โปรดสั่งให้คนนำเหล้าและกับแกล้มขึ้นมาเตรียมไว้ที่ห้อง VVIP
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องไล่เลี่ยกัน
โซลและไทเกอร์หย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา เจ้าของบาร์โฮสต์หยิบน้ำแข็งใส่ลงในแก้ว ตามด้วยเหล้าและโซดา ก่อนจะยื่นให้กับเพื่อน
“พี่กูจะปล่อยเพนต์เฮาส์ชั้นสามสิบสี่ มีใครสนใจไหมวะ” โซลเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง พร้อมทั้งเปิดรูปในโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะ
“ก็ไหนพี่มึงบอกว่าซื้อไว้เป็นเรือนหอ” ไทเกอร์เอ่ยถามอย่างสงสัย
“งานแต่งล่มซะก่อนน่ะสิ จับได้ว่าแฟนนอกใจก็เลยจะขายทิ้ง ยังใหม่อยู่เลยนะเว้ย ตั้งแต่ซื้อมาก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ค่อยสนใจ โซลจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือเอาไว้เอง พร้อมทั้งปัดหน้าจอสไลด์ให้ดูทีละภาพ
ดวงตาของโปรดชำเรืองมองแบบผ่าน ๆ ทว่าดันสะดุดตาเข้ากับภาพด้านข้างของหญิงสาวตัวเล็กที่บังเอิญถ่ายติดมา จึงคว้าโทรศัพท์ของโซลมาถือเอาไว้เอง
“สนใจก็จัดเลยดิเพื่อน” ไทเกอร์เอ่ยพลางเลื่อนมือไปวางบนบ่าของโปรด
“กูซื้อต่อเอง”
“เอาจริงดิ ถ้ามึงเอาจะได้บอกให้พี่กูลบประกาศขายออกเดี๋ยวนี้เลย”
“อือ กูเอา” โปรดเอ่ยตอบโซลน้ำเสียงหนักแน่น
*****
โปรดแวะไปที่ห้องพักสุดหรูที่เพิ่งซื้อใหม่ในช่วงเย็นของอีกวัน โครงการนี้มีทั้งหมดสามสิบห้าชั้น ทว่าเพนต์เฮาส์มีเพียงแค่ห้าชั้นบนสุดเท่านั้น
เขาเห็นภาพของสาวสวยที่ผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนด้วยกัน ที่ลานจอดรถเฉพาะของคนที่เป็นเจ้าของชั้นเพนต์เฮาส์ อาศัยความคาดเดาล้วน ๆ ว่าเธอต้องพักอยู่ที่นี่ จึงตัดสินใจซื้อห้องพักสุดหรูบนชั้นสามสิบสี่อย่างไม่ลังเล
ขณะนั่งอยู่ในรถดวงตาคมเห็นหญิงสาวหุ่นดีในชุดนักศึกษารัดรูปกำลังตรงเดินไปที่ประตูลิฟต์ โปรดรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถ จ้ำอ้าวเดินตามหลังไป
มายูเข้าไปในลิฟต์ ใช้คีย์การ์ดแตะที่ข้างประตูแล้วกดชั้นหมายเลข 35 ขณะประตูกำลังเลื่อนเข้าหากัน ก็มีใครบางคนแทรกตัวเข้ามาด้านในก่อนที่ประตูจะปิดสนิทอย่างเฉียดฉิว แล้วลิฟต์ก็เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไปบนยอดตึกสูง
“นะ นาย มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอเอ่ยน้ำเสียงตกใจ
“ชื่อโปรดครับ ไม่ได้ชื่อนาย”
“จะชื่ออะไรก็ช่าง อย่าบอกนะว่าแอบตามฉันมา”
มายูทำท่าจะกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ คิดว่าอีกฝ่ายเป็นสตอกเกอร์ และกำลังคุกคามชีวิตส่วนตัวของเธออยู่ ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ ดึงรั้งให้คนตัวเล็กเข้ามาอยู่แนบชิด ท่อนแขนแกร่งกอดเอวบางเอาไว้แน่น
“ปล่อย ไม่งั้นฉันแจ้งความแน่”
“คนสวยใช้อะไรคิดครับว่าพี่แอบสะกดรอยตาม ลองนึกดูดี ๆ สิครับว่าชั้นนี้เป็นที่จอดรถเฉพาะเจ้าของเพนต์เฮาส์ ใครมันจะมาขับรถเล่นเข้า ๆ ออก ๆ ได้ตามใจชอบ”
เขาเอ่ยให้เธอคิดตามด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุนหู ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มดวงตาเปล่งประกาย ทว่าบางถ้อยคำนั้นแอบจิกกัดเล็กน้อยที่เธอคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และมันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า…
“นายพักอยู่ที่นี่เหรอ”
“...” โปรดระบายยิ้มหล่อ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปข้างพวงแก้ม สูดกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ เอ่ยเสียงแผ่วริมใบหูของเธอ
“เจอกันครั้งที่สอง ไม่น่าเรียกว่าบังเอิญแล้วนะครับ คนสวย”
ลมปากของอีกฝ่ายกระทบใบหู พลันทำให้คนที่ถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนรู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่ใบหน้าหล่อเลื่อนออกปลายจมูกโด่งก็สัมผัสกับพวงแก้มอมชมพูแผ่วเบา คนตัวสูงกระตุกยิ้มมุมปากราวกับตั้งใจ
“พี่ขอเข้าไปนั่งเล่นในห้องได้ไหมครับ”
“ฝันไปเถอะ”
“ไม่ต้องบอกก็ฝันถึงทุกคืนอยู่แล้ว ใครจะกล้าลืมคนสวยที่นอนกอดกันในคืนนั้นได้ลง”
“ไอ้บ้า เลิกพูดถึงเรื่องนี้สักที”
“ยอมรับแล้วเหรอครับ ว่าน้องคือผู้หญิงคนนั้น”
มายูชะงักนิ่งเริ่มทำตัวไม่ถูก เมื่อถูกอีกฝ่ายจับผิดที่เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด
“ปล่อย” เธอผลักแผงอกของหนุ่มรุ่นพี่ และครั้งนี้เขาก็ยอมปล่อยท่อนแขนออกจากเอวของเธอแต่โดยดี
“ถ้าก้าวออกจากลิฟต์แม้แต่นิดเดียว รับรองว่าชีวิตของนายจะไม่สงบสุขเหมือนเดิมแน่”
“พี่ต้องกลัวไหม”
“ไอ้โรคจิต ถ้าไม่กลัวตายก็ลองก้าวออกมาสิ”
โปรดกระตุกยิ้มทำตาใสซื่อ จ้องมองหญิงสาวแสดงสีหน้าเกรี้ยวกราดเดินออกจากลิฟต์ไป แต่กลับไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเธอขึ้นมาเลยสักนิด
ได้เห็นคนตัวเล็กขี้งอนแบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกัน
ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาที่ชั้น 34 โปรดก็หยิบคีย์การ์ดออกมาเปิดประตูเข้าไปในห้องพักสุดหรูอย่างอารมณ์ดี
เขามั่นใจแล้วว่าเธอพักอยู่ที่นี่จริง ๆ จากนั้นก็โทรสั่งให้แม่บ้านมาช่วยเก็บของที่คอนโด แล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ในวันต่อมา