ของบำเรอธามไทน์
ตอนที่1
[ธามไทน์]
ตึกวิศวะกรรมศาสตร์ ณ โรงช็อป
ท่ามกลางเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ภายในโรงช็อปวิศวกรรมเครื่องกลที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันและไอร้อนจากเครื่องจักร ร่างของชายหนุ่มในชุดช็อปสีแดงเข้ม ดูโดดเด่นออกมาจากกลุ่มนักศึกษาปีสุดท้าย ‘ธามไทน์ ธิติวงศ์สกุล’ ทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรส่งออกเครื่องหนังยักษ์ใหญ่ ยืนพิงโต๊ะเหล็กด้วยท่วงท่าที่ดูสงบนิ่งแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคามในที เขาวางประแจลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘เคร้ง’ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมโดยที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปยังแบบแปลนตรงหน้า ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเรียบเฉยอยู่เป็นนิจ ดูหล่อเหลาราวกับรูปสลักที่สถาปนิกตั้งใจบรรจงสร้าง แม้จะอยู่ในสภาพที่ดูสมบุกสมบันจากการลงมือซ่อมเกียร์รถแข่งตัวต้นแบบ แต่มันกลับส่งเสริมให้บุคลิกที่ดูเย่อหยิ่งของเขาน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
“ไอ้ธาม คืนนี้ที่เดิมเปล่าวะ! ‘ไอ้ชัช’ มันเปิดโซนวีวีไอพีรอแล้วนะเว้ย” ‘ลีออน’ หนุ่มมาดกวนประจำกลุ่มเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับขยับยิ้มที่มุมปาก ท่าทางที่ดูแพรวพราวและคำพูดที่มักจะไวเท่าความคิดทำให้เขาเป็นสีสันของกลุ่มเสมอ
“เออ เห็นว่าวันนี้มันพา ‘ลูกหว้า’ ไปด้วย สงสัยจะไปคุมพฤติกรรมมันมั้ง” เรย์ เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่านัยน์ตาของเขากลับวาววับ ไปด้วยความนึกสนุกตามประสานักล่า ที่มักจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มใจดี
ธามไทน์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ สภาพแวดล้อมที่หรูหราและความบันเทิงในยามค่ำคืนเป็นเรื่องปกติ สำหรับกลุ่มเพื่อนที่มีอิทธิพลล้นฟ้าอย่างพวกเขา แต่สำหรับธามไทน์ สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงฉากบังหน้าความเงียบเหงาที่แฝงอยู่ในหัวใจที่นิ่งสนิท
ณ ไนต์คลับC
ภายในไนต์คลับหรูระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟนีออนสีน้ำเงินตัดกับสีทองสลัวส่องกระทบเครื่องหนังหรูหราที่ถูกจัดวางอย่างมีระดับ เสียงเพลงบีทหนักหน่วงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าไม่ได้รบกวนการสนทนาของเหล่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในโซนVVIPชั้นสาม ชั้นซึ่งสามารถมองลงไปเห็นความวุ่นวายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
ชัชรัณ เจ้าของสถานที่ผู้อยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิท ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลุ่ย ๆ นั่งพิงพนักโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทางที่ดูเย่อหยิ่งและถือดี นัยน์ตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องที่แก้วเครื่องดื่ม แต่กลับมองไปยังผู้คนที่เบียดเสียดด้านล่าง ด้วยรอยยิ้มเย็นชาปรากฏที่มุมปาก ขณะที่แขนข้างหนึ่งโอบกอด ‘ลูกหว้า’ คู่หมั้นสาวแสนสวยที่มัดใจชัชรัณได้อย่างอยู่หมัด ลูกหว้านั่งคลอเคลียอยู่ข้างกายสมกับเป็นตำแหน่ง ‘นายหญิง’ ของชัชรัณ ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเขารักและเทิดทูนลูกหว้ามากแค่ไหน…เขาเกือบจะทำของดีล้ำค่าหายไปครั้งหนึ่งแล้ว ชัชรัณให้คำปฏิญาณตนว่า เขาจะไม่มีวันทำให้คนรักเสียใจเป็นครั้งที่สองเป็นแน่!
“วันนี้คลับมึงคนเยอะชะมัดเลยนะไอ้ชัช ดูท่ากำไรจะพุ่งกระฉูดกว่าโชว์รูมรถอีกมั้ง” ลีออน เอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอ เขาขยับตัวนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบาย ๆ สายตาแพรวพราวคอยกวาดมองสาว ๆ ที่พยายามส่งสายตาอ้อนวอนขอขึ้นมาบนโซนพิเศษนี้ ลีออนขยับแก้วเครื่องดื่มในมือพลางผิวปากเบา ๆ อย่างคนอารมณ์ดีที่พร้อมจะกระโจนเข้าหาความสนุกตรงหน้าได้ทุกเมื่อ
“เงินมันก็แค่ตัวเลขว่ะ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือความสนุกที่เงินซื้อได้ต่างหาก” ชัชรัณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำที่แฝงไปด้วยความโอหัง เขาไม่ได้ยี่หระกับจำนวนเงินมหาศาลที่ไหลเข้าบัญชีในแต่ละวัน เพราะสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือ ‘ลูกหว้า’ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักมากที่สุด
ขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไป เรย์ หนุ่มใบหน้าหวานทว่ามีนัยน์ตาแฝงความร้ายกาจก็นั่งโยกกายตามจังหวะเพลงอย่างใจเย็น เขาไม่ได้พูดแทรกขึ้นมาบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัวหรือปัดผมที่ปรกหน้าออก กลับสร้างเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด เรย์ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะขอบแก้วเป็นจังหวะ ก่อนจะหันไปสบตากับเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งที่สุดในกลุ่ม
“มึงเงียบเกินไปแล้วนะไอ้ธาม มาถึงที่นี่ทั้งที จะไม่ดื่มให้ลืมไอ้แบบแปลนเกียร์รถที่โรงช็อปหน่อยหรือไง!”
ธามไทน์ ผู้นั่งอยู่กึ่งกลางของวงสนทนา และวางท่าทางนิ่งขรึมร่างสูงสง่าในชุดลำลองราคาแพงดูโดดเด่น แม้จะไม่ได้ขยับเขยื้อนกายมากนัก ใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้หนวดเคราและเนียนกริบ ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาที่เรียบเฉยนั้นดูลึกลับ และน่าค้นหามากขึ้นไปอีก เขาเพียงแค่ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์เกรดพรีเมียม ไม่ได้ทำให้สติของเขาพร่าเลือนแม้แต่น้อย
“กูแค่กำลังดู ว่าคืนนี้จะมีอะไร ‘น่าตื่นเต้น’ พอให้กูขยับตัวบ้างหรือเปล่า” ธามไทน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่ามีพลังบางอย่างที่ทำให้เพื่อนในกลุ่มต้องหันมามอง ชายหนุ่มพิงหลังกับโซฟาพลางทอดสายตาผ่านกระจกใสลงไปยังฟลอร์เต้นรำเบื้องล่าง ความสงบนิ่งของเขามันคือความกดดันที่ทำให้ใครก็ตามที่จ้องมองมาต้องรู้สึกเกรงขาม
“คนอย่างมึง ถ้าจะขยับตัว เรื่องนั้นต้องไม่ธรรมดาล่ะสิ” ลีออนพูดกลั้วหัวเราะพลางชนแก้วกับเรย์
ภาพของสี่หนุ่มทายาทตระกูลดังที่รวมตัวกันอยู่บนโซนVVIPแห่งนี้ กลายเป็นภาพลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบที่ยากจะเข้าถึง ทั้งความมั่งคั่ง รูปโฉม และอำนาจที่พวกเขามีในมือ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนมีกำแพงกั้นไว้จากโลกภายนอก ธามไทน์มองดูความฟุ้งเฟ้อตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ในหัวกลับเริ่มวางแผนถึงอะไรบางอย่างที่ท้าทายกว่า เพียงแค่การนั่งดื่มไปวัน ๆ โดยที่เพื่อน ๆ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่า ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น เขากำลังคิดจะ ‘รุก’ ใส่สิ่งไหนเป็นลำดับต่อไป
บรรยากาศภายในโซนVVIPเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นตามจังหวะเพลงที่หนักหน่วง แสงไฟวับวามสาดส่องกระทบแก้วเจียระไนทรงสวยที่มีเครื่องดื่มราคาแพงบรรจุอยู่จนเต็ม ไม่นานนักกลุ่มหญิงสาวพราวเสน่ห์ในชุดเดรสรัดรูป โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งก็เริ่มทยอยกันเข้ามาทักทายกลุ่มชายหนุ่ม ผู้ทรงอิทธิพล ราวกับเหล่าผีเสื้อที่บินเข้าหาแสงไฟชั้นเลิศ
ลีออน เป็นคนแรกที่เริ่มเปิดเกม ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางวาดแขนไปโอบไหล่หญิงสาวร่างบางที่เดินเข้ามาช้อนสายตาอ้อนวอนเขา
“แหม! วันนี้ที่นั่งข้าง ๆ ผมมันว่างพอดีเลยครับ สนใจมาช่วยเติมเต็มให้มันไม่เหงาหน่อยไหม” คำพูดที่ดูเหมือนจะทีเล่นทีจริง แต่กลับเต็มไปด้วยชั้นเชิงการรุกที่รวดเร็ว ทำให้สาวสวยข้างกายถึงกับหน้าแดงและเบียดกายเข้าหาเขาอย่างไม่เกี่ยงงอน ลีออนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มของเธออย่างหยอกเย้า ตามนิสัยปากไวและรุกเก่ง
ทางด้านเรย์แม้จะดูนิ่งกว่าแต่กลับเสน่ห์แรงไม่แพ้กัน หญิงสาวอีกคนขยับเข้ามานั่งใกล้เขา พลางกระซิบถ้อยคำหวานที่ข้างหู เรย์ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นเต้นออกนอกหน้า เขายังรักษาท่าทีที่ดูอ่อนโยนไว้ได้อย่างดี ทว่าสายตาที่เขามองตอบกลับไปนั้นกลับคมกริบและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูด
“เครื่องดื่มแก้วนี้คงไม่อร่อยเท่าไหร่ ถ้าไม่มีคุณรินให้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานพลางส่งแก้วในมือให้หญิงสาวอย่างมีชั้นเชิง ที่นุ่มนวล แต่ทำให้อีกฝ่ายแทบจะหลอมละลาย
ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและการคลอเคลียเหล่านั้น กลับมีพื้นที่หนึ่งที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปล่วงเกิน นั่นคือพื้นที่ของ ชัชรัณชายหนุ่มเจ้าของไนต์คลับยังคงนั่งวางท่าทางทรงอำนาจอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ โดยมีลูกหว้าผู้เป็นคู่หมั้นและนายหญิงของที่นี่นั่งเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง มือหนาของชัชรัณกุมมือลูกหว้าไว้แน่นเป็นการแสดงสถานะที่ชัดเจน สายตาที่ดุดันของเขาตวัดมองหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่บังเอิญสบตามาอย่างเย็นชา เป็นการประกาศกร้าวว่าพื้นที่ข้างกายเขามีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้น และไม่มีใครกล้าพอที่จะลองดีกับอำนาจของเขา
ส่วนร่างสูงที่นั่งถัดมาอย่างธามไทน์ กลับดูเป็นงานยากที่สุดสำหรับสาว ๆ ในคืนนี้ มีนางแบบสาวสวยระดับท็อปคนหนึ่งรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงที่เบาะนั่งใกล้กับเข่าของชายหนุ่ม เธอพยายามจะวางมือลงบนหน้าขาของเขาเพื่อทักทาย ทว่าเพียงแค่ธามไทน์ปรายสายตาคมกริบลงมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉย หญิงสาวคนนั้นถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ
“จะทำอะไร!” เสียงทุ้มต่ำและนิ่งของเขาสร้างความกดดันอย่างนัก ธามไทน์ไม่ได้ปัดป้องด้วยท่าทางรุนแรง แต่เพียงแค่รังสีความนิ่งขรึมที่แผ่ออกมา ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกตัวเล็กลงทันที
“แค่อยากจะดื่มกับคุณธามสักแก้วค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น
ธามไทน์ขยับยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาโน้มตัวลงไปหาเธอช้า ๆ จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากกายชายหนุ่มทำให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอถึงกับหน้าร้อนผ่าว
“ถ้าอยากดื่ม ก็ดื่มไป แต่อย่ามาล้ำเส้นที่ฉันขีดไว้ เพราะผลที่ตามมา เธออาจจะรับมันไม่ไหว”
คำพูดที่ดูเหมือนคำเตือนแต่กลับแฝงไปด้วยความร้ายกาจในที ทำให้สถานการณ์ในวงเหล้า ยิ่งดูตึงเครียดและน่าตื่นเต้นในสายตาเพื่อน ๆ ชัชรัณที่นั่งมองอยู่ถึงกับกระตุกยิ้มอย่างพอใจในท่าทีของเพื่อนรัก ขณะที่ธามไทน์ยังรักษาความนิ่งขรึมของเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางสาวงามที่พยายามจะเข้ามารุมล้อม แต่กลับเข้าไม่ถึง