Chapter 1แอชตันผับ

2330 Words
Chapter 1 แอชตันผับ ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง ติ๊ดดด เปิดประตูเพนท์เฮาส์เข้ามาได้ภาพแรกที่หญิงสาวผมยาวสลวยสีน้ำตาลประกายแดงมีหน้าม้าบางเบาเห็นก็คือภาพของแฟนหนุ่มที่กำลังมั่วกามอยู่กับหญิงสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธออยู่บนเตียง “Ahh เอเดน~” “เอเดน! เจสซี่!” ‘บีน่า’ หญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบในวัย 22 ปีไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสนิทของเธอจะมีความสัมพันธ์ลับหลังแอบซ่อนอยู่กับแฟนหนุ่มของเธอ “บีน่า!!” ร่างแกร่งเปลือยเปล่าไม่มีอะไรติดตัวรีบลุกขึ้นผลักเจสซี่ออกจากตัวพยายามจะจับแขนบีน่าและอธิบายแต่หญิงสาวหน้าสวยก็ผละตัวออก “หุบปาก เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก!” การโดนนอกใจในครั้งนี้มันเจ็บมากจึงเป็นเหตุผลให้เธอมายืนอยู่ที่ตรงนี้ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ใบหน้าเล็กสวยเงยมองบ้านสวนหลังเก่าที่ทรุดโทรมลงไปมาก คุณตาและคุณยายของเธอเสียชีวิตลงแล้วจึงไม่มีใครอยู่ดูแลบ้านหลังนี้ มีเพียงคนที่คุณแม่จ้างให้มาดูแลบ้างเป็นบางครั้งคราว เธออาศัยและเรียนอยู่ที่เมืองนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาในคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยมีพ่อเป็นมาเฟียทำธุรกิจทั้งบนดินใต้ดิน แต่บีน่าเองก็ไม่ได้ไปยุ่งหรือช่วยพ่อบริหารงานในส่วนนั้นและท่านเองก็ไม่ได้ลากให้เธอเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย เมื่อเรียนจบหญิงสาวก็ตั้งใจจะทำงานด้านการเป็นดีไซเนอร์และแบรนด์เสื้อผ้าแต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์สะเทือนจิตใจซึ่งก็คือแฟนหนุ่มของเธอนอกใจ! นี่เป็นเหตุผลทำให้บีน่าขอพ่อและแม่มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองเล็กๆในประเทศไทยแห่งนี้โดยที่พวกท่านไม่รู้เหตุผลเลยว่าเพราะอะไรเธอจึงขออย่างนั้น “อากาศที่นี่...อบอุ่นดีจังเลยนะ” บีน่าหญิงสาวลูกครึ่งไทยอเมริกันมองไปรอบๆบ้านสวนที่แม้จะโทรมไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังมีคนดูแลอยู่บ้าง “คุณบีน่าครับ...ผมว่าให้ท่านซื้อบ้านในเมืองก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องมาอยู่บ้านเก่าๆหลังนี้เลย” บอดี้การ์ดหนุ่มชื่อว่าเจสัน เอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพบ้านแสนโทรมหลังนี้ มีบอดี้การ์ดทั้งหมดเจ็ดคนตามบีน่ามาที่นี่ด้วย ซึ่งเธอขัดพ่อของตัวเองไม่ได้ “ฉันจะอยู่ที่นี่แหละเจสัน อย่าพูดอะไรให้มันมากนักเลย ส่วนพวกนายก็ไปอยู่ที่อื่นไป ฉันจะอยู่ที่นี่คนเดียว” “คุณบีน่าครับ พวกผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกท่านสั่งเอาไว้ให้ตามดูแลอย่างใกล้ชิด” “เสียใจจ้ะเพราะฉันจะอยู่ที่นี่คนเดียว เอาเป็นว่าพวกนายไปเช่าบ้านที่ไม่ไกลจากตรงนี้ก็แล้วกัน” บีน่าบอกปัดพร้อมลากกระเป๋าเข้าไปในบ้านคนเดียว “แต่..” บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งหกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กพยายามจะขัดคุณหนูแห่งตระกูลเบอริอันต์และแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล “Shut up!” เมื่อโดนสั่งให้หุบปากเข้าแบบนั้นบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดก็ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ก็ไม่อาจขัดใจได้ จะทำได้อย่างไรล่ะก็เธอเป็นลูกสาวเจ้านายนี่นา ดื้อขนาดนี้บอกเลยว่าถ้าเป็นศัตรูคงจะจับหักคอจิ้มซอสมะเขือเทศแล้ว เธอลากกระเป๋าขึ้นมาจนถึงชั้นสองแล้วจัดเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าตู้ที่แม้จะเก่ามากแต่ก็ถูกทำความสะอาดอย่างดีเพราะยังคงจ้างแม่บ้านให้มาดูแลที่นี่รายอาทิตย์อยู่ แม้จะอยู่ในตัวเมืองแต่บ้านก็ค่อนข้างอยู่ไกลจากผู้คน “เฮ้อ เงียบดีจังเลยนะ ไม่รู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างหรือเปล่าแถวนี้” เธอได้แต่คิดก่อนจะหยิบมือถือเสิร์ชหาโลเคชั่นแถวนี้ว่ามีที่ไหนพอจะไปเที่ยวเล่นได้บ้าง “แอชตันผับงั้นเหรอ? หึ น่าสนใจนี่” ปกติบีน่าไม่เที่ยวผับและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เธอใช้ชีวิตกับการเรียนมหาลัยและอยู่กับเพื่อนรักอย่างเจสซี่ซึ่งเรียนด้านแฟชั่นดีไซเนอร์มาด้วยกัน แต่แล้วเพื่อนสนิทที่เธอรักที่สุดตอนนี้ก็เป็นอันต้องเลิกคบกันไปเพราะแทงข้างหลังเธอด้วยการแอบหลับนอนกับแฟนหนุ่ม เลวจริงๆ...บีน่าได้แต่ด่าอยู่ในใจ ณ แอชตันผับ แอชตันผับถูกเปิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายโดยเป็นผับที่มีขนาดใหญ่ มีทั้งหมดสองชั้น ชั้นแรกเป็นโซนลูกค้าทั่วไปและชั้นที่สองเป็นโซนลูกค้าวีไอพี “นายครับ นี่คือผลประกอบการของเราที่นายให้นำมามาให้ครับ” ลูกน้องอย่างสิงหา นำเอกสารมาให้กับแอชตัน อชิรวิชญ์ สเบอร์ตัน เขาเป็นเจ้าของผับแห่งนี้ซึ่งเปิดมาได้ประมาณสองปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่เมืองเชียงราย “ขอบใจ..” เขารับเอกสารมาพร้อมกับยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบพร้อมกับมองไปด้านล่างผับชั้นหนึ่ง...ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นพวกขาประจำและมีชาวต่างชาติที่แวะเวียนมาบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แอชตันทำธุรกิจนี้ด้วยความรู้สึกสนุกไม่ได้คิดจะหากำไรอะไรจากมัน แต่แน่นอนว่ากำไรจากธุรกิจนี้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ไม่เท่ากับธุรกิจหลักที่เขาทำอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรอก ดีลมาเฟีย อาวุธ ยา จะมีอะไรไปมากกว่านี้ล่ะจริงไหม? ยังไม่รวมคาสิโน บ่อนพนัน ธุรกิจที่สืบทอดมาจากตระกูลเก่าแก่อีก ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มร้ายเมื่อเปิดเอกสาร เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้อีกนานแค่ไหน ก็คงจะอยู่ตราบเท่าที่จะเบื่อ... “คืนนี้ให้จัดผู้หญิงมาให้ไหมครับนาย” “ไม่ต้อง มึงก็รู้นี่ว่าเดี๋ยวผู้หญิงพวกนั้นก็เข้ามาหากูเอง” “ครับนาย” สิงโตโค้งคำนับให้นิดนึงก่อนที่จะเดินจากออกไปตรงโซนนี้ บริเวณแห่งนี้เป็นโซนชั้นลอยที่มีโต๊ะจัดให้นั่ง ส่วนของแอชตันจะเป็นโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดและที่นั่งก็เป็นแบบ โซฟาวีไอพีสีแดง นั่งอยู่ตรงนี้แน่นอนว่าเห็นไปทั่วว่ามีแขกไปใครมาบ้างซึ่งเขาชอบมานั่งตรงนี้ “แอชคะ คืนนี้ไปต่อกับเมนะคะ” เมมายาลูกสาวนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดมาที่ผับแห่งนี้ทุกคืนเพื่อที่จะนอนกับเขา....... ใบหน้าหล่อร้ายของหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษเหยียดยิ้ม... ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกพร้อมกับกางเกงสแล็กสีดำ...ใบหน้า ดูน่ารักละมุนละไมสไตล์หนุ่มลูกครึ่งเอเชียอังกฤษ ใครเล่าจะไปคิดว่าเขาจะโหดร้ายและมีเบื้องหลังที่แสนจะน่ากลัวเพียงใด “หึ ทำมาหาทุกคืน ติดใจฉันรึไง?” คนอย่างเขาไม่มีคำว่ารักใคร มีแค่เพียงเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะแอช คุณก็น่าจะรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน” เมมายานั่งลงที่โซฟาข้างเขาแล้วกอดแขนกำยำนั้นไว้พร้อมกับซุกไซร้ใบหน้าเข้าหา ใบหน้าสวยคม ผิวขาวเนียนสมกับเป็นชาวเหนือ เธอสวยและสวยมากมีแต่คนตามจีบแต่กลับไม่สนใจใครเพราะเพ่งเล็งมาที่ชายเจ้าของผับคนนี้ เจอกันครั้งแรกเพราะเพื่อนชวนมาเที่ยวที่ผับแล้วก็พบกับเขา แน่นอนว่าเมมายาตกหลุมรักในทันทีตั้งแต่แรกเจอ “คิดไปเองทั้งนั้น” “ไปต่อกันนะคะ...” แอชตันยิ้มร้ายก่อนที่จะลุกขึ้นโดยมีเมมายาควงแขน ทั้งคู่พากันไปที่รถยุโรปคันหรูของเขา เขาผลักเธอเข้าไปที่เบาะหลังแล้วก็กระโดดขึ้นไปคร่อทพร้อมกับเอื้อมไปสตาร์ทรถแล้วหันกลับมาคร่อมร่างบางเอาไว้ “แอชคะ...เราจะทำที่นี่อย่างนั้นเหรอ?” เมมายาเป็นลูกสาวคนมีตังค์ แม้ว่าจะเคยผ่านผู้ชายมาแล้วแต่ก็ยังไม่เคยทำในสถานที่แห่งนี้ “ทำไม? หรือจะบอกว่าไม่ได้?” “ถ้าคุณต้องการ...ก็ย่อมได้ค่ะ” เรียวแขนสวยคล้องคอเขาเอาไว้ให้ก้มลงมาแล้วประกบปากจูบ... ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวและสิ่งสำคัญที่แอชตันไม่มีวันลืมก็คือเครื่องป้องกันสีใสที่ต้องสวมใส่ทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง... เขาจะไม่มีวันยอมเป็นพ่อ จะไม่เป็นพ่อของใครอย่างเด็ดขาดเพราะคนอย่างเขามันไม่เหมาะกับการมีครอบครัวมีลูกหรอก ที่สำคัญ! คนอย่างแอชตัน อชิรวิชญ์ รักใครไม่เป็น! ร่างเล็กในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำพร้อมกับรองเท้าแตะสีครีมเดินเข้ามาที่หน้าแอชตันผับ ‘บีน่า’ เธอแอบเรียกรถยนต์แบบเดลิเวอรี่ผ่านแอพให้มาส่งที่นี่เพราะว่ายังไม่ได้ซื้อรถ การเดินทางที่นี่ค่อนข้างลำบากถ้าหากไม่เรียกใช้งานเจ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ด แต่แน่นอนว่าจะมาเที่ยวผับเที่ยวกลางคืนอย่างนี้เธอบอกบอดี้การ์ดไม่ได้เด็ดขาดเพราะเรื่องต้องถึงหูพ่อของเธอแน่บีน่าคิดอย่างนั้น ร่างเล็กหันไปมองซ้ายและขวา...เกิดและโตที่นิวยอร์กแต่ก็ไม่เคยไปเที่ยวผับที่ไหนเลยจริงๆ เธอมาที่นี่คนเดียว...แน่นอนว่าหน้าตาที่สวยเด่นดูน่ารักย่อมเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มที่ตั้งใจจะมาล่าเสือสาวในยามค่ำคืน แอชตันหลังจากเสร็จกิจกับเมมายาบนรถของตัวเองเขาไล่เธอกลับยังไม่ใยดี เมมายาพยายามจะเดินตามแต่เขาก็ไล่เธอกลับแล้วบอกให้มาหาวันหลังเพราะวันนี้ติดงาน เมมายาที่โดนเขาเสพสมร่างกายจนพอใจเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้แล้วเดินทางขับรถของตัวเองกลับบ้านไปเพราะรู้ดีว่าหากตามตื๊อมากไปกว่านี้เขาจะต้องรำคาญเป็นแน่ ร่างแกร่งเดินกลับเข้ามาในผับของตัวเองเพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นสองแต่ก็เดินชนกับหญิงสาวคนหนึ่งที่งกๆเงิ่นๆเหมือนไม่เคยมา พลั่กกก “ว ว๊าย!” เธอตกใจเมื่อโดนชนจนล้มพับลงไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ชายคนนั้นไม่หันมามองด้วยซ้ำ “โทษที” แอชตันพูดออกไปเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...มาอยู่ถึงสองปีแน่นอนว่าเขาพูดไทยชัดปร๋อ มีแค่คำขอโทษแต่ไม่ได้มีการยื่นมือมาช่วยดึงตัวเธอที่ล้มตึงลงไปอย่างนั้นเลยสักนิด ร่างเล็กยู่หน้าไม่พอใจที่เจอคนไร้มารยาท เธอยันตัวลุกขึ้นตั้งใจจะเดินตามไปด่าแต่ก็พบว่ากระเป๋าตังค์สีดำของเขาหล่นลงมาเธอจึงรีบหยิบคว้ามัน เอาไว้แล้ววิ่งตามหลังเขาไป “ด เดี๋ยวสิคุณ!” เธอตะโกนออกไปเป็นภาษาไทย แน่นอนว่ามีแม่เป็นคนไทยท่านย่อมสอนให้บีน่าพูดภาษาไทยจนคล่องอยู่แล้ว แม้จะมาเมืองไทยแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิตแต่ก็สามารถพูดได้ราวกับว่าเป็นคนไทยแท้ 100% ได้ยินเสียงตะโกนเรียกแต่ก็ยักไหล่ไม่สนใจ เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงเห็นเขาแล้วจะต้องร่ำร้องเรียกหาราวกับชะนีร้องแร่อยู่ในสวนสัตว์ “คุณครับชั้นสองขึ้นไม่ได้นะครับ มีวีไอพีเมมเบอร์หรือเปล่า?” การ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าบันไดทั้งสองคนรีบกันบีน่าเอาไว้ไม่ให้เดินตามอชิรวิชญ์ขึ้นไปด้านบน “วีไอพีเมมเบอร์นั้นเหรอ? ไม่มีหรอกค่ะเพราะฉันมาที่นี่ครั้งแรก” “งั้นก็ขึ้นไม่ได้ครับ” “ต แต่ว่า...ฉันตามเขาคนนั้นมา” เธอชี้ตามหลังแอชตันที่เดินขึ้นไปพร้อมกับล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำของตัวเองผิวปากอย่างสบายใจไม่ได้รู้เลยว่าข้างล่างกำลังวุ่นวาย เธอไม่สามารถเดินตามเขาได้ทันเพราะคนไร้มารยาทคนนั้นขาช่างยาวเหลือเกิน “นั่นคุณแอชตัน คุณรู้จักเหรอ?” การ์ดคนหนึ่งถาม แต่การ์ดอีกคนซึ่งยืนอยู่อีกด้านก็ใช้ศอกกระแทกสีข้างเพื่อน “เฮ้ยมึง แต่นั่นมันก็กระเป๋าเงินคุณแอชจริงๆว่ะ” กระเป๋าเงินที่สลักอักษรเอสบี ทุกคนรู้ดีว่านี่คือสัญลักษณ์ของแอชตัน มันเป็นตัวอักษรนามสกุลของเขา “นั่นดิวะ...งั้น เอาไงดีวะมึง?” “งั้นเชิญได้เลยครับ....คงเป็นผู้หญิงของนายแหละมึง” ประโยคแรกบอกกับบีน่า ประโยคสองพูดกับเพื่อนตัวเอง สุดท้ายแล้วเธอก็เดินขึ้นมาบนชั้นสองได้ มองหาเขารอบๆและในที่สุดก็เจอเพราะที่นั่งที่แอชตันนั่งอยู่โดดเด่นที่สุด โซฟาตัวหนาสีแดง...โต๊ะกระจกขนาดใหญ่สีดำ ร่างเล็กในชุดที่แสนจะเรียบร้อยไม่เหมือนคนมาเที่ยวผับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับวางกระเป๋าเงินลงตรงหน้าเขา “นี่กระเป๋าเงินของคุณค่ะ พอดีว่ามันตกอยู่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD