“อะ แดกเข้าไป แล้วดูผู้ชายบนเวทีโน่น จะได้ลืมไอ้เหี้ยนั่นซะ”
นี่คือเสียงของไอวี่ เพื่อนสาวสองที่กำลังยื่นแก้วน้ำสีอำพันให้กับคนจิตใจบอบช้ำจากการถูกคนรักหักหลัง
และคนที่ยื่นมือออกไปรับแก้วเหล้ามากระดกดื่มรวดเดียวหมดอย่างไม่รู้สึกขมคอ ก็คือ
มายู เมธนัญ เดอคามีย์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 3 ทายาทนักธุรกิจพันล้านในเครือ D.C.M Group ลูกสาวของแม่พระพายกับพ่อมาคัส มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในแถบภาคเหนือ พ่อเป็นประธานบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์
สาวสวยดีกรีดาวคณะ ดวงตากลมโตที่เคยสดใส ทว่าวันนี้ใบหน้าและแววตาของเธอกลับฉายแต่ความหม่นหมอง ผิดกับลุคคุณหนูผู้มีความมั่นใจในตัวเอง จึงถูกเพื่อนชวนมาเที่ยวสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นครั้งแรก
และไอ้เหี้ยที่ถูกพูดถึง ก็คือแฟนเก่าสารเลวของเธอนั่นเอง
“อ๊าย… อีสโนว์ อีเชอรีน มึงดูเบอร์แปดนั่น ขาว ตี๋ น่าเจี๊ยะมากเลยอะ” แววตาของไอวี่เปล่งประกายเมื่อจ้องมองหนุ่มหล่อบนเวที
“กูว่าเบอร์สองหล่อกว่า” และนี่ก็เป็นเสียงของเชอรีน
และตามมาด้วยเสียงของสโนว์ “แต่กูว่าเบอร์หก”
“อ๊าย… ไม่ไหวแล้วค่า คนนี้กูต้องได้ อีชะนีทั้งสอง ฝากดูเพื่อนมึงด้วย กูขอประมูลแข่งก่อน” ไอวี่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อหนุ่มหล่อหมายเลขแปดกำลังได้รับความสนใจ
เพื่อนสนิทของมายูมีด้วยกันสามคน สโนว์กับเชอรีนเป็นหญิงแท้ ใบหน้าสวยคนละแบบ ส่วนไอวี่ เดิมทีมันชื่อว่าไอซ์ ร่างเป็นชาย แต่ใจเป็นหญิง ดีที่ว่ามีใบหน้าหวาน บวกกับผมยาวสลวยม้วนลอนใหญ่ ศัลยกรรมเสริมหน้าอกมาเรียบร้อยแล้ว ทว่ายังไม่ได้แปลงเพศ คนทั่วไปมองผิวเผินก็ยังมองไม่ออกว่าเป็นสาวประเภทสอง
และสถานที่ที่พวกเธอนั่งดื่มกันอยู่นั้น ก็คือ The Bliss P Club
บาร์โฮสต์ขึ้นชื่อเรื่องหนุ่มหล่อ เอาใจเก่ง เหมาะสำหรับหญิงสาวอารมณ์เปลี่ยว อยากหาคนคลายเหงา พวกเขาพร้อมให้บริการอย่างถึงอกถึงใจ
ด้านหน้าเป็นศูนย์รวมหนุ่มโฮสต์หมายเลขต่าง ๆ ซึ่งกำลังก้าวเดินลงมาจากชั้นสอง เหยียบบันไดทีละขั้นลงมากลางเวทีเพื่ออวดโฉมหน้าอันหล่อเหลา ริมฝีปากคลี่ยิ้มกระชากใจ เรียกเสียงฮือฮาของนักท่องราตรี ที่ออกมาหาความสุขและความบันเทิงให้กับตัวเอง
มายูจับแก้วเหล้าจรดริมฝีปากสีเชอร์รี กลืนน้ำเมาลงคอหลายอึก ไม่ได้ให้ความสนใจขณะที่ไอวี่กำลังยกมือแข่งประมูลดริงค์ของหนุ่มหล่อหมายเลขแปดกับโต๊ะอื่น ๆ อยู่
คืนนี้ตั้งใจออกมาเมาเพื่อลืมแฟนเก่า เธอจะทำให้เขาเห็นว่าตัดผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งไปจากชีวิต ก็ไม่ได้ทำให้เธอใจสลายจนไม่เป็นอันกินอันนอน แม้สภาพจิตใจจะไม่ได้ร่าเริงเหมือนเดิม แต่เธอก็จะไม่แสดงออกว่ากำลังจมอยู่กับความทุกข์ ด้วยการร้องห่มร้องไห้เหมือนกับขาดเขาไม่ได้
“ขอแสดงความยินดีกับโต๊ะหมายเลขเจ็ดด้วยครับ ปิดประมูลหนุ่มหล่อหมายเลขแปด สามร้อยห้าสิบดริงค์”
“อ๊าย… อ๊าย…” ไอวี่แสดงความดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้า และเสียงนั้นก็พลอยทำให้มายูหลุดขำจนลืมความเศร้าไปชั่วขณะ
โต๊ะของเธอมีหนุ่มโฮสต์มานั่งด้วยอีกคน ทำให้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะนังสาวสองที่ทั้งกอดทั้งลูบ ให้สมกับเงินหลายบาทที่เสียไปในค่ำคืนนี้
หนุ่มหล่อบนเวทีเริ่มลดไปทีละคนสองคน จากหมายเลขทั้งหมด มีเพียงหมายเลขหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏตัว
ในช่วงกลางดึกเสียงดนตรีก็ดังกระหึ่มพร้อมกับแสงสี เรียกความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นพิธีกรก็ประกาศออกไมค์
“ต่อจากนี้ทุกท่านจะได้พบกับหนุ่มหล่อตัวท็อปของเดอะบลิสพีคลับ ขอเสียงปรบมือให้กับหมายเลขหนึ่ง น้องโปรดครับ”
“กรี๊ด…”
“อ๊าย…”
เสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่กลบเสียงดนตรีแทบมิด ขณะที่เสียงบรรเลงเงียบลง ก็ได้ยินเสียงรองเท้าหนังดังกระทบกับบันไดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
มายูถูกเสียงนี้กระตุ้นอย่างน่าประหลาดใจ ดวงตากลมจดจ้องตรงบันไดที่มุ่งลงสู่เวทีขนาดใหญ่ แสงไฟสาดส่องไปยังคนที่กำลังเดินลงมาอย่างมีออร่า แต่ที่น่าแปลกคือข้อมือของเขา ไม่มีหมายเลขติดเหมือนคนอื่น ๆ
หนุ่มโฮสต์ที่ยืนอยู่บนเวทีก่อนหน้านี้ มีใบหน้าร่าเริง เล่นหูเล่นตากับแขก ทว่าเขาคนนี้ดูนิ่งขรึม มือข้างหนึ่งถือแก้วเหล้า มืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่แม้แต่จะคลี่ยิ้มสักนิด แต่กลับสะกดสายตาของผู้ชมได้เป็นอย่างดี และตอนนี้ดวงตาคู่คมของโปรดกำลังมองมายังโต๊ะหมายเลขเจ็ดราวกับล็อกเป้าหมาย
“อีชะนี หนุ่มคนนี้มองมาที่พวกเราจ้า… อ๊าย ตัวท็อปซะด้วย”
ไอวี่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะไล่สายตามองตามหนุ่มหล่อหมายเลขหนึ่ง ว่าเขามองใครกันแน่
“กูว่าเค้ามองมึง” สโนว์หันมองมายู
“บ้าน่ะ นั่งอยู่กันตั้งหลายคน จะมองกูคนเดียวได้ไง”
“กูก็ว่ามองมึงนะ ไม่ได้มองพวกกูสองคน ยิ่งอีไอวี่นี่ตัดออกไปเลย” เชอรีนเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ทำไมต้องตัดกูด้วยฮะ”
“ก็มึงมีคนนั่งด้วยแล้ว อีกอย่างมายูก็สวยกว่ามึงตั้งเยอะ ถ้าให้เลือกมอง กูว่ามองมายูดีกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า” เชอรีนโต้กลับ พลางส่งเสียงหัวเราะขำเพื่อนสาวสองที่กำลังเบะปากมองบน
ริมฝีปากสวยของมายูกระตุกยิ้มเล็กน้อย ถึงจะถูกคนที่ชื่อโปรดมองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ใบหน้าสวยของเธอมักจะเป็นที่จับจ้องของหนุ่ม ๆ อยู่แล้ว
มายูละสายตาจากเพื่อน จับแก้วเหล้ามายกขึ้นดื่มทำเป็นไม่สนใจหนุ่มโฮสต์ตัวท็อป ทว่าตอนวางแก้วลงบนโต๊ะ ดวงตากลมกลับเผลอมองไปยังคนที่ยืนอยู่บนเวทีอย่างไม่รู้ตัว และครั้งนี้ก็สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่จ้องมาที่เธอเพียงผู้เดียว
เขาคือ โปรด ปรีชาวิชญ์ โกศลวิวัฒน์สกุล นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี 4 หนุ่มหล่อผู้เป็นเจ้าของบาร์โฮสต์ The Bliss P Club ลูกชายนักการเมืองชื่อดัง แม่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีมากถึง 20 สาขาทั่วประเทศ
ก่อนหน้านี้โปรดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องทำงานบนชั้นสาม มือหนาถือแก้วเหล้า ทอดสายตามองลงมายังชั้นล่างเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอย่างเช่นทุกวัน ทว่ากลับสะดุดตากับแขกโต๊ะเจ็ด ที่นั่งอยู่ด้วยกันสี่คน และเธอคนนั้น คือคนที่ทำให้เขาเผลอมองได้เป็นเวลานานราวกับถูกมนต์สะกด
เธอดูผิดปกติเมื่อเทียบกับนักท่องราตรีคนอื่น ๆ ที่ดูมีชีวิตชีวาเมื่อหนุ่มโฮสต์ปรากฏตัว ทว่าเธอกลับนั่งนิ่ง มีเพียงน้ำเมาที่มอบความสุขในคืนนี้ได้
ใบหน้าสวยของเธอชวนมองเป็นอย่างมาก ทว่าแววตากลับเศร้าชวนให้ค้นหาถึงสาเหตุ และคืนนี้หนุ่มโฮสต์ตัวท็อปหมายเลขหนึ่งได้ขอลาหยุดงานพอดี โปรดจึงสวมรอยลงมารับหน้าที่นี้แทน
“น้องโปรดเป็นตัวท็อปเบอร์หนึ่งของร้าน หน้าตาหล่อเหลา หุ่นดี และเอาใจเก่งแบบนี้ เราจะเริ่มประมูลกันที่สองร้อยดริงค์ มีใครให้มากกว่าสองร้อยดริงค์ไหมครับ”
พิธีกรเริ่มเปิดการประมูล บรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่ก็ยกมือแข่งกันเดิมพัน
“สองร้อยห้าสิบดริงค์”
“สองร้อยแปดสิบดริงค์”
“สามร้อยดริงค์”
คราแรกมายูก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เธอคิดแค่ออกมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนเพียงเท่านั้น ทว่าน้ำเสียงของบุคคลนี้ทำให้รู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก
เธอและเพื่อนต่างพากันเหลียวไปยังโต๊ะที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของเวที วินาทีนั้นคิ้วเรียวของมายูขมวดเข้าหากันเป็นปม อกข้างซ้ายของเธอเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น หรือหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น
ทว่าคนที่กำลังประมูลหนุ่มหล่อบนเวที คือนางแพศยาที่อ้าขาให้แฟนเก่าของเธอกระแทกคาคอนโดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน