ่งผ่านเข้ามาในสายตาเขา เขาใจเต้นแรง แต่ไม่ใช่เพราะความรู้สึกหวั่นไหวแบบก่อนหน้า นี่……เป็นความตกใจเมื่อพบเธอในห้างหรูนี้โดยบังเอิญ หมอน้ำอิงขยับมาข้าง ๆ เขา หัวเราะเบา ๆ “หมอมาร์ช ช่วยดูหน่อยได้ไหม?กระเป๋าใบนี้เหมาะกับอิงไหม” เขาพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ “เหมาะครับ” เพียงฝันสะดุ้งนิด ๆ เมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับเธอ เหมือนเขากำลังประเมินว่า เธอไม่คิดมากกับการเจอกันครั้งนี้ใช่ไหม เตวิชญ์ถอนหายใจเบา ๆ สายตาเขายังคงมองเพียงฝันอย่างระวัง ไม่ใช่เพราะอยากจ้องมองเกินจำเป็น แต่เพราะไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดว่าเขามากับผู้หญิงอีกคน เขารู้ดีว่าหัวใจของเธอยังบอบช้ำจากความรักครั้งก่อน และเขา ไม่อยากเป็นคนที่เพิ่มความสับสนให้เธออีก เพียงฝันเห็นท่าทีของเขา หัวใจเธอค่อย ๆ ผ่อนคลายลงบ้าง แม้สายตาแอบกังวลอยู่เล็กน้อย แต่เธอกลั้นใจไม่ให้ความหึงหวงสะกดใจตัวเอง “จะหึงเขาได้ยังไง” เธอกระซิบในใจ “แม้แต่ชื่อเขา เรายังไม่รู้จักเลย” เธอหันไปยิ้มนับดาว “เราเดินต่อกันเถอะ” เตวิชญ์พยักหน้าให้หมอน้ำอิงบางๆแต่ในใจ…… ความรู้สึกที่เห็นเพียงฝันยิ้มกับเพื่อนสนิท กลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเกินกว่าจะนิ่งเฉย เขาเดินข้าง ๆ หมอน้ำอิง แต่สายตากลับมองเพียงฝันที่เดินห่างออกไปจนลับตา ราวกับอยากจำทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ทุกแววตาที่ปรากฏ……แม้เพียงแวบเดียว แต่หัวใจเตวิชญ์…..เริ่มรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่าง ราวกับว่าการพบกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่บังเอิญ หลังจากวันที่เพียงฝันเจอเตวิชญ์ในห้างหรู หัวใจเธอยังเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึง แต่เธอก็บอกตัวเองซ้ำ ๆลืมเขา……เขาคงมีแฟนแล้ว เธอพยายามย้ำความคิดนั้นทุกเช้าเวลาแต่งตัว ทุกครั้งที่เพื่อนสนิทอย่างนับดาวพูดถึงชายหนุ่มรูปหล่อที่เจอในห้างวันนั้น เธอก็แค่หัวเราะเบา ๆ และเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว เพียงฝันยังรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามลืม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองสำหรับคืนนั้น คืนนั้นที่เธอเมาและเผลอ……ไปมีวันไนท์กับผู้ชายที่เพิ่งรู้จัก เธอรู้สึกว่า…..เธออาจทำร้ายเขาโดยไม่ตั้งใจ แม้เขาเองยังไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ส่วนเตวิชญ์ ตั้งแต่เจอเพียงฝันวันนั้น เขาก็สังเกตได้ทันทีว่า…..เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอ ความเศร้า ความเกรงใจตัวเอง และความระมัดระวังในสายตาเธอ ทำให้เขาสงสัยว่าเธอเป็นใคร เขาไม่รอช้าสั่งให้ลูกน้องคอยสืบเรื่องราวของเธออย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เพราะอยากแทรกแซงชีวิตเธอ แต่เพราะเขาอยากรู้……ว่าเธอยังโอเคไหม ยังใช้ชีวิตตามปกติอยู่หรือเปล่า และสำคัญที่สุด…..เขาอยากรู้ว่าเธอยังคิดถึงเขาอยู่ไหม ทุกเช้าที่เขาต้องออกไปทำงาน สายตาของเตวิชญ์มักลอบมองโทรศัพท์ รอรายงานของลูกน้องอย่างใจจดใจจ่อ ทุกครั้งที่มีข่าวของเธอไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อน หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ที่เธอทำในชีวิตประจำวัน หัวใจเขาก็เต้นแรงราวกับเป็นเรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ในใจลึก ๆ เขารู้ดีสิ่งที่เขาทำอาจเป็นเรื่องผิด เพราะการสืบเรื่องคนอื่นโดยไม่บอกตรง ๆ มันไม่ถูกต้อง แต่เขา……หยุดตัวเองไม่ได้เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง ทำให้เขาต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ และเพียงฝัน…..ยังคงพยายามลืมเขาทั้ง ๆ ที่หัวใจเตือนเธออยู่เสมอว่า เธออาจไม่สามารถลืมเขาได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด เตวิชญ์เงยหน้าจากรายงานลูกน้อง สายตาเขาเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข่าวนั้น “ชื่อเพียงฝัน ทำงานที่บริษัทของครอบครัวผม?” เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับยังไม่อยากเชื่อ ลูกน้องพยักหน้า “ครับ……ผมตามเรื่องราวของเธอตลอด เธอเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหารของแผนกเมื่อสามปีก่อนครับ” เตวิชญ์สูดหายใจลึก หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนครั้งแรกที่เห็นเธอในห้าง แต่ครั้งนี้ เขารู้สึกถึงความใกล้ชิดในระดับที่ต่างออกไป เพียงฝันอยู่ใกล้ตัวเขามากกว่าที่เคยคิด และเธอ กำลังทำงานในบริษัทของเขา เขาพยายามควบคุมความรู้สึก แต่สมองกลับประมวลทุกอย่าง “นี่มันหมายความว่า เธออยู่ใกล้แค่นี้เองเหรอ” เขาเอ่ยเบา ๆ ให้ตัวเองฟัง ความคิดนั้นทำให้เตวิชรู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวล ตื่นเต้นที่มีโอกาสอยู่ใกล้เธออีกครั้ง แต่กังวล เพราะไม่อยากให้เพียงฝันเข้าใจผิด ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขากำลังจงใจเข้ามาใกล้เพื่ออะไรบางอย่าง ลูกน้องของเขาเห็นสีหน้าของเจ้านาย “แล้วคุณมาร์ชจะทำอย่างไรดีครับ” เตวิชญ์เลิกคิ้วสายตาเย็น แต่แฝงความคิดลึกซึ้ง “ตามดูเธอแบบไม่ให้เธอรู้ก็พอ ที่เหลือฉันจัดการเอง” ในใจเขา…..ครั้งแรกที่เห็นเธอ เขาเคยหวั่นไหว ครั้งนี้ เขารู้แล้วว่าความรู้สึกนั้นลึกเกินกว่าที่ควบคุมได้ง่าย และแม้จะพยายามปกป้องหัวใจตัวเองเตวิชญ์ก็รู้ดี เพียงฝัน…..กำลังเข้ามาใกล้เขามากกว่าที่เขาเคยคิด เช้าวันนั้น ทั้งตึกบริหารของบริษัทแทบสะเทือน เมื่อชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีกรมท่า กางเกงสแลคเข้ารูป แววตานิ่งลึกคิ้วเข้มรับกับดวงตาลึก เดินผ่านประตูโถงใหญ่เข้ามาอย่างสุขุม เตวิชญ์…..มาโผล่ที่บริษัท เสียงซุบซิบแทบจะดังตามหลังเขาทุกก้าว เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมอหนุ่มคนนี้ไม่เคยย่างกรายเข้ามาในบริษัทของครอบครัวเลย เขามักเอาแต่ทำงานโรงพยาบาล ไม่สนใจธุรกิจ ไม่สนใจประชุม ไม่แปลกที่พนักงานใหม่ “ไม่เคยเห็นหน้าเขา” วันนี้จึงเหมือนวันประวัติศาสตร์ พี่สาวของเตวิชญ์ เตชินี เดินผ่านโถงชั้นล่างพอดี เธอเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ “เดี๋ยวนะ!……ตาฉันฝาดรึเปล่า” เธอยืนเท้าเอว จ้องน้องชายที่กำลังเดินผ่าน “คุณหมอคนดังของบ้านโผล่มาที่บริษัท มีลางสังหรณ์ว่าพายุจะเข้าเลยนะ” เตวิชญ์ปรายตามามองสีหน้าเรียบ “พี่นี่ก็พูดเกินไป ผมแค่…..อยากมาดูบริษัทของเรา” “อยากมาดูบริษัท” เตชินีเลิกคิ้ว “บริษัทที่นายไม่เคยแยแส ช่วยเล่าให้พี่หายคาใจหน่อยสิ" เตวิชญ์เม้มปาก ไม่ตอบ ทว่า แววตาลึก ๆ ของเขามีบางอย่างที่พี่สาวจับได้ มันไม่ใช่เรื่องงานแน่มันต้องเป็นเรื่องอื่นร้อยวันพันปี เตวิชญ์ไม่เคยโผล่มา คุณธเนศพอได้ยินจากเลขานุการว่า “คุณหมอเตวิชญ์มาที่บริษัท” ท่านประธานใหญ่แห่ง RA กรุ๊ปแทบจะรีบลงลิฟต์มาดูด้วยตัวเอง “ลูกชายฉัน? เตวิชญ์? มาบริษัท?” เขาหัวเราะไม่อยากเชื่อ “หรือมันว่างงาน” เตวิชญ์ก้มศีรษะให้ “ผมแวะมาดูงานนิดหน่อยครับพ่อ” พ่อของเขา หรี่ตาลง เล็กน้อย เหมือนพยายามหาเหตุผลจากสีหน้าลูกชาย ซึ่งปกติอ่านยากอยู่แล้วแต่วันนี้กลับอ่านยิ่งยากกว่าเดิม เตชินีเดินเข้ามากอดอกมอง “มาร์ช…..ตอบพี่มาตรง ๆ นะ” เตวิชญ์ชะงัก “นายมาที่นี่ไม่ใช่แค่จะมาดูบริษัทใช่มั้ย” เตวิชญ์นิ่งยาวนาน จนน่าสงสัยแล้วเขาก็พูดแผ่ว ๆ “ผมไม่แน่ใจว่าต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่” แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือเพียงฝัน กำลังขึ้นลิฟต์มาชั้นเดียวกับที่เขายืนอยู่ และโชคชะตากำลังจะจัดเวลาให้ทั้งคู่ได้เจอกันอีกครั้งแบบไม่ทันตั้งตัว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD