ตอนที่3 [เด็กฝาก]

2139 Words
ของบำเรอธามไทน์ ตอนที่3 [เด็กฝาก] ณ ห้องอาหาร ของคฤหาสน์ ธิติวงศ์สกุล แสงแดดในยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เนื้อดี เข้ามาภายในห้องอาหารกว้างขวางของคฤหาสน์ธิติวงศ์สกุล กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดผสมผสานกับกลิ่นข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความอึดอัดเล็กน้อย ธามไทน์นั่งประจำที่อยู่ที่หัวโต๊ะในชุดลำลองสุภาพ ใบหน้าคมเข้มดูหล่อเหลาไร้ที่ติราวกับคนที่ไม่เคยผ่านการดื่มหนักมาเมื่อคืน ผิวแก้มที่เนียนกริบปราศจากหนวดเครา ขับเน้นให้ดวงตาคมดุนั้นดูนิ่งขรึมและทรงอำนาจยิ่งขึ้น เขานั่งพิงพนักเก้าอี้พลางจิบกาแฟดำช้า ๆ ท่วงท่าการขยับกายแต่ละครั้งดูสง่างามสมฐานะทายาทเจ้าของธุรกิจส่งออกเครื่องหนัง สายตาเรียบเฉยจับจ้องไปที่หน้าจอไอแพด เพื่อเช็กดัชนีตลาดหุ้น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ฝั่งตรงข้ามกันนั้น น้ำฟ้า นั่งตัวตรงแหน็บอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบเสงี่ยม เด็กสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนดูเรียบร้อยอ่อนหวาน นัยน์ตากลมโตคอยแต่จะก้มมองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นสบตากับร่างสูงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ภาพเหตุการณ์ที่เธอต้องช่วยพยุงร่างหนาที่ซวนเซเมื่อคืนยังคงติดตา โดยเฉพาะสัมผัสจากแผงอกแกร่งและกลิ่นกายที่ร้อนระอุของเขา ที่ยังทำให้นวลแก้มของเธอซับสีระเรื่ออยู่จนถึงตอนนี้ “น้ำฟ้า ทานเยอะ ๆ สิลูก ไม่ต้องเกรงใจนะ” เสียงนุ่มนวลของคุณหญิง ‘พิมพ์แข’ เจ้าของบ้านเอ่ยขึ้น พลางตักกุ้งตัวโตวางลงในถ้วยของเด็กสาว “ป้าอุ่นบอกว่าหนูเรียนเก่ง พ่อเราเขาก็ฝากฝังไว้ดิบดี อยู่ที่นี่ก็คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองนะจ๊ะ” “ขอบพระคุณค่ะคุณท่าน” น้ำฟ้ายกมือไหว้ด้วยท่าทางอ่อนช้อย กิริยามารยาทที่ถูกอบรมมาอย่างดีจากบ้านกำนันทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านต่างเอ็นดู ยกเว้นเพียงแต่ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงคนนั้น ธามไทน์ละสายตาจากหน้าจอช้า ๆ ก่อนจะปรายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานของ ‘เด็กฝาก’ คนใหม่ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความใจดีแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับมีความรุกรานบางอย่างที่ทำให้คนหัวอ่อนอย่างน้ำฟ้าถึงกับชะงักช้อนในมือ “เรียนบริหารธุรกิจปีหนึ่งเหรอ” เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทของธามไทน์ดังขึ้นทำลายความเงียบ “ค... ค่ะ เรียนปีหนึ่งค่ะ” น้ำฟ้าตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น “คณะนั้นเรียนไม่ยาก แต่ถ้าบริหารเวลาไม่เป็น ก็คงไปไม่รอด” เขาเอ่ยประโยคที่ฟังดูเหมือนคำแนะนำ ทว่ากลับแฝงไปด้วยคำตำหนิเนียน ๆ ถึงเหตุผลที่เธอออกมาเดินเพ่นพ่านกลางดึกเมื่อคืน ธามไทน์ขยับยิ้มที่มุมปากบางเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดัง ‘กึก’ “ผมอิ่มแล้วครับคุณแม่ เดี๋ยวจะเข้าไปดูงานที่โรงงานต่อเลย” ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่วนสูงที่โดดเด่นของเขาทำให้เงาบังมิดร่างบอบบางของน้ำฟ้าไปชั่วขณะ ธามไทน์ไม่ได้กล่าวลาแขกรับเชิญตัวน้อย เขาเพียงแค่จัดปกเสื้อให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่สง่างามออกไปจากห้องอาหาร ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และความรู้สึกกดดันที่ทำให้น้ำฟ้าต้องลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความนิ่งขรึมและรุกเก่งผ่านคำพูดและสายตาของเขา กำลังกลายเป็นความยุ่งยากที่เด็กต่างจังหวัดอย่างเธอต้องเผชิญในทุก ๆ วันหลังจากนี้ แสงแดดในยามสายทอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาวับ ของคฤหาสน์ธิติวงศ์สกุล แม้ว่าคุณผู้หญิงของบ้านจะย้ำนักย้ำหนาว่า ให้น้ำฟ้าตั้งใจเรียนเพียงอย่างเดียวและถือเสียว่ามาพักผ่อนในฐานะหลานสาวของคนเก่าแก่ แต่ด้วยนิสัยเรียบร้อย อ่อนหวาน และถูกปลูกฝังความขยันมาจากบ้านกำนัน ทำให้เด็กสาวไม่อาจอยู่นิ่งดูดายได้ ร่างบอบบางอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพับแขนและกางเกงผ้าเนื้อนิ่มสีซีด กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดช่อดอกไม้สดลงในแจกันหรูกลางห้องโถง มือเล็กบรรจงตัดกิ่งกุหลาบอย่างประณีต ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มละมุนขณะที่ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสตามประสาเด็กสาวหัวอ่อน ที่อยากจะตอบแทนความเมตตาของเจ้าของบ้าน “น้ำฟ้าลูก บอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำ เดี๋ยวป้าให้เด็กจัดการเอง ถ้าคุณท่านมาเห็นเข้าป้าจะโดนดุเอานะ” ป้าอุ่น เดินเข้ามาตำหนิหลานสาวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก พลางส่งสายตาเอ็นดูเด็กสาวที่กำลังเช็ดหยดน้ำบนโต๊ะกระจกอย่างตั้งใจ “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะป้าอุ่น น้ำฟ้าอยู่ว่าง ๆ แล้วมันเหงา ให้ช่วยหยิบจับอะไรบ้างเถอะนะจ๊ะ ป้าอุ่นจะได้มีเวลาพักบ้าง” น้ำฟ้าตอบเสียงใสพลางประคองแจกันดอกไม้ไปวางไว้ที่โต๊ะรับแขกตัวยาว โดยไม่ทันสังเกตเห็นเงาร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้าน ธามไทน์เดินเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่ทางด้านหลังห่างออกไปไม่กี่ก้าว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นใต้ศอกจนเห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดจาง ๆ ตามแบบฉบับคนดูแลตัวเองอย่างดี ใบหน้าคมเข้มดูนิ่งขรึมและเย็นชาราวกับน้ำแข็ง นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปยังแผ่นหลังบางของเด็กสาวที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ทำความสะอาดอย่างไม่รู้ตัว “บ้านนี้จ้างแม่บ้านไว้ทำงาน ไม่ได้จ้างให้มาแย่งหน้าที่กันเอง” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้น้ำฟ้าสะดุ้งสุดตัวจนเผลอทำผ้าเช็ดมือหลุดจากนิ้ว เธอรีบหมุนตัวกลับมามอง และพบกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านค้ำหัวเธออยู่ ความสูงที่ต่างกันมากทำให้น้ำฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นมองจนคอตั้งบ่า สัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันและกลิ่นอายความรวยที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม “ค... คุณธาม กลับมาเร็วจังเลยนะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พลางก้มหน้าหลบสายตาคมที่จ้องเขม็งลงมา ธามไทน์ก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้า ๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงช่วงตัว ความนิ่งขรึมของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล จนน้ำฟ้าต้องถอยหลังไปจนชิดกับขอบโต๊ะไม้แกะสลัก ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน นัยน์ตาคู่คมกริบสำรวจใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความประหม่า “ฉันบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำตัวเป็นเด็กรับใช้ที่นี่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยการรุกรานทางสายตา “ถ้าอยากทำงานนัก! ก็ไปทำในสิ่งที่ฉันสั่ง ไม่ใช่มาทำอะไรไร้สาระแบบนี้” “น้ำฟ้าแค่... อยากช่วยป้าอุ่นจ้ะ” เธอพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สัญชาตญาณความหัวอ่อนทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ธามไทน์เหยียดยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้ เขาใช้ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนของเธอขึ้นช้า ๆ บังคับให้สบตากับเขา “ถ้าดื้อนัก! วันหลังฉันจะหา ‘งานหนัก’ กว่านี้ให้ทำ เตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน” คำขู่กึ่งรุกของชายหนุ่มทำให้หัวใจของน้ำฟ้าเต้นรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกไก่ในกำมือของพญามัจจุราชรูปงาม ธามไทน์ผละมือออกช้า ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดวนไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เด็กสาวยืนค้างอยู่ตรงนั้น ด้วยความรู้สึกที่สับสนและหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เช้าวันต่อมา อากาศยามเช้ายังคงเย็นสบายทว่าหัวใจของน้ำฟ้า กลับเต้นรัวด้วยความประหม่า เด็กสาวในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม กระโปรงพลีทจีบคมกริบยาวคลุมเข่าดูเรียบร้อยสะอาดตา เธอสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กพลางกระชับสายมั่น ใบหน้าหวานละมุนไร้เครื่องสำอางปรุงแต่งดูสดใสตามวัย ร่างบอบบางพยายามย่องออกจากประตูบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เพราะตั้งใจจะเดินออกไปขึ้นรถโดยสารที่หน้าปากซอยด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนใครในคฤหาสน์หลังนี้ “อ้าว! น้ำฟ้าลูก จะไปไหน” เสียงนุ่มนวลของคุณหญิงพิมพ์แขทักขึ้นขณะที่เธอกำลังก้าวพ้นประตูโถงกลาง “สวัสดีค่ะคุณท่าน น้ำฟ้ากำลังจะไปมหาวิทยาลัยค่ะ กะว่าจะเดินออกไปขึ้นรถหน้าปากซอยจ้ะ” น้ำฟ้ายกมือไหว้พลางส่งรอยยิ้มอ่อนหวานที่ดูเกรงใจเหลือเกิน “โถลูก... ปากซอยลึกขนาดนั้น แดดก็เริ่มแรงแล้ว เดินไปผิวเสียหมดพอดี” คุณหญิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่กำลังเดินลงบันไดวนมาพอดี “ตาธาม! มาพอดีเลยลูก วันนี้เข้ามอใช่ไหม พาหนูน้ำฟ้าไปส่งด้วยสิ ทางผ่านเดียวกันแท้ ๆ” คุณพิมพ์แขเอ่ย ธามไทน์ถึงกับชะงักเท้าอยู่ที่ขั้นบันไดสุดท้าย ร่างสูงสง่าในชุดนักศึกษาวิศวะพับแขนเสื้อช็อปขึ้นดูดิบเถื่อน ใบหน้าคมสันที่เกลี้ยงเกลานิ่งขรึม นัยน์ตาคมกริบตวัดมองร่างบอบบางที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างคุณแม่ของเขา สายตาคู่นั้นดูนิ่งลึกจนยากจะคาดเดาความรู้สึก แต่รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาก็ทำให้น้ำฟ้า ถึงกับต้องก้มหน้าหลบตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมมีเรียนเช้าครับคุณแม่ อาจจะรีบหน่อย” ธามไทน์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อย ท่าทางที่ดูนิ่งขรึมของเขา ทำให้คำพูดนั้นดูมีน้ำหนัก ทว่าก็แฝงไปด้วยความเผด็จการในที “ก็ดีเลยไงลูก น้องจะได้ไม่สายด้วย ฝากน้องด้วยนะธาม” คุณหญิงสรุปความโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครปฏิเสธ น้ำฟ้ายืนนิ่งขึง สัญชาตญาณความหัวอ่อน ทำให้เธอไม่กล้าขัดคำสั่งผู้ใหญ่ แต่การต้องไปติดอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ กับ ‘มัจจุราชหน้านิ่ง’ อย่างธามไทน์สองต่อสองคือสิ่งที่เธอหวาดหวั่นที่สุด “ไปสิ! ยืนบื้ออยู่ทำไม หรือจะให้ฉันอุ้มไปขึ้นรถ” คำพูดรุกแรงที่หลุดออกมาจากปากหยักได้รูป ทำให้หน้าน้ำฟ้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ธามไทน์ไม่ได้รอคำตอบ เขาหมุนตัวเดินนำออกไปที่ลานจอดรถ ทิ้งให้น้ำฟ้าต้องรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่หน้าคฤหาสน์ รถสปอร์ตคันหรูสีดำขลับจอดรออยู่ ธามไทน์เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วแทรกตัวลงไปนั่งโดยไม่คิดจะเปิดประตูให้คนข้าง ๆ ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงเบาะหนังแท้กลิ่นหอมกรุ่น สายตาคมกริบจ้องผ่านกระจกมองข้างเห็นเด็กสาวที่กำลังเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างรถ เขาขยับยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบาด้วยความนึกสนุก ที่ได้แกล้งคนหัวอ่อนตรงหน้า “ขึ้นมา ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจปล่อยให้เธอเดินไปเอง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทำให้น้ำฟ้ารีบเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของธามไทน์ที่อบอวลอยู่ในรถ ทำให้เธอรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ร่างบางนั่งตัวลีบชิดประตูรถที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความเงียบสงัด ที่มีเพียงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ราคาแพง ธามไทน์หันมามองคนข้างกายเล็กน้อย สายตาคมกริบตวัดสำรวจชุดนักศึกษาที่เรียบร้อยเกินเหตุของเธอ ก่อนจะออกรถกระชากตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนน้ำฟ้าต้องอุทานออกมาเบา ๆ และคว้าที่จับไว้แน่น การเดินทางไปมหาวิทยาลัยครั้งแรกของน้ำฟ้า ดูท่าจะไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เธอคิดเสียแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรุกแบบนิ่ง ๆ ของชายหนุ่มที่ยากจะคาดเดาคนนี้อย่างใกล้ชิด!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD