วันเวลาในบ้านไร่ของป้าสายผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อนซ่อนเร้นสำหรับเมษา ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผ้าม่านบางเบา เธอจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดระคนสุขสมที่ยังคงตราตรึงอยู่ในร่างกายจากการที่เธอและลุงชัชแอบลักลอบพบกันในยามค่ำคืนที่ผ่านมา
เมษาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดในยามกลางวัน เธอช่วยป้าสายทำงานบ้าน ออกไปเก็บผักในสวนหลังบ้าน หรือบางครั้งก็เดินไปช่วยลุงชัชดูแลสวนมะม่วง ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าป้าสาย แต่ทุกครั้งที่สายตาของเธอสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของลุงชัช ประกายไฟแห่งความปรารถนาก็จะแล่นผ่านถึงกันอย่างเงียบงัน มันเป็นเหมือนภาษากายที่ทั้งสองเข้าใจกันเป็นอย่างดี โดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมา
ในแต่ละวัน บทสนทนาระหว่างเมษาและลุงชัชจะถูกจำกัดอยู่เพียงเรื่องทั่วไปของงานในไร่ หรือเรื่องราวของธรรมชาติรอบตัว แต่ในทุกถ้อยคำ ทุกสายตาที่สบกัน ทุกสัมผัสที่บังเอิญแตะต้องกันโดยไม่ตั้งใจ ล้วนแฝงไปด้วยแรงดึงดูดทางกายที่รุนแรง
เมษาไม่ได้รู้สึกผูกพันทางใจลึกซึ้ง แต่เป็นความตื่นเต้นและความปรารถนาที่กำลังกัดกินเธออย่างช้าๆ มันคือความต้องการที่จะได้ปลดปล่อยและรับเอาความเร่าร้อนจากเขาเท่านั้น
ค่ำคืนคือเวลาที่ความลุขของพวกเขาเบ่งบาน พลบค่ำเมื่อป้าสายเข้านอนแล้ว เมษาจะแอบย่องออกจากห้องอย่างเงียบกริบ เธอจะตรงไปยังต้นมะม่วงใหญ่หลังบ้าน ที่ซึ่งชัชจะรอเธออยู่เสมอ
ภายใต้ความมืดมิดและแสงจันทร์สลัวๆ พวกเขาจะกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม ปลดปล่อยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาตลอดวันออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด เสียงลมพัดใบมะม่วงไหวระริกคลอเคล้ากับเสียงครางกระเส่าของคนทั้งคู่ ราวกับธรรมชาติรอบตัวกำลังเป็นพยานรักให้กับความสัมพันธ์ทางกายนี้
แต่แล้ว ความสงบสุขที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเปราะบางก็เริ่มสั่นคลอน
วันหนึ่ง ขณะที่เมษากำลังช่วยป้าสายคัดแยกมะม่วงอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ป้าสายก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
“หนูเมษ์… เอกเป็นอย่างไรบ้างลูก ทางนั้นสบายดีไหม” คำถามของป้าสายทำให้เมษาสะดุ้งเฮือก มือของเธอชะงักไปชั่วขณะ เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่
เธอเงยหน้าขึ้นมองป้าสาย ใบหน้าของป้าสายยังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตาของท่านนั้นมองลึกเข้ามาในดวงใจของเธอ ราวกับอ่านความคิดของเธอออกทั้งหมด
“สบายดีค่ะป้า” เมษาตอบเสียงสั่น
“เขา… เขาก็ทำงานของเขาตามปกติค่ะ” ป้าสายพยักหน้าช้าๆ
“ป้าก็เป็นห่วงเอกเหมือนกันนะลูก ป้าเห็นหนูมาอยู่ที่นี่นานแล้ว”
“คือ… คือเมษ์อยากช่วยงานป้าให้เต็มที่น่ะค่ะ” เมษาพยายามหาข้ออ้าง
“แล้วก็… คิดถึงป้าด้วยค่ะ” ป้าสายยิ้มบางๆ
“ป้ารู้ว่าหนูเป็นเด็กดีลูก… แต่บางเรื่องมันก็ต้องคิดให้ดีๆ นะ” คำพูดของป้าสายทำให้เมษารู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เธอรู้ว่าป้าสายกำลังเตือนเธออยู่ ท่านรู้เห็นทุกอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกมาตรงๆ ท่านเพียงแค่พยายามจะชี้ทางให้เธอได้คิด
หลังจากนั้นไม่นาน วรินท์ก็เริ่มโทรศัพท์มาหาเมษาบ่อยขึ้น น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความคิดถึงและความเป็นห่วง เขามักจะถามว่าเมษาจะกลับบ้านเมื่อไหร่ และบ่นว่าเขาเหงาที่อยู่บ้านคนเดียว
เมษารู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเขา มันเป็นความผิดที่กัดกินใจเธออย่างรุนแรง เธอพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะเขาคือสามีของเธอ
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมษาเหลือบมองหน้าจอ เป็นชื่อของพี่เอก เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามทำใจให้สงบ ก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะพี่เอก” เมษาพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ที่รัก! คุณสบายดีไหม อยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” เสียงของพี่เอกดังลอดออกมาจากปลายสาย ฟังดูอบอุ่นและคิดถึง
“สบายดีค่ะพี่เอก ที่นี่ก็เรื่อยๆ ค่ะ” เมษาตอบ พลางเหลือบมองไปทางประตูห้องราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
“พี่คิดถึงเมษ์จะแย่แล้วรู้ไหมเนี่ย บ้านเราเงียบเหงาไปหมดเลยไม่มีเมษ์อยู่” เสียงวรินทร์เจือไปด้วยความตัดพ้อ เมษารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
“เมษ์ก็… ก็คิดถึงพี่เอกค่ะ” คำพูดนั้นออกไปได้ยากเย็นแสนเข็ญ
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ นี่ก็หลายวันแล้วนะ พี่เหงาจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว” เมษาบ่ายเบี่ยง
“คือ… เมษ์ยังอยากช่วยป้าสายไปก่อนน่ะค่ะ ป้าสายดูจะงานเยอะ”
“โธ่… ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เมษ์มาพักผ่อนไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ พี่เอก เมษ์อยากอยู่ช่วยป้าสายจริงๆ ค่ะ” เมษาพยายามเน้นย้ำคำพูดของเธอให้ดูน่าเชื่อถือ
“ก็ได้ๆ ถ้าเมษ์ว่าอย่างนั้นนะ แต่พี่คิดถึงเมษ์มากจริงๆ อยากเจอหน้าเมษ์จะแย่แล้ว” วรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง เมษารู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เธอพยายามจบการสนทนาให้เร็วที่สุด
“ค่ะพี่เอก เดี๋ยวเมษ์โทรหาใหม่นะคะ พอดีป้าสายเรียกแล้วค่ะ”
“โอเคจ้ะ รักนะ”
“ค่ะ” เมษาตอบสั้นๆ แล้วรีบกดวางสายทันที
เธอรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา เธอรู้สึกผิดต่อพี่เอกเหลือเกิน ความรู้สึกผิดนั้นไม่ใช่เพราะเธอมีใจให้ชายอื่น แต่เป็นเพราะเธอหลอกลวงสามีและมีความสัมพันธ์ทางกายกับชายอื่นต่างหาก เธอไม่สามารถหักห้ามใจจากแรงดึงดูดทางเพศจากลุงชัชได้เลย
วันหนึ่ง วรินท์โทรศัพท์มาและบอกว่าเขาจะมาหาเมษาที่บ้านไร่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คำพูดของเขาทำให้เมษาถึงกับมือเย็นเฉียบ เธอแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความตกใจและหวาดหวั่น
“พี่เอกจะมาที่นี่เหรอคะ” เมษาถามเสียงตะกุกตะกัก
“ก็พี่คิดถึงเมษ์นี่นา เมษ์อยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้วนะ” วริทน์ตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“แต่… แต่ว่า… ที่นี่มันลำบากนะคะ พี่จะสะดวกรึเปล่าก้ไม่รู้ จะลำบากป้าสายรึเปล่า” เมษาพยายามหาข้ออ้างอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอก พี่โทรไปคุยกับป้าสายแล้ว ป้าสายบอกว่ายินดีต้อนรับ” วรินท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมษาเงียบไป เธอไม่รู้จะตอบเขาได้อย่างไร เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอวางโทรศัพท์ลงด้วยความรู้สึกสับสน เธอเดินไปที่สวนมะม่วง มองเห็นลุงชัชกำลังยืนรดน้ำต้นไม้ใกล้ๆ หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาทันที ความเจ็บปวดนั้นมันคือความกังวลว่าความสัมพันธ์ทางกายที่เธอโหยหาจะถูกปิดกั้น หรือดีไม่ดีอาจจะถูกเปิดเผย เธอจะทำอย่างไรดีเมื่อวรินท์มาที่นี่ เธอจะปกปิดความลับนี้ได้อย่างไร เธอจะมองหน้าลุงชัชได้อย่างไรเมื่อวรินท์อยู่ตรงหน้า