Chapter 1
แอชตันผับ
ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง
ติ๊ดดด
เปิดประตูเพนท์เฮาส์เข้ามาได้ภาพแรกที่หญิงสาวผมยาวสลวยสีน้ำตาลประกายแดงมีหน้าม้าบางเบาเห็นก็คือภาพของแฟนหนุ่มที่กำลังมั่วกามอยู่กับหญิงสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธออยู่บนเตียง
“Ahh เอเดน~”
“เอเดน! เจสซี่!”
‘บีน่า’ หญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบในวัย 22 ปีไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสนิทของเธอจะมีความสัมพันธ์ลับหลังแอบซ่อนอยู่กับแฟนหนุ่มของเธอ
“บีน่า!!” ร่างแกร่งเปลือยเปล่าไม่มีอะไรติดตัวรีบลุกขึ้นผลักเจสซี่ออกจากตัวพยายามจะจับแขนบีน่าและอธิบายแต่หญิงสาวหน้าสวยก็ผละตัวออก
“หุบปาก เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก!”
การโดนนอกใจในครั้งนี้มันเจ็บมากจึงเป็นเหตุผลให้เธอมายืนอยู่ที่ตรงนี้
จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย
ใบหน้าเล็กสวยเงยมองบ้านสวนหลังเก่าที่ทรุดโทรมลงไปมาก คุณตาและคุณยายของเธอเสียชีวิตลงแล้วจึงไม่มีใครอยู่ดูแลบ้านหลังนี้ มีเพียงคนที่คุณแม่จ้างให้มาดูแลบ้างเป็นบางครั้งคราว
เธออาศัยและเรียนอยู่ที่เมืองนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาในคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยมีพ่อเป็นมาเฟียทำธุรกิจทั้งบนดินใต้ดิน แต่บีน่าเองก็ไม่ได้ไปยุ่งหรือช่วยพ่อบริหารงานในส่วนนั้นและท่านเองก็ไม่ได้ลากให้เธอเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย เมื่อเรียนจบหญิงสาวก็ตั้งใจจะทำงานด้านการเป็นดีไซเนอร์และแบรนด์เสื้อผ้าแต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์สะเทือนจิตใจซึ่งก็คือแฟนหนุ่มของเธอนอกใจ!
นี่เป็นเหตุผลทำให้บีน่าขอพ่อและแม่มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองเล็กๆในประเทศไทยแห่งนี้โดยที่พวกท่านไม่รู้เหตุผลเลยว่าเพราะอะไรเธอจึงขออย่างนั้น
“อากาศที่นี่...อบอุ่นดีจังเลยนะ”
บีน่าหญิงสาวลูกครึ่งไทยอเมริกันมองไปรอบๆบ้านสวนที่แม้จะโทรมไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังมีคนดูแลอยู่บ้าง
“คุณบีน่าครับ...ผมว่าให้ท่านซื้อบ้านในเมืองก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องมาอยู่บ้านเก่าๆหลังนี้เลย”
บอดี้การ์ดหนุ่มชื่อว่าเจสัน เอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพบ้านแสนโทรมหลังนี้ มีบอดี้การ์ดทั้งหมดเจ็ดคนตามบีน่ามาที่นี่ด้วย ซึ่งเธอขัดพ่อของตัวเองไม่ได้
“ฉันจะอยู่ที่นี่แหละเจสัน อย่าพูดอะไรให้มันมากนักเลย ส่วนพวกนายก็ไปอยู่ที่อื่นไป ฉันจะอยู่ที่นี่คนเดียว”
“คุณบีน่าครับ พวกผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกท่านสั่งเอาไว้ให้ตามดูแลอย่างใกล้ชิด”
“เสียใจจ้ะเพราะฉันจะอยู่ที่นี่คนเดียว เอาเป็นว่าพวกนายไปเช่าบ้านที่ไม่ไกลจากตรงนี้ก็แล้วกัน”
บีน่าบอกปัดพร้อมลากกระเป๋าเข้าไปในบ้านคนเดียว
“แต่..” บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งหกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กพยายามจะขัดคุณหนูแห่งตระกูลเบอริอันต์และแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล
“Shut up!”
เมื่อโดนสั่งให้หุบปากเข้าแบบนั้นบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดก็ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ก็ไม่อาจขัดใจได้ จะทำได้อย่างไรล่ะก็เธอเป็นลูกสาวเจ้านายนี่นา ดื้อขนาดนี้บอกเลยว่าถ้าเป็นศัตรูคงจะจับหักคอจิ้มซอสมะเขือเทศแล้ว
เธอลากกระเป๋าขึ้นมาจนถึงชั้นสองแล้วจัดเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าตู้ที่แม้จะเก่ามากแต่ก็ถูกทำความสะอาดอย่างดีเพราะยังคงจ้างแม่บ้านให้มาดูแลที่นี่รายอาทิตย์อยู่
แม้จะอยู่ในตัวเมืองแต่บ้านก็ค่อนข้างอยู่ไกลจากผู้คน
“เฮ้อ เงียบดีจังเลยนะ ไม่รู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างหรือเปล่าแถวนี้”
เธอได้แต่คิดก่อนจะหยิบมือถือเสิร์ชหาโลเคชั่นแถวนี้ว่ามีที่ไหนพอจะไปเที่ยวเล่นได้บ้าง
“แอชตันผับงั้นเหรอ? หึ น่าสนใจนี่”
ปกติบีน่าไม่เที่ยวผับและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เธอใช้ชีวิตกับการเรียนมหาลัยและอยู่กับเพื่อนรักอย่างเจสซี่ซึ่งเรียนด้านแฟชั่นดีไซเนอร์มาด้วยกัน
แต่แล้วเพื่อนสนิทที่เธอรักที่สุดตอนนี้ก็เป็นอันต้องเลิกคบกันไปเพราะแทงข้างหลังเธอด้วยการแอบหลับนอนกับแฟนหนุ่ม เลวจริงๆ...บีน่าได้แต่ด่าอยู่ในใจ
ณ แอชตันผับ
แอชตันผับถูกเปิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายโดยเป็นผับที่มีขนาดใหญ่ มีทั้งหมดสองชั้น ชั้นแรกเป็นโซนลูกค้าทั่วไปและชั้นที่สองเป็นโซนลูกค้าวีไอพี
“นายครับ นี่คือผลประกอบการของเราที่นายให้นำมามาให้ครับ”
ลูกน้องอย่างสิงหา นำเอกสารมาให้กับแอชตัน อชิรวิชญ์ สเบอร์ตัน เขาเป็นเจ้าของผับแห่งนี้ซึ่งเปิดมาได้ประมาณสองปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่เมืองเชียงราย
“ขอบใจ..”
เขารับเอกสารมาพร้อมกับยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบพร้อมกับมองไปด้านล่างผับชั้นหนึ่ง...ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นพวกขาประจำและมีชาวต่างชาติที่แวะเวียนมาบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
แอชตันทำธุรกิจนี้ด้วยความรู้สึกสนุกไม่ได้คิดจะหากำไรอะไรจากมัน แต่แน่นอนว่ากำไรจากธุรกิจนี้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ไม่เท่ากับธุรกิจหลักที่เขาทำอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรอก
ดีลมาเฟีย อาวุธ ยา จะมีอะไรไปมากกว่านี้ล่ะจริงไหม?
ยังไม่รวมคาสิโน บ่อนพนัน ธุรกิจที่สืบทอดมาจากตระกูลเก่าแก่อีก
ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มร้ายเมื่อเปิดเอกสาร เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้อีกนานแค่ไหน ก็คงจะอยู่ตราบเท่าที่จะเบื่อ...
“คืนนี้ให้จัดผู้หญิงมาให้ไหมครับนาย”
“ไม่ต้อง มึงก็รู้นี่ว่าเดี๋ยวผู้หญิงพวกนั้นก็เข้ามาหากูเอง”
“ครับนาย”
สิงโตโค้งคำนับให้นิดนึงก่อนที่จะเดินจากออกไปตรงโซนนี้ บริเวณแห่งนี้เป็นโซนชั้นลอยที่มีโต๊ะจัดให้นั่ง ส่วนของแอชตันจะเป็นโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดและที่นั่งก็เป็นแบบ โซฟาวีไอพีสีแดง นั่งอยู่ตรงนี้แน่นอนว่าเห็นไปทั่วว่ามีแขกไปใครมาบ้างซึ่งเขาชอบมานั่งตรงนี้
“แอชคะ คืนนี้ไปต่อกับเมนะคะ”
เมมายาลูกสาวนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดมาที่ผับแห่งนี้ทุกคืนเพื่อที่จะนอนกับเขา.......
ใบหน้าหล่อร้ายของหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษเหยียดยิ้ม... ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกพร้อมกับกางเกงสแล็กสีดำ...ใบหน้า ดูน่ารักละมุนละไมสไตล์หนุ่มลูกครึ่งเอเชียอังกฤษ ใครเล่าจะไปคิดว่าเขาจะโหดร้ายและมีเบื้องหลังที่แสนจะน่ากลัวเพียงใด
“หึ ทำมาหาทุกคืน ติดใจฉันรึไง?”
คนอย่างเขาไม่มีคำว่ารักใคร มีแค่เพียงเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะแอช คุณก็น่าจะรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
เมมายานั่งลงที่โซฟาข้างเขาแล้วกอดแขนกำยำนั้นไว้พร้อมกับซุกไซร้ใบหน้าเข้าหา ใบหน้าสวยคม ผิวขาวเนียนสมกับเป็นชาวเหนือ เธอสวยและสวยมากมีแต่คนตามจีบแต่กลับไม่สนใจใครเพราะเพ่งเล็งมาที่ชายเจ้าของผับคนนี้ เจอกันครั้งแรกเพราะเพื่อนชวนมาเที่ยวที่ผับแล้วก็พบกับเขา แน่นอนว่าเมมายาตกหลุมรักในทันทีตั้งแต่แรกเจอ
“คิดไปเองทั้งนั้น”
“ไปต่อกันนะคะ...”
แอชตันยิ้มร้ายก่อนที่จะลุกขึ้นโดยมีเมมายาควงแขน ทั้งคู่พากันไปที่รถยุโรปคันหรูของเขา เขาผลักเธอเข้าไปที่เบาะหลังแล้วก็กระโดดขึ้นไปคร่อทพร้อมกับเอื้อมไปสตาร์ทรถแล้วหันกลับมาคร่อมร่างบางเอาไว้
“แอชคะ...เราจะทำที่นี่อย่างนั้นเหรอ?”
เมมายาเป็นลูกสาวคนมีตังค์ แม้ว่าจะเคยผ่านผู้ชายมาแล้วแต่ก็ยังไม่เคยทำในสถานที่แห่งนี้
“ทำไม? หรือจะบอกว่าไม่ได้?”
“ถ้าคุณต้องการ...ก็ย่อมได้ค่ะ”
เรียวแขนสวยคล้องคอเขาเอาไว้ให้ก้มลงมาแล้วประกบปากจูบ...
ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวและสิ่งสำคัญที่แอชตันไม่มีวันลืมก็คือเครื่องป้องกันสีใสที่ต้องสวมใส่ทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง... เขาจะไม่มีวันยอมเป็นพ่อ จะไม่เป็นพ่อของใครอย่างเด็ดขาดเพราะคนอย่างเขามันไม่เหมาะกับการมีครอบครัวมีลูกหรอก
ที่สำคัญ! คนอย่างแอชตัน อชิรวิชญ์ รักใครไม่เป็น!
ร่างเล็กในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำพร้อมกับรองเท้าแตะสีครีมเดินเข้ามาที่หน้าแอชตันผับ
‘บีน่า’ เธอแอบเรียกรถยนต์แบบเดลิเวอรี่ผ่านแอพให้มาส่งที่นี่เพราะว่ายังไม่ได้ซื้อรถ การเดินทางที่นี่ค่อนข้างลำบากถ้าหากไม่เรียกใช้งานเจ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ด แต่แน่นอนว่าจะมาเที่ยวผับเที่ยวกลางคืนอย่างนี้เธอบอกบอดี้การ์ดไม่ได้เด็ดขาดเพราะเรื่องต้องถึงหูพ่อของเธอแน่บีน่าคิดอย่างนั้น
ร่างเล็กหันไปมองซ้ายและขวา...เกิดและโตที่นิวยอร์กแต่ก็ไม่เคยไปเที่ยวผับที่ไหนเลยจริงๆ
เธอมาที่นี่คนเดียว...แน่นอนว่าหน้าตาที่สวยเด่นดูน่ารักย่อมเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มที่ตั้งใจจะมาล่าเสือสาวในยามค่ำคืน
แอชตันหลังจากเสร็จกิจกับเมมายาบนรถของตัวเองเขาไล่เธอกลับยังไม่ใยดี เมมายาพยายามจะเดินตามแต่เขาก็ไล่เธอกลับแล้วบอกให้มาหาวันหลังเพราะวันนี้ติดงาน เมมายาที่โดนเขาเสพสมร่างกายจนพอใจเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้แล้วเดินทางขับรถของตัวเองกลับบ้านไปเพราะรู้ดีว่าหากตามตื๊อมากไปกว่านี้เขาจะต้องรำคาญเป็นแน่
ร่างแกร่งเดินกลับเข้ามาในผับของตัวเองเพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นสองแต่ก็เดินชนกับหญิงสาวคนหนึ่งที่งกๆเงิ่นๆเหมือนไม่เคยมา
พลั่กกก
“ว ว๊าย!”
เธอตกใจเมื่อโดนชนจนล้มพับลงไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ชายคนนั้นไม่หันมามองด้วยซ้ำ
“โทษที”
แอชตันพูดออกไปเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...มาอยู่ถึงสองปีแน่นอนว่าเขาพูดไทยชัดปร๋อ
มีแค่คำขอโทษแต่ไม่ได้มีการยื่นมือมาช่วยดึงตัวเธอที่ล้มตึงลงไปอย่างนั้นเลยสักนิด ร่างเล็กยู่หน้าไม่พอใจที่เจอคนไร้มารยาท
เธอยันตัวลุกขึ้นตั้งใจจะเดินตามไปด่าแต่ก็พบว่ากระเป๋าตังค์สีดำของเขาหล่นลงมาเธอจึงรีบหยิบคว้ามัน เอาไว้แล้ววิ่งตามหลังเขาไป
“ด เดี๋ยวสิคุณ!” เธอตะโกนออกไปเป็นภาษาไทย แน่นอนว่ามีแม่เป็นคนไทยท่านย่อมสอนให้บีน่าพูดภาษาไทยจนคล่องอยู่แล้ว แม้จะมาเมืองไทยแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิตแต่ก็สามารถพูดได้ราวกับว่าเป็นคนไทยแท้ 100%
ได้ยินเสียงตะโกนเรียกแต่ก็ยักไหล่ไม่สนใจ เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงเห็นเขาแล้วจะต้องร่ำร้องเรียกหาราวกับชะนีร้องแร่อยู่ในสวนสัตว์
“คุณครับชั้นสองขึ้นไม่ได้นะครับ มีวีไอพีเมมเบอร์หรือเปล่า?”
การ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าบันไดทั้งสองคนรีบกันบีน่าเอาไว้ไม่ให้เดินตามอชิรวิชญ์ขึ้นไปด้านบน
“วีไอพีเมมเบอร์นั้นเหรอ? ไม่มีหรอกค่ะเพราะฉันมาที่นี่ครั้งแรก”
“งั้นก็ขึ้นไม่ได้ครับ”
“ต แต่ว่า...ฉันตามเขาคนนั้นมา”
เธอชี้ตามหลังแอชตันที่เดินขึ้นไปพร้อมกับล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำของตัวเองผิวปากอย่างสบายใจไม่ได้รู้เลยว่าข้างล่างกำลังวุ่นวาย เธอไม่สามารถเดินตามเขาได้ทันเพราะคนไร้มารยาทคนนั้นขาช่างยาวเหลือเกิน
“นั่นคุณแอชตัน คุณรู้จักเหรอ?”
การ์ดคนหนึ่งถาม แต่การ์ดอีกคนซึ่งยืนอยู่อีกด้านก็ใช้ศอกกระแทกสีข้างเพื่อน
“เฮ้ยมึง แต่นั่นมันก็กระเป๋าเงินคุณแอชจริงๆว่ะ”
กระเป๋าเงินที่สลักอักษรเอสบี ทุกคนรู้ดีว่านี่คือสัญลักษณ์ของแอชตัน มันเป็นตัวอักษรนามสกุลของเขา
“นั่นดิวะ...งั้น เอาไงดีวะมึง?”
“งั้นเชิญได้เลยครับ....คงเป็นผู้หญิงของนายแหละมึง”
ประโยคแรกบอกกับบีน่า ประโยคสองพูดกับเพื่อนตัวเอง
สุดท้ายแล้วเธอก็เดินขึ้นมาบนชั้นสองได้ มองหาเขารอบๆและในที่สุดก็เจอเพราะที่นั่งที่แอชตันนั่งอยู่โดดเด่นที่สุด
โซฟาตัวหนาสีแดง...โต๊ะกระจกขนาดใหญ่สีดำ ร่างเล็กในชุดที่แสนจะเรียบร้อยไม่เหมือนคนมาเที่ยวผับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับวางกระเป๋าเงินลงตรงหน้าเขา
“นี่กระเป๋าเงินของคุณค่ะ พอดีว่ามันตกอยู่”