สองอาทิตย์ก่อน
“อะ อ๊า… พี่เพทาย ซี้ด… อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“ตอดดีเป็นบ้าเลยริษา”
“อ๊ะ อ๊ะ ถึงใจมากกว่า อึก นังแฟนจืดชืดของพี่ไหมคะ อ๊ะ อืม…”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว อ่า... อย่าไปพูดถึงให้เสียอารมณ์เลย”
ปัก ปัก ปัก
เสียงน่าอายดังระงมภายในห้องนอนของคอนโดหรู ขาที่สั่นราวกับคนหมดแรงจะก้าวเดิน พาตัวเองไปยืนอยู่หน้าประตูอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าของมายูร้อนผ่าวทนฟังถ้อยคำของคนสารเลวที่พูดกับผู้หญิงคนนั้นไม่ไหวอีกต่อไป ตัดสินใจหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปทันที
“ว้าย นังบ้า เปิดเข้ามาได้ไงฮะ”
เพทายผละตัวออกจากผู้หญิงน่าไม่อายที่เปลือยกายให้แฟนชาวบ้านกระแทกคาเตียง ทำให้จุดเชื่อมต่อของคนทั้งสองหลุดออกจากกัน ริษารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ส่งเสียงโวยวายอย่างไม่ชอบใจที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะ
“มะ มาที่นี่ได้ยังไงครับ” เพทายเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกัก อีกทั้งไม่กล้าสบสายตาราวกับกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ
หัวใจของมายูเจ็บปวดราวกับถูกมีดแหลมปักลงกลางใจ เหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรักเสมอมา ภาพที่เห็นมันย้ำชัดว่าไม่ควรเสียเวลาฟังคำอธิบาย เพราะทุกสิ่งที่เพทายจะพูดต่อจากนี้ก็คงไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป
มายูสูดหายใจพยายามข่มกลั้นหยดน้ำตา เธอจะไม่ร้องไห้ให้กับคนต่ำทรามเด็ดขาด รวบรวมสติเอ่ยออกไปเสียงเรียบ
“หึ ทำไมจะมาไม่ได้ หรือว่าลืมไปแล้วว่าห้องนี้ใครเป็นคนจ่ายเงินซื้อมา”
“เอ่อ พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น มายูจะมาทำไมไม่บอกพี่ก่อน”
“ถ้าบอกก่อน ฉันก็อดเห็นคนสันดานต่ำกำลังสมสู่กันน่ะสิ”
มายูกระตุกยิ้มราวกับคนไม่ถือสาเอาความ ทั้งที่เธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนอกใจมาก่อน และที่มาครั้งนี้ก็ตั้งใจซื้ออาหารมื้อเย็นมานั่งกินด้วยกันก็เท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอภาพบาดตาบาดใจอย่างนี้
เธอปรบมือเสียงดัง จ้องทั้งสองคนที่อยู่บนเตียงสลับกัน ก่อนจะเอ่ยกับริสา เพื่อนร่วมสาขาที่เรียนด้วยกันมาถึงสองปีกว่า
“ยินดีด้วยนะ ที่เธอได้ตัวเหี้ยไปครอบครอง”
“นี่แฟนพี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” ริษาหันไปเอ่ยกับแฟนคนอื่น ก่อนจะขมวดคิ้วหันใบหน้ามาจ้องหน้ามายู
“ก็เพราะทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ไง พี่เพทายถึงได้เบื่อเธอ”
“อ่อ งั้นเหรอ คงจะมีแต่พวกเดียวกันสินะ ถึงได้รู้ใจกันขนาดนี้ อีเหี้ย”
“กรี๊ด… อีมายู”
มายูเดินเข้าไปใกล้เตียงทางฝั่งที่ริษานั่งอยู่ มือทั้งสองข้างจับผ้าห่มออกแรงฉุดกระชาก จนในที่สุดมันก็หลุดจนเห็นคนหน้าด้านนั่งเปลือยกาย เหมือนก่อนหน้าที่กำลังมีความสุขอยู่กับแฟนของเธอ
เพียะ
ริษาถูกตบเข้าที่ใบหน้าข้างซ้ายเต็มแรงจนหน้าหัน มายูก้าวขึ้นไปยืนบนเตียง ยกเท้าถีบแฟนสารเลวจนหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น หันมากระชากผมของเพื่อนร่วมสาขา ฟาดฝ่ามือตบใบหน้าอีกหลายทีเพื่อให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอกำลังได้รับ
“กรี๊ด อีมายู มึงกล้าตบกูเหรอ”
แม้อีกฝ่ายจะแผดเสียงร้อง พยายามสู้กลับแต่ก็ไม่เป็นผล ฝ่ามือของมายูตบเข้าที่ใบหน้าของคนไร้ยางอายอย่างต่อเนื่อง
เพียะ
“ทำไมกูจะไม่กล้า”
เพียะ เพียะ
“โอ๊ย อีบ้า กูเจ็บนะ”
เพทายที่อยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน นั่งหลบอยู่ข้างเตียง โผล่เพียงใบหน้าขึ้นมาเอ่ย
“มายู พอเถอะ อย่ามีเรื่องกันเลย”
“หุบปาก”
มายูโพล่งขึ้นเสียงแข็งกร้าว หันไปชักสีหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์แค้นเคืองใส่เพทาย ผู้ชายที่เธอรักและเคยทุ่มเทให้ทุกอย่าง
เขาอยากอยู่ห้องพักหรู ๆ เพื่อความสะดวกสบาย เธอก็เป็นคนจ่ายเงินซื้อคอนโดห้องนี้ให้ รถของตัวเองก็มอบให้อีกฝ่ายเอาไว้ใช้งาน ส่วนเธอต้องอาศัยรถของเพื่อนไปเรียน บางวันก็เรียกรถทางแอปพลิเคชัน อาทิตย์หนึ่งเขาจะมารับมาส่งแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไร
แต่ดูสิ่งที่เขาตอบแทนเธอสิ มันไม่ใช่ความรัก แต่คือการนอกกายนอกใจ
เพทายรู้ดีว่ามายูเป็นลูกสาวของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปแยกพวกเธอไม่ให้ตบตีกัน ขณะที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจก็รีบคว้ากางเกงขึ้นมาสวมใส่ปกปิดลำท่อนที่ยังไม่ได้ระบายน้ำ ก็ดันมาถูกจับได้คาหนังคาเขาเสียก่อน
มายูลงโทษผู้หญิงหน้าด้านจนเจ็บฝ่ามือ จึงยอมปล่อยแล้วก้าวลงจากเตียง
“ฮึก พี่เพทาย นังบ้านี่มันทำริษาเจ็บไปหมดเลยค่ะ”
ริษาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ยกมือขึ้นทาบแก้มที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มุมปากมีเลือดซึมออกมา ส่งเสียงอ้อนแฟนคนอื่นทันที ราวกับว่าบทลงโทษที่ได้รับเมื่อครู่ ไม่สามารถปลุกสมองในส่วนคิดวิเคราะห์ในเรื่องชั่วดีให้ทำงานขึ้นมาได้เลยสักนิด
“รีบเข้าไปดูชู้รักของพี่สิ”
“ดูแลตัวเองไปก่อน” เพทายเอ่ยกับริษา ก่อนจะรีบเดินตามหลังแฟนของตนออกไปนอกห้องนอน
“ฟังพี่อธิบายก่อนนะมายู”
เพทายยืนอยู่ตรงหน้าแฟนสาวขณะที่เธอนั่งลงบนโซฟาแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง มือเล็กหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดโทรทัศน์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกเย็นยะเยือก ขนกายลุกชันไปทั่วทั้งตัวกับท่าทีแสนเย็นชา
“อยากพูดอะไรก็พูดมาสิคะ”
มายูเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ดวงตาจดจ้องภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดหกสิบห้านิ้ว โดยไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่จะเหลียวมองแฟนของเธอเลยสักนิด
“เอ่อ… เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ ถ้าริษาไม่ยั่วพี่ มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้”
“อ้อ… นังนั่นยั่วพี่ พี่ก็เลยอดใจไม่ไหวจนต้องเปิดประตูห้องให้ แล้วพามันมามีอะไรกันที่นี่สินะ อืม… ฟังดูก็พอเข้าใจ”
มายูคลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายราวกับตัวเองเป็นแม่พระนั่งอยู่ในโบสถ์อย่างคนใจเย็น ทั้งที่ภายในใจมันแตกสลายไม่มีชิ้นดี ไม่คิดเลยว่าเธอจะต้องมาเจออะไรแบบนี้
“ช่วยเข้าใจพี่หน่อยนะครับ เราคบกันมาปีนึงแล้ว แต่มายูไม่เคยให้พี่ทำอะไรนอกจากจับมือกับหอมแก้ม พี่เป็นผู้ชาย มันก็มีอารมณ์แบบนั้นบ้าง”
“ก็เลยหาที่ลงด้วยการนอกใจใช่ไหม”
มายูขยับตัวลุกออกจากโซฟา ไปยืนอยู่ตรงหน้าแฟนหนุ่ม ก่อนจะยกฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนเสียงดัง
เพียะ
“อยากตบก็ตบเลย ตบพี่อีก พี่จะยืนนิ่ง ๆ ให้มายูตบจนกว่าจะพอใจ แล้วเรามาคืนดีกันนะครับ พี่สัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับริษาอีก”
แม้จะอยากลงโทษเขามากเพียงใด แต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ระบายความแค้นเพื่อให้มือของเธอแปดเปื้อนสิ่งสกปรก มายูกลับไปนั่งลงเอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟาในท่าเดิม แขนทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอก ช้อนดวงตาว่างเปล่าขึ้นมองคนที่ทำให้เธอผิดหวัง
“คิดว่าตัวเองดีพอ จนฉันขาดไม่ได้หรือไง หึ เราเลิกกันเถอะ”
เธอแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากกระตุกยิ้ม จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเลกับการตัดสินใจในครั้งนี้
“ไม่เอาแบบนี้สิ พี่ทำผิดแค่ครั้งเดียวเอง”
“ฉันจะให้เวลาสามวัน รีบเก็บของแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ อ้อ แล้วก็คืนกุญแจรถมาด้วย”
“พี่ขอโทษนะมายู เราคืนดีกันนะครับ”
“กุญแจรถฉันอยู่ไหน”
เธอถลึงดวงตาแข็งกร้าวอย่างไร้เยื่อใย ความรักที่เคยมีให้กัน มันพังทลายนับตั้งแต่วินาทีที่เจอเขากำลังมีอะไรกับผู้หญิงอีกคน
มือเล็กยื่นออกไปด้านหน้าเพื่อกดดัน เพทายจำต้องยอมเดินไปหยิบกุญแจรถสปอร์ตคันหรู ส่งคืนให้กับเจ้าของ
มายูลุกขึ้นก้าวเดินออกไปยืนห่างจากเพทายประมาณช่วงแขน หันแผ่นหลังให้เขาแล้วเอ่ยเสียงแข็งแสดงถึงจุดยืนว่าเธอไม่ใช่คนใจอ่อนที่จะยอมให้อภัยคนทำผิดได้ง่าย ๆ
“ครบสามวันฉันจะให้ลูกน้องของพ่อเข้ามาดูอีกครั้ง หวังว่าจะไม่เจอพี่อยู่ที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัย”
เพื่อปลอบประโลมความเจ็บปวดที่ได้รับจากคนที่เธอเคยไว้ใจ และไม่อยากหลงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับเพทายอีก รถที่อีกฝ่ายส่งคืน มายูได้ตัดสินใจขายต่อแล้วซื้อคันใหม่ หลังจากแฟนเก่าของเธอย้ายออก ก็ประกาศขายคอนโดทันที