“ยังน่าแกล้งเมื่อเดิมเลยนะ”
“เอ๊ะ?”
คร่อกกกก ฟี้~
พูดจบมาเฟียหนุ่มจึงพล่อยหลับไปตามฤทธิ์แอลกอฮอร์ที่อยู่ในร่างกาย
กลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากตัวมาเฟียไม่ต้องถามเลยว่าเขาดื่มมาเยอะแค่ไหน
“เฮ้อ จริงๆ เลย” ร่างบางถอดหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่ก็ยอมให้ไนส์แมร์อิงกายอยู่อย่างนั้น
มิโนวาเองไม่กล้าที่จะขยับไปไหนเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น เธอได้แต่ก้มมองท่อนแขนแกร่งและท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเอวบางของเธอไว้ไม่ยอมคลายออกเหมือนกลัวคนตัวเล็กจะหายไปไหน
มิโนวาค่อยๆ เเตะมือบางลงบนฝ่ามือหนาและลูบวนเบาๆ คล้ายปลอบโยน เธอรับรู้ได้ทันทีว่าที่ผ่านมาต่อให้เขาผ่านผู้หญิงมามากมายเพียง แต่ก็ยังเป็นคนขี้เหงาเหมือนเดิม
20 นาทีผ่านไป ~
“ฮ้าวววววว ~” ร่างบางหาวปากวอดและเริ่มรู้สึกเมื่อยตัว เธอจึงแกะท่อนแขนแกร่งออก
ครืด…..ครืดดดดด
ตุ้บบบบ…..ฟุ๊บบบบบบบ
คนตัวเล็กจับไนส์แมร์ลากมากับพื้นจากนั้นรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดึงคนตัวสูงขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเขาไว้
“ฮู่วววว ~ ตัวหนักชะมัด” หลักจากจัดการมาเฟียหนุ่มให้นอนเรียบร้อย มิโนวายกมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะลอบมองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงก่อนจะหมุนตัวเดินไป
ฟุบ!
ร่างบางก้าวเท้าพ้นเตียงไปได้ไม่กี่ก้าว…กลับต้องล้มลงที่เตียงตามเรียกฉุดกระชาก
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวคนตัวสูงใช้ท่อนแขนแกร่งโอบรัดร่างบางไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นหนี
“อ่ะ! นายไม่ได้หลับเหรอ?” เธอถามขึ้นด้วยความตกใจ
“นอนได้แล้ว” เขากระซิบลงข้างหูคนตัวเล็กพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างชอบใจ
“นายหลอกฉันอีกแล้วนะ!” มิโนวาพูดพร้อมกับจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่ง
“หลอกอะไร มีแต่เธอคิดไปเองคนเดียว”
“แล้วนายตื่นแล้วทำไมไม่บอกฉันละ!!”
“ฮ่า ๆ 55555555”
“ยังจะมาหัวเราะอีก รู้ไหมว่าฉันเหนื่อยแค่ไหน ห้ะ!!” มิโนวาพูดพร้อมกับพยายามแกะมือปลาหมึกของไนส์แมร์ออก
“เลิกดิ้นแล้วนอนซะ…” เขาพูดพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น
“ไม่!!!!”
“งั้นฉันจะทำโทษเธอที่ทำหลังฉันเป็นรอย” พูดจบไนส์แมร์ค่อยๆ เลื่อนมือเข้าไปในสาบเสื้อของร่างบาง
“นี่!!! หยุดนะ”
“จะนอนไหม?” เขากระซิบถาม
“นะ…นอนก็ได้”
“ก็แค่เนี่ย” พูดจบเขาโน้มใบหน้าเข้ากับซอกคอนุ่มของร่างบางเพื่อหาความอุ่นจากนั้นโอบกอดเธอไว้ด้วยความหวงแหน
“นายจะกอดแน่นไปแล้วนะ”
“……….”
“นี่!!!”
“ฉันจะไม่ให้เธอหนีไหนอีกแล้ว มิวา”
“………”
“……….”
“ไนส์แมร์…”
“…….”
“ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้นะ……”
มิโนวาเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาหลังจากทั้งคู่เงียบไปสักพักก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงและอยากคิดอะไรฟุ้งซ่านอีก
10:30 น.
“แต่งตัวเสร็จแล้วยังมิวา…..” ไนส์แมร์เอ่ยขึ้นอย่างเซ็ง
“ยัง…..ถ้ารีบมากก็ก่อนสิ” มิโนวาตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ไหนบอกจะทานข้าวพร้อมกัน”
“ก็นายรีบ”
“ให้ตายสิ! ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนให้ฉันรอเลยนะ”
พูดจบมาเฟียหนุ่มเดินเข้าไปประชิดตัวร่างบางที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นใช้มือเรียวเกี่ยวเอาปอยผมร่างบางขึ้นมาก่อนจะสูดดมด้วยท่าทางเจ้าเลห์
“นี่! จะทำอะไร….ถอยออกไปนะ”
“ก็แต่งตัวไปสิ”
ไนส์แมร์เริ่มเท้าแขนลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อกักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
“ไนส์แมร์!!”
“เรียกเหมือนเมื่อก่อนสิ” มาเฟียหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูร่างบาง
ความชิดใกล้และเสียงกระซิบที่แหบพร่าทำให้คนตัวเล็กถึงถึงกับใจเต้นแรงจนเธอต้องรีบผลักเขาออกเพราะกลัวเขาจะได้ยินเสียงเต้นหัวใจที่ไม่เป็นจังหวะ
เมื่อเห็นท่าทางเขินอายจนทำตัวไม่ถูกของร่างบางไนส์แมร์จึงอดที่จะแกล้งไม่ได้ เขาจึงอุ้มเธอขึ้นและวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นใช้ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังคนตัวเล็กไว้และโน้มตัวเข้าหามิโนวาจนริมฝีปากแทบจรดกัน
“ถะ…..ถอยออกไปนะ”
ร่างบางพูดตะกุกตะกักพร้อมกับใช้ฝ่ามือเล็กดันแผ่นอกแกร่งให้ถอยห่าง แต่ยิ่งมิโนวาผลักไสเขาออกเท่าไหร่คนตัวสูงก็ยิ่งขยับเข้าใกล้มากขึ้นเท่านั้น
“เรียกชื่อฉันก่อนสิ”
พูดจบไนส์แมร์โน้มตัวลง และใช้เรียวปากหนาลากไซร้ซอกคอนุ่ม
คนตัวสูงเริ่มโอบรัดเอวร่างบางเพื่อให้เเนบชิดกันมากขึ้น ส่วนมืออีกข้างเริ่มเลื่อนต่ำลงก่อนจะแหวกเรียวขาเล็กให้แยกออกและลูบไล้วนตามกลีบกุหลาบล่างอย่างเย้ายวน
“นะ….ไนส์แมร์ หยุดนะ!!”
“เรียกเหมือนเมื่อก่อนสิ….”
“……..”
“ชื่อของฉันที่เธอเคยเรียก…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะประทับริมฝีปากเข้ากับเนินอกตูมใหญ่และขบเม้มจนเป็นรอยแดง
“อื้อออ ~”
“เรียกสิ…”
“นะ…ไนส์”
“……..”
“ไนส์พอที….”
“ยัง!! แค่ไหนยังไม่พอหรอกมิวา” เขาพูดพร้อมกับดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อื้ออ ~ นะ…ไนส์”
“หืม?”
“มีคนมานะ หยุดได้แล้ว”
“ขออีกนิดน่า~”
“อย่าดื้อ ไปเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ไม่”
“ไนส์!! อาจจะเป็นธุระสำคัญก็ได้”