CHAPTER 05

1419 Words
CHAPTER 05 “...” ฉันทำในทางตรงกันข้ามนั่นก็คือการเงียบ ไม่ต้องบอกพี่ตามก็รู้ว่าคนเดียวที่ฉันยอมเป็นต้องตาเท่านั้น เพียงแค่เอ่ยขึ้นถึงชื่อลูกแต่ถ้าคิดว่าฉันจะยอมเขาด้วยวิธีเดียวกันลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะชนะได้เหรอไม่มีวัน “หึ...” รอยยิ้มเหยาะผุดออกมาแสดงให้ฉันเห็นราวกับสมน้ำหน้าก่อนต่อด้วยประโยคหนึ่ง “แต่ก่อนหน้าเธอเสียงดังมันก็แสดงว่าไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว” ใช่ฉันเสียงดังใส่พี่ตาม ฉันอารมณ์ร้อนไม่เห็นหัวพี่เขา ฉันควบคุมอารมณ์ไม่อยู่กับเรื่องนั้น “...” “ได้ยินมั้ยตูน” เออ ฉันมันไม่ได้เรื่อง... แย่ เลวในสายตาของคนอื่นอยู่ดี ใช่สิฉันไม่เคยถูกใครมองว่าเป็นแม่ที่ดีอยู่แล้วไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันความคิดนี้ยังคงฝังอยู่ในสมองของตัวเองเสมอมา ไม่ต้องมาเสือกย้ำกันนักหรอก ร้อยล้านคำด่าพันประโยคต่อว่าเด่นดังไปทั่วหมู่บ้านทั่วตำบลและแวดวงสังคมมีหรือที่วันๆ ฉันจะไม่ได้ยินประโยคกระแทกแดกดันจากผู้คนรอบข้างแม้แต่ครอบครัวของผู้เป็นพ่อ ยิ่งได้ยินก็ยิ่งเกลียดชัง แรด ร่านพ่อแม่ส่งเรียนลูกกับเอาผัว เห็นผู้ชายดีกว่าครอบครัว อย่าใช้นามสกุลนี้เลยน่าอับอาย ให้มันไปซะเถอะอยู่ทำไมให้เป็นเสนียด! ผู้หญิงดีๆ เหอะเป็นไงล่ะท้องคามหาลัย ยังว่าดีอยู่มั้ยล่ะ เดินไปทางไหนก็มีแต่เรื่องฉาวของยัยตูน ทุกวันนี้ฉันแทบเอาปิ๊บคุมหัวเดินอยู่แล้ว เนี่ยเหรอที่เรียกแต่งตั้งตัวเองว่าเป็นผู้ดีสูงส่งกว่าคนอื่นๆ เป็นหลายร้อยพันเท่าวันๆ เดินกรีดกายไปทางไหนมีแต่คนชื่นชมยินดีแต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้มันแตกต่างกับที่คนจำพวกนี้แสดงออกมาอย่างสิ้นเชิง ผู้ดีที่อยู่ในคราบความต่ำตม นอกจากแม่บอกเลยว่าฉันจะไม่นับญาติกับใครในฝั่งพ่อเด็ดขาด “...” “ถ้าได้ยินจะร้องจะกรี๊ดจะด่าจะว่าพี่ก็เอาตามสบาย” “อย่าท้า” ฉันไม่เงียบอีกแล้วนะ เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากไรฟันที่ตัวเองกัดเอาไว้เนื่องจากยังโกรธอยู่ คนอย่างฉันไม่กรีดไม่ร้องก็ได้แต่ฝ่ามือที่เหลือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาอยู่ระดับอกอีกทั้งยังกอบกำหน่วงย่นคอเสื้อลงมาของพี่ตามก่อนจัดการจิกเล็บยาวของตัวเองลงไปทักทายผิวเนื้อขาวๆ จะเอาให้ลึกๆ เรียกเอาความเจ็บปวดออกมา “มีแรงแค่นี้เหรอ?” พอได้ฟังฉันก็จัดการบรรจงทั้งสิบนิ้วจิกลงอีก หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ไปเรื่อยๆ ... อย่างไม่หยุดยั้งมือด้วยความโกรธแล้วมันยังน้อยไปเสียอีก ไม่เจ็บก็บ้าแล้วแหละ ผิวหนังขาวๆ ของพี่ตามเกิดรอยแดงเถือก ตรงที่เกิดจากรอยเล็กก็ลึกบุ๋มเข้าไปในเวลาต่อมาจะมีเลือดซึมเกิดขึ้นหลากหลายแผลนับไม่ถ้วน “ไอ้คนเฮงซวย ไอ้ผัวปากหมา ไอ้...” ตุบ ตุบ ตุบ จากจิกคราวนี้กลายเป็นทุบอกแกร่งนั้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายน้ำตาของฉันที่เหมือนหยุดยั้งไปก็ไหลออกมาจนได้ ไหลราวกับเขื่อนแตกเพราะความอ่อนแอบวกกับความน้อยใจ “...” “ทำไมถึงต้องว่าขนาดนี้” “รีบอ่อนแอแล้วกลับมาเป็นคนเข้มแข็งซะตูน” แบบไหนที่เรียกว่าเข้มแข็ง ฝ่ามือของพี่ตูนเข้ามารวบข้อมือของฉันทั้งสองข้างไว้ในระดับอก นัยน์ตาสีนิลจับจ้องมองลึกเข้ามานัยน์ตาของฉัน ไม่ใช่ความเหยียดหยามหรือแม้แต่ความสะใจก็ไม่มี “...” “ถ้าอยากทุบอีก อยากจิกอีกก็เชิญ” “...” พี่ตามบอกฉันไปเรื่อยๆ “จะตีจะตบทั่วตัวพี่ก็ไม่ว่าเลยถ้าเธอยอมรับความจริง” “พี่ตามยอมเหรอ” เขายอมให้ฉันทำได้จริงขนาดนั้นเลยเหรอหรือแค่พูดเล่น “ก็ทำมาขนาดนี้แล้วนิ” มือใหญ่ขาวปล่อยมือฉันข้างหนึ่งจากนั้นก็กระชากคอเสื้อตัวเองลงเผยให้เห็นบาดแผลจากความคมของเล็บฉันกรีดยาวบ้าง จิกลึกบ้าง “เป็นที่ระบายอารมณ์ของเธออีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก” “ดีอยู่นิ่งๆ ไปเลย” ปึก! ปึก! ปึก! จะเอาให้น่วม จะเอาให้เลิกปากดี ฉันเบี่ยงข้อมือตัวเองออกจากการจับกุมของพี่ตามจากนั้นก็จัดการทุบลงไปตรงอกเขาอีกกี่ครั้งไม่รู้เรียกได้ว่านับไม่ถ้วน รู้เพียงแค่ว่าอยากระบายทุกสิ่งอย่างในตัวเองออกไปบ้างก่อนที่จะเข้าขั้นบ้า จนกระทั่ง... “เฮ้ย! ไอ้ตามอยู่มั้ยวะ ของแต่งรถ...” เสียงนั้นหยุดหายไปก่อนเฮียติเดินเข้ามาในบ้านเห็นการกระทำของฉันทุกอย่างที่ทำกับพี่ตามเพื่อนของเขา การถอนหายใจของเฮียติก็ดังขึ้นราวกับว่าเรื่องที่กำลังเห็นนั้นน่าเบื่อหน่ายมาก สายตาเฮียติมองไปตรงพี่ตามที่ละมือออกจากคอเสื้อตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแต่เชื่อเถอะว่ามันไม่ไวเท่าสายตาของเฮียติหรอก ไม่นานสายตาคู่นั้นก็เคลื่อนมาหยุดตรงฉันที่ลดสองมือลงแนบลำตัว “ไอ้เฮีย... มึงเอาวางไว้ตรงนั้น” ส่วนนี้เป็นเสียงพี่ตาม “ตีกันทุกวันไอ้ผัวเมียคู่นี้ ถามจริงไม่เบื่อเหรอ?” เฮียติพูดก่อนวางกล่องอุปกรณ์แต่งรถลงและยืนท้าวเอวส่งใบหน้าเรียบๆ มองฉันและพี่ตามอีกครั้งหนึ่ง ความจริงแล้วเฮียติอายุเท่ากับพี่ตามซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่ตามถึงเรียกเฮียติ ไอ้เฮียติซึ่งบ้างครั้งก็มีคำว่ามึงโผล่มาด้วย “ถามน้องมึงดูสิ” นั่นไงมีคำว่ามึงมาพูดยังไม่ทันหุบปาก “นี่ผัวแกนะไม่ใช่กระสอบทรายให้ซ้อมนะไอ้ตูน” รู้ว่าผัว... “ใครกันล่ะคะที่สร้างปัญหาก่อน” คราวนี้เป็นฉันพูดขึ้นพร้อมเหลือบมองไปยังรูปถ่ายที่กองบนโต๊ะเมื่อเห็นเฮียติก้มหยิบขึ้นมาดูก็พอใจขึ้นมาก ไม่รู้แหละครั้งนี้ไม่ยอมแน่ฉันจะไม่เงียบจะเถียงๆ จนถึงจุดที่ชนะ “แล้วยังไงทำไมไม่จบปัญหา ดีนักเหรอใช้กำลังแบบนี้” อ้าว? หลักฐานก็คาตาทำไมไม่เข้าข้างน้องบ้างล่ะ ตูนเป็นญาติเฮียตินะ “ถามเพื่อนเฮียสิคะ” ฉันพูดโดยไม่มองหน้าเฮียติแต่ยืนกอดอกมองพี่ตามด้วยสายตาฟาดฟันเต็มเปี่ยมและก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อพี่ตามกับทำท่าทางเฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว อยากข่วนอีกสักหลายๆ แผลเสียจริง “ก็เรื่องผู้หญิงคนนั้นที่เฮียติเห็นเมื่อคืน” พี่ตามพูดและเดินไปนั่งข้างเฮียติ “ที่ชื่อบุ๋ม?” ชื่อผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบทสนทนาอีกครั้งโดยที่มือใหญ่ของเฮียติเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่ตามลงเหมือนกำลังสำรวจรอยบนตัว แบบนี้ก็ได้เหรอ? “เออ” เขาเพื่อนกันนิทำไมไม่รู้ เพื่อนกันมีเหรอจะไม่เข้าข้างกัน เพื่อนกันมีเหรอจะไม่ให้ท้ายส่งเสริมกัน พอพี่ตามยอมรับสายตาเฮียติก็มองขึ้นมาปะทะกับสายตาของฉันที่ยังยืนนิ่งไม่เข้าไปนั่งโซฟา ยังไงซะในความคิดของฉันก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนักหรอกอยากขึ้นห้องเต็มแก่ “อ๋อ... เมียมึงหึงนี่เอง” เฮ้ย! “ตูนไม่ได้หึง!” “ไม่หึงผัวเลย ผัวทั้งคนนะเว้ยไอ้ตูน ยิ่งหล่อๆ เบ้าหน้าโอป้าอยู่ด้วย” “ไปกันใหญ่แล้วเฮียติ” “แล้วโกรธหรือหึงพี่เรื่องอะไร ไหนบอกสิ” คราวนี้เป็นเสียงเรียบของพี่ตาม นัยน์ตาสีนิลเงยขึ้นมาจ้องมองฉันแบบไม่กระพริบ พี่ตามต้องการคำตอบ “ไม่ใช่เรื่องผู้หญิงคนนี้เหรอ ไม่ใช่เรื่องที่พี่เที่ยวผับไอ้เฮียติเหรอ” “ยังไงกันแน่ไอ้ตูน” เฮียติเอ่ยทับอีก สองคนนี้ร่วมมือกันรุมฉันที่มีหัวเดียวกระเทียมลีบ “ก็... พี่ตามโกรธตูนเรื่องใช้ก้านมะยมตีลูก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD