รถสปอร์ตคันหรูจอดที่ลานจอดรถของคณะบริหารธุรกิจ หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดรูปเปิดประตูลงจากรถด้วยความมั่นใจ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยิ่งทำให้ความสวยของมายูเด่นชัด สะดุดสายตาชายหนุ่ม
สาวสวยหุ่นนางแบบเดินสับรองเท้าส้นสูง เดินไปตามทางเพื่อเข้าไปยังตึกคณะ
คาบเช้าเธอมีเรียนถึงสิบโมง วิชาถัดไปอาจารย์ได้ยกคลาสทำให้พวกเธอว่าง จึงพากันไปที่หอสมุดของมหาวิทยาลัย ก่อนจะนำกระเป๋าไปฝากไว้ตรงจุดรับฝาก แยกย้ายกันไปหาหนังสือที่ต้องการ
มายูเดินเลือกหนังสืออยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องโล่งกว้าง ดวงตากลมไล่สายตาอ่านชื่อหนังสือที่พิมพ์ติดตรงสันทีละเล่ม เธอหยิบมาไว้ในมือเล่มหนึ่ง ก่อนจะหาเล่มอื่นต่อ
เธอกำลังจดจ่ออยู่กับการหาหนังสือบนชั้นวางที่อยู่ในระดับสายตา ไม่ทันสังเกตว่ามีคนนั่งอยู่กับพื้น เอนแผ่นหลังพิงชั้นไม้อ่านหนังสืออยู่ ทำให้เดินสะดุดขาของอีกฝ่ายล้มลงไปนั่งบนตักของเขา
“ว้าย”
หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดรูปเผลอส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ดวงตากลมก็เบิกกว้าง พลันตกใจหนักขึ้นไปอีก
มายูพยายามดันตัวออก ทว่าคนที่เธอล้มใส่ดันกอดเอวเอาไว้แน่นราวกับตั้งใจแกล้งเธอ อกข้างซ้ายเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ใช้มือผลักแผงอกของอีกฝ่าย แต่กลับถูกมือหนารั้งแผ่นหลังให้ขยับเข้าไปใกล้กันมากขึ้น
“ปล่อยฉันนะ”
“ปล่อยแบบไหนดีครับ ปล่อยในดีไหม”
เขากระตุกยิ้มมุมปาก จ้องคนตัวเล็กด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ คราแรกก็กะจะผลักเธอออก แต่พอเห็นใบหน้าสวยของคนที่ทิ้งให้เขานอนเดียวดายอยู่บนเตียงในห้อง VVIP หลังจากมีอะไรกัน โปรดจึงกอดเธอเอาไว้แน่น
“ไอ้บ้า เราไม่รู้จักกัน อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันนะ นี่มันห้องสมุด ไม่ใช่บาร์โฮสต์”
มายูพลั้งปากเอ่ยถึงสถานที่ที่เธอกับเขามีความสัมพันธ์อันเร่าร้อนด้วยกัน ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้บังเอิญมาเจอกันอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเขาที่มหาวิทยาลัยมาก่อน และเรื่องในคืนนั้นมันก็ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว
“ไม่รู้จักกัน แล้วทำไมถึงนึกถึงบาร์โฮสต์ล่ะครับ หรือว่าเราเคยเจอกันที่นั่น”
ใบหน้าหล่อเอียงเล็กน้อย ส่งสายตาจ้องคนตัวเล็กราวกับกดดันให้เธอเผยความจริงออกมา
เขาอยากจะรู้นักว่าจะตีเนียนไปจนถึงเมื่อไร
“ฉันก็แค่… แค่เปรียบเทียบ และอีกอย่างฉันไม่เคยไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น”
โปรดกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นแววตาเลิ่กลั่กของคนไขสือ
ใบหน้าสวย แววตาซ่อนความเศร้าแบบนี้ เขาจำเธอได้ดี
“เหรอครับ งั้นเรามารำลึกความหลังกันหน่อยไหม ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”
“แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย”
มายูหันใบหน้าหลบสายตาคมที่เอาแต่จ้องราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว พลันทำให้นึกถึงเรื่องคืนนั้น สายตาของเขาก็มองเธอแบบนี้ไม่มีผิด
“ผมชื่อโปรด สถาปัตย์ปีสี่” เอ่ยจบใบหน้าหล่อก็เลื่อนเข้ามาตรงข้างพวงแก้ม “หล่อ โสด และเอา ใจเก่ง”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายแผ่วเบาเอ่ยใกล้ใบหู ทว่ากลับเน้นย้ำคำว่าเอาอย่างชัดถ้อยชัดคำ พลันทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของคนฟังสั่นรัวราวกับแผ่นดินไหว
มายูภาวนาในใจว่าขอให้รีบปล่อยเธอทีเถอะ ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า โดยเฉพาะเพื่อนของเธอ
“ดูแล้วน้องไม่น่าจะรุ่นเดียวกัน งั้นเรียกพี่โปรดก็ได้นะครับ อยากฟังเสียงหวาน ๆ ของน้องเรียกชื่อพี่จัง”
“พูดจบรึยัง” เธอเอ่ยตัดรำคาญ
“ยังครับ อยากพูดด้วยทั้งคืนเลย”
น้ำเสียงทุ้มละมุนดังพร้อมกับริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอนั่งนิ่งไปชั่วครู่ราวกับตกอยู่ในภวังค์
ทันใดนั้นมายูก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของหนุ่มรุ่นพี่กระทบพวงแก้ม เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เปลือกตากระพริบถี่ รีบเอนตัวหลบ
“จะทำอะไร”
“ปากน้องนี่น่าจูบจัง”
“คิดว่ามุกแบบนี้จะใช้กับฉันได้ผลเหรอ ถ้ามีใครมาเห็นเข้า ฉันจะบอกว่านายกำลังลวนลามฉันอยู่”
“ถ้าอยากให้ปล่อย งั้นมาแลกคอนแท็กซ์กันก่อนสิครับ”
เขาเอ่ยพลางเลื่อนมือหนาล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยื่นให้เธอ
คิ้วเรียวสวยขมวดจ้องใบหน้าหล่อที่เหมือนได้ใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายได้คืบจะเอาศอก ใช้วิธีบังคับเพื่อแลกกับช่องทางการติดต่อของเธอ
มายูถอนหายใจ ก่อนจะรับโทรศัพท์ของโปรดมากดเบอร์โทร เสร็จแล้วก็ส่งคืนให้กับเจ้าของ
“ขอเฟซบุ๊กหรือไอจีด้วยได้ไหมครับ สมัยนี้ไม่มีใครเขาโทรคุยกันแบบนี้แล้ว”
“หึ” หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ พลางคลี่ยิ้มอย่างน่าหลงใหล
ทว่าภาพน่ารักนั้นปรากฏแก่สายตาของโปรดเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เธอจะเอ่ยเสียงเข้ม เปลี่ยนเป็นสีหน้าดุดัน
“อย่าเรื่องมาก”
“โอเคครับ เอาแค่เบอร์ก่อนก็ได้ เรายังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกนาน ว่าแต่น้องชื่ออะไรเหรอครับ เผื่อว่าตอนอยากปลดปล่อย จะได้นึกถึงหน้าสวย ๆ แล้วเรียกชื่อถูก” เขาพูดติดเรตสิบแปดบวก เพื่อแกล้งหยอกคนตัวเล็ก
“ไอวี่”
มายูผลักแผงอกของอีกฝ่าย รีบดันตัวลุกขึ้นออกจากตักของเขา แล้วเดินหนีออกไปทันที
โปรดกระตุกยิ้ม ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นโบกไปมา มองตามแผ่นหลังของสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรูป กระโปรงทรงเอสั้นกลางหน้าขา
“ไว้พี่จะโทรหานะครับ น้องไอวี่”