ตอนที่2 [น้ำฟ้า]

1750 Words
ของบำเรอธามไทน์ ตอนที่2 [น้ำฟ้า] ณ โซนVVIP ค่ำคืนวันเสาร์ดำเนินมาถึงจุดพีคที่สุดเมื่อเข็มนาฬิกาหมุนผ่านเลขสองไปนานแล้ว ภายในโซนVVIPที่เคยเต็มไปด้วยความหรูหราสง่างาม บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้น และความสนุกสุดเหวี่ยงของเหล่าชายหนุ่มที่ปลดปล่อยความตึงเครียดจากตำราเรียนและภาระหน้าที่ทางบ้าน ลีออน ดูจะนำโด่งกว่าใครเพื่อน เขานั่งพิงโซฟาด้วยท่าทางหมดสภาพ รอยยิ้มกวนประสาทที่เคยมีบัดนี้เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเอื่อย ๆ ขณะที่มือยังคงคว้าขวดเหล้าราคาเหยียบแสนขึ้นมาเติมใส่แก้วอย่างไม่ขาดสาย “เฮ้ย! วันหยุดทั้งทีไม่เมาไม่กลับดิวะ” เขาพึมพำออกมา พลางรินเครื่องดื่มหกเลอะขอบโต๊ะไปบ้างตามประสาคนสติเริ่มพร่าเลือน ส่วนเรย์แม้จะยังรักษามาดหนุ่มสุภาพบุรุษไว้ได้บ้าง แต่ดวงตาที่เคยหวานเชื่อมบัดนี้กลับฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขานั่งเอนกายไปข้างหลังพลางปล่อยให้หญิงสาวข้างกายคอยนวดไหล่ให้เบา ๆ ท่าทางการรุกที่เคยนุ่มนวล เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเซื่องซึมตามปริมาณดีกรีที่รับเข้าไป “กูว่า ลีออนมันคงต้องนอนที่นี่แล้วล่ะชัช” เรย์เอ่ยเสียงอ้อแอ้พลางหันไปทางเจ้าของคลับ ชัชรัณที่ยังคงมีสติมั่นคงที่สุดเพราะมีลูกหว้าคอยสะกิดเตือนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเรียกพนักงานให้เตรียมจัดการกับเพื่อน ๆ ที่เริ่มจะ ‘ทรงตัว’ กันไม่อยู่ “เออ เดี๋ยวพวกมึงนอนที่ห้องพักชั้นบนนี่แหละ ขืนปล่อยกลับสภาพนี้ มีหวังรถหรูพวกมึงได้กลายเป็นเศษเหล็กแน่” เขากล่าวพลางโอบไหล่ลูกหว้าไว้แน่น ทว่าท่ามกลางความเมามายเหล่านั้น ธามไทน์กลับนั่งนิ่งราวกับหุ่น แม้ในแก้วของเขาจะผ่านการเติมเครื่องดื่มไปนับครั้งไม่ถ้วน และร่างกายจะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปตามกระแสเลือด จนใบหน้าคมเข้มขึ้นสีระเรื่อ แต่ดวงตาคมกริบยังคงฉายแววความนิ่งขรึมไว้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมาดู หน้าจอโชว์ข้อความแชทจาก ‘คุณแม่’ ที่รัวส่งมาตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงตอนนี้ คุณแม่ : [ธามวันนี้กลับมานอนบ้านนะลูก พ่อเขามีเรื่องอยากคุยด้วยเรื่องงานที่โรงงาน อย่ามัวแต่เที่ยวเพลินล่ะ] คุณแม่ : [ถึงไหนแล้วลูก แม่รออยู่นะ] ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ติดอยู่ที่ปลายจมูก เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งของเขาทำให้เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “แม่แชทตามว่ะ! กูต้องกลับบ้าน” “เฮ้ย ไอ้ธาม! มึงไหวเหรอวะ! นอนนี่เหอะ แม่มึงไม่ว่าหรอก” ลีออนพยายามจะรั้งขาเพื่อนไว้แต่กลับคว้าได้เพียงอากาศ “กูไหว” ธามไทน์ตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ยังคงฟังดูหนักแน่น ถึงแม้จะมีอาการยานคราดเพียงเล็กน้อย เขาจัดการสะบัดเสื้อช็อปที่พาดไหล่ไว้ให้เข้าที่ ก่อนจะเดินก้าวผ่านกลุ่มสาว ๆ ที่พยายามจะเข้ามาทักทายด้วยท่าทางที่ยังคงความสง่าและดูรวยล้นฟ้าทุกกระเบียดนิ้ว หลังร้านปิด ณ ลานจอดรถVIP สายลมเย็น ๆ ในค่ำคืนโชยมาปะทะเข้ากับใบหน้าของธามไทน์ในขณะที่เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้ารถสปอร์ตคันหรูคู่ใจ ความเงียบของลานจอดรถ ตัดกับเสียงดนตรีที่เพิ่งเงียบหายไปเมื่อครู่ เขาล้วงหยิบกุญแจรีโมทขึ้นมาเปิดประตูรถ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประจำที่คนขับ ความหรูหราของเบาะหนังแท้ และกลิ่นหอมกรุ่นช่วยเรียกสติที่กำลังจะหลุดลอยให้กลับคืนมาบ้าง เขาติดเครื่องยนต์ เสียงคำรามดังสนั่นไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด ธามไทน์จับพวงมาลัยไว้มั่น นัยน์ตาที่เริ่มปรือลงเล็กน้อยพยายามจดจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า แม้จะดื่มหนักจนร่างกายโหยหาการพักผ่อนเพียงใด แต่ความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัวและ ‘คำสั่ง’ ของผู้เป็นแม่ก็สำคัญเกินกว่าจะละเลย ชายหนุ่มบังคับรถคันงามให้เคลื่อนตัวออกจากคลับอย่างช้า ๆ มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลธิติวงศ์สกุลที่อยู่นอกเมือง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางกะพริบผ่านหน้าเขาไปครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางความโดดเดี่ยวบนท้องถนนยามรุ่งสาง ธามไทน์ยังคงเป็นชายหนุ่มที่นิ่งขรึมและรักษาสัญญาเสมอ แม้ในเวลาที่แอลกอฮอล์กำลังจะครอบงำจิตใจเขาก็ตาม เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผ่วลงจนเงียบสนิทที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลธิติวงศ์สกุล ธามไทน์นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมสติที่แตกซ่านเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ความร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วลำตัวจนเขาต้องปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ร่างสูงสง่าก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่พยายามจะรักษาความนิ่งขรึมไว้ ทว่าจังหวะการย่างกรายกลับเซไปด้านข้างเล็กน้อย จนต้องใช้มือยันตัวรถไว้ชั่วขณะ “หื้ม! มึนหัวว่ะ!” เสียงทุ้มครางงึมงำ ก่อนพาร่างที่สูงโปร่งเดินฝ่าความมืดของโถงบ้าน มุ่งหน้าไปยังโซนห้องครัว เพียงเพื่อหวังจะหาน้ำเย็น ๆ ชโลมความร้อนในกายให้ทุเลาลง ทว่าเมื่อก้าวพ้นขอบประตูห้องครัวที่มีแสงไฟเปิดสลัวไว้เพียงดวงเดียว สายตาคมกริบที่ปรือลงเล็กน้อยกลับสะดุดเข้ากับร่างบอบบางของใครบางคนเข้า ‘น้ำฟ้า’ ในชุดนอนผ้าแพรสีหวานเรียบร้อยยืนชะงักงันอยู่หน้าตู้เย็น ในมือเล็กประคองแก้วน้ำไว้แน่น นัยน์ตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายแปลกหน้า เดินซวนเซเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม กลิ่นเหล้าจาง ๆ ที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้เด็กสาวที่แสนอ่อนหวาน ถึงกับก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว “คุณ! คุณเป็นใครคะ” เสียงหวานเอ่ยถามรัวเร็ว ดวงตากลมโตไหวระริกไปด้วยความหวาดกลัว ธามไทน์หยุดชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้กลับจ้องมอง ‘ผู้บุกรุก’ ตัวน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา แสงไฟสีนวลขับเน้นให้ใบหน้าของ ‘ฟาริดา’ ดูละมุนตาราวกับภาพวาด ความเรียบง่ายและกลิ่นอายของความเป็นเด็กต่างจังหวัดที่แผ่ออกมา มันช่างตัดกับบรรยากาศฟุ้งเฟ้อที่เขาเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับก้าวเข้าไปหาเธอช้า ๆ ระยะห่างที่ลดลงทำให้น้ำฟ้าสัมผัสได้ถึงไอร้อน จากร่างกายของคนตัวสูงที่ยืนตระหง่านค้ำหัวเธออยู่ “เธอเป็นใคร! มาทำอะไรที่นี่!” ธามไทน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติเพราะความเมา นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะรุกรานพื้นที่ส่วนตัว “น... น้ำฟ้าจ๊ะ เป็นหลานป้าอุ่น พิ่งย้ายมาพักที่นี่ ได้2วันแล้วจ้ะ” เธอตอบเสียงสั่น พลางพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่กลับถูกแขนแกร่งของธามไทน์ ยกขึ้นมายันเคาน์เตอร์ครัวกักตัวเธอไว้ ในพันธนาการอย่างถือสิทธิ์ ธามไทน์โน้มใบหน้าคมเข้มลงไปใกล้จนจมูกแทบจะชิดกับขมับของเธอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนแป้งเด็กจากตัวน้ำฟ้า ทำให้สติที่เลอะเลือนของเขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างประหลาด รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่อถูกใจในเวลาที่เหมาะสมที่สุด “อ๋อ! เด็กใหม่ของป้าอุ่น” เขาพึมพำชิดใบหู “งั้นก็จำไว้ด้วย! ว่าที่นี่ใครใหญ่ แล้วเวลาฉันกลับมาดึก ๆ อย่าทะเล่อทะล่าออกมาเดินเพ่นพ่าน ถ้าไม่อยากถูกเช็คบิล” คำพูดกึ่งรุกกึ่งขู่ของชายหนุ่มเจ้าของบ้าน ทำให้คนหัวอ่อนอย่างน้ำฟ้าถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่เคยพบผู้ชายคนไหนที่มีรังสีความนิ่งขรึม ทว่ารุกรานได้ร้ายกาจเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต ไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มร่างสูง ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าคุกคามน้ำฟ้าจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นแอลกอฮอล์รสเลิศผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงทำให้น้ำฟ้ารู้สึกมึนงง ธามไทน์เลื่อนมือหนาที่ร้อนผ่าวขึ้นมาเชยคางมนของสาวน้อยตรงหน้าขึ้นช้า ๆ นิ้วโป้งของเขาคลึงเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่างที่สั่นระริกของเธอ สายตาคมกริบที่ปรือปรอยด้วยฤทธิ์สุรา กำลังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวาน ราวกับกำลังพิจารณาสิ่งของชิ้นงาม “จำคำฉันไว้! อย่ามายุ่ง ถ้าฉันไม่เรียก” เขาพึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะผละมือออกแล้วรวบรวมแรงก้าวถอยหลัง หวังจะพาตัวเองเดินกลับขึ้นห้องนอนที่ชั้นบน ทว่าความมึนเมาที่สั่งสมมาตลอดทั้งคืนกลับเล่นงานเขาอย่างหนัก ทันทีที่เขาทิ้งน้ำหนักตัวเพื่อจะก้าวเดิน ร่างสูงสง่าก็เกิดอาการเซวูบไปด้านข้างอย่างรุนแรง ธามไทน์เสียการทรงตัวทันที ร่างของเขาทำท่าจะล้มกระแทกเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวแข็ง ๆ ทว่า “คุณ!” น้ำฟ้าอุทานออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความมีน้ำใจ ที่สั่งสมมาทำให้เธอหลงลืมความกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เด็กสาวรีบขยับกายเข้าไปประคองร่างที่ใหญ่โตกว่าเธอมากเอาไว้ ด้วยแขนทั้งสองข้างอย่างสุดกำลัง แรงกระแทกจากร่างของธามไทน์ทำให้น้ำฟ้าถึงกับเซตามไปด้วย แต่เธอก็พยายามหยัดเท้าไว้อย่างมั่นคงเพื่อไม่ให้เขาล้มลงไป ใบหน้าคมเข้มของธามไทน์ซุกลงที่ไหล่บางของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ลมหายใจร้อนระอุของเขา เป่ารดต้นคอของน้ำฟ้า จนเด็กสาวต่างจังหวัดถึงกับหน้าร้อนผ่าวและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องครัวในยามค่ำคืน เสียงหัวใจของทั้งสองคนกลับเต้นโครมครามประสานกันอย่างน่าประหลาด แม้จะเกิดจากสาเหตุที่ต่างกันก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD