เชลยทราย ทาสชีคเถื่อน ตอนที่ 2

1596 Words
อีกห้าปีอับดุลอาเหม็ดหัวหน้าเผ่ากัวลา มีภรรยาสาวอีกคนพร้อมให้กำเนิดบุตรสาว นามว่า มาราตี ซูไรละห์ ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะถูกลอบสังหารทั้งครอบครัวรวมถึงบุตรชายเพียงคนเดียวก็เสียชีวิตไปด้วย เหลือเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่รอดชีวิต ชีคอับดุลอาซิ ผู้เป็นน้องชายจึงสืบทอดการดูแลชนเผ่าต่อจากพี่ชายคนเดียว รวมถึงรับดูแลบุตรสาวคนเดียวในวัยแบเบาะที่ยังรอดชีวิตอยู่ อีกหลายปีต่อมาเขาจึงส่งบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่สอง คือ   ซูไรดาและมาราตีผู้เป็นหลานสาว ไปอยู่รัฐซาลาล ดินแดนแห่งโหราศาสตร์และคำทำนาย โดยมีผู้ดูแลคือยะห์นาคนสนิทของกอมารียะห์ภรรยาคนที่สองของอดีตหัวหน้าเผ่า ชีคคาลิฟ อาลี โซมาล ครองราชย์ได้สิบปีก็ทรงสวรรคต ด้วยวัย 55 ปี ทรงมีบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากหญิงสาวในฮาเร็มรวมสิบสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งคนกำเนิดจากนูรไอรินดามีนามว่าอัฟฟาน และบุตรสาวอีกสิบสองคนที่กำเนิดจากภรรยาอีกสามคน ฮิจเราะห์ ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1370 ชีคอัฟฟาน อาลี โซมาล วัย 26 ปี ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา หลังจากนั้นอีกสามปีมารดาก็เสียชีวิต บทนำ ชนเผ่ากัวลา: ดินแดนทะเลทรายทางตอนเหนือของซาล (ฮ.ศ.) ที่ 1378 เดือนรอบิอุซ อาร์เคร “พี่ยูดาผ้าผืนนี้สวยจัง” มาราตี หญิงสาววัย 18 ปี หยิบผ้าผืนสวยสีเขียวใบตองขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ผ้าพวกนี้ส่งมาจากทางตอนใต้ของรัฐ ซูไรดา ซูไรละห์ วัย 20 ปี มองน้องสาวผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของอับดุลอาเหม็ดอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลาผู้เป็นลุงด้วยความเอ็นดู “สวยจ้ะ เป็นสีที่เจ้าชอบด้วยนี่” หญิงสาวยิ้มแย้มชื่นชมกับผ้าคลุมผืนสวยที่เป็นงานฝีมือประณีตสลับกับลูกปัดสีสวยลวดลายงดงาม ยิ่งเมื่อน้องสาววางทาบกับหลังมือยิ่งขับผิวให้ผุดผ่องยิ่งขึ้น เพราะมาราตีเป็นหญิงสาวที่มีผิวขาวเนียนละเอียดงดงามเหมือนมารดาของนาง นอกจากผ้าแล้วยังมีสิ่งทออย่างอื่นเป็นผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าไหม ผ้าขนแกะอีกมากมายวางขายให้หาซื้อกันในโอกาสต่างๆ ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่งหนาตา ช่วงนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์และมีฝนตกชุกมากกว่าเดือนอื่นๆ แต่เพราะเป็นดินแดนทะเลทรายจึงทำให้ฝนมีปริมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ต่างๆ ในรัฐ ท้องตลาดของชนเผ่ามีสินค้าต่างเมืองมากมาย ได้แก่ ผ้าแพรภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผา หม้อไหวางเรียงรายจนสุดทางรวมถึงของใช้อื่นๆ เช่นลูกปัดสี เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ ตะเกียง ตะปู เข็ม บังเ**ยน ลูกบิดประตู กุญแจคล้องสายยู อาวุธ เครื่องหนัง กระเป๋า พรม เบาะ ฯลฯ “เจ้าไม่เอารึ” ซูไรดาเลิกคิ้วถามน้องสาวเมื่อเห็นมาราตีวางผ้าผืนสวยลงดังเดิม “สวยดีค่ะพี่ยูดา แต่ข้าขอดูของอีกหลายอย่างก่อน” สีหน้าของน้องสาวทำให้รู้ว่านางต้องการสินค้าชนิดอื่นอีก เพราะกลัวอัฐที่นำติดตัวมาจะไม่พอ ตอนนี้บิดากำลังเจรจาเรื่องการค้าขายอยู่ด้านใน ทั้งสองจึงปลีกตัวออกมาเดินเล่นชมตลาด ข้าวของส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาด ชนเผ่ากัวลาจะเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แล้วค่อยนำมาจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางที่มีฐานะในรัฐออกวางขายให้ประชาชนอีกทีหนึ่งดังนั้นเม็ดเงินมหาศาลจึงไหลเข้ากัวลาแต่เพียงเผ่าเดียว “พี่มีอัฐเพียงพอ เอาเถอะเดี๋ยวมีคนซื้อไปหรอก” ซูไรดาพูดเสียงหวาน “งั้นข้าจองผืนนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา ขี้เกียจถือ” มาราตีหันไปกำชับแม่ค้า แม่ค้าพยักหน้ารับ “งั้นไปกันเถอะ ดีเหมือนกันค่อยกลับมาเอา เพราะต้องเดินซื้อของอีก เดี๋ยวจะไปลืมทิ้งไว้ที่ร้านใดร้านหนึ่ง” ซูไรดาจับมือน้องสาวเดินดูของไปเรื่อยๆ มีร้านขายสินค้าจำพวกอาหาร ได้แก่ เครื่องเทศ เกลือ อินทผลัม ผลไม้แห้ง ลูกเกด มะเดื่อ น้ำผึ้ง เนื้อตากแห้ง ธัญพืช ข้าวชนิดต่างๆ และสมุนไพรมองแล้วละลานตาไปหมด จนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาสิ่งไหนดี “เจ้าอยากกินอีกละสิ” คำพูดรู้ใจทำให้มาราตียิ้มแก้มปริ แค่มองเห็นอินทผลัมเธอก็กลืนน้ำลายด้วยความหิว ทั้งสองซื้ออินทผลัมก่อนเดินชมตลาดต่อไป อีกด้านของตลาดเป็นสินค้าพวกเครื่องสำอาง ขี้ผึ้ง ยาสูบ ธูป น้ำหอม คราม ซูไรดาหยิบเฮนน่าขึ้นมาดูก่อนซื้อเพื่อนำไปบำรุงผม ทั้งสองซื้อของมากมายอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ซูไรดาจะถามน้องสาวอีกครั้ง “กลับไปซื้อผ้าคลุมผืนนั้นก่อน เดี๋ยวเจ้าจะลืม” มาราตีหัวเราะเบาๆ เพราะเมื่อได้ของหลายอย่างถูกใจเธอก็ชักจะลืมเลือนไปเหมือนกัน ซูไรดามองรอบกายที่พวกเธอยืนอยู่ จึงรู้ว่าเดินมาจนเกือบสุดตลาดซึ่งเป็นการค้าขายสัตว์ต่างๆ ที่ใช้เป็นพาหนะ เช่น ม้า อูฐ และเพื่อบริโภค เช่น แพะ แกะ พูดได้ว่าแม้กัวลาจะอยู่ในดินแดนทะเลทราย แต่ช่างเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งการค้า เรียกได้ว่าขุมทรัพย์แห่งทะเลทรายเลยก็ว่าได้ “ข้าอยากได้ ไปเถิดพี่” มาราตีจูงมือพี่สาวกลับไปยังร้านขายผ้าร้านเดิม แต่ต้องผิดหวังเมื่อมีคนซื้อตัดหน้าไปเสียแล้ว เพราะแม่ค้าขัดคนที่มาขอซื้อไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่มั่นใจว่าลูกค้าที่จองไว้จะกลับมาเอาหรือไม่ ซึ่งมาราตีก็ไม่โทษแม่ค้าเพราะเข้าใจดีว่าอยากขายสินค้าให้ได้ แม่ค้าขายผ้าชี้ไปยังชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่ บึกบึน แต่เธอเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น “นั่นไง พี่บอกเจ้าแล้วว่าให้รีบซื้อ มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว เขาคงซื้อไปให้คนรักหรือญาติที่เป็นหญิง” ซูไรดามองร่างสูงตามน้องสาวไปอีกคน “ข้าเสียดายมากพี่ยูดา แต่ไม่เป็นไรหรอก วันหลังข้าอาจถูกใจผ้าผืนใหม่ ค่อยซื้อก็ได้” มาราตีทำหน้าผิดหวัง ก่อนจะหันไปเห็นชายฉกรรจ์สามคนกำลังลากหญิงสาวร่างบอบบางสามคนด้วยกิริยาฉุดกระชากลากถู  “พี่ยูดา ทำแบบนี้ได้อย่างไร ดูผู้หญิงพวกนั้นสิ ท่าทางพวกนางจะไม่เต็มใจ ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปช่วยนาง” มาราตีรีบเดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว “อย่าเลยรตี เรื่องของเค้าอย่าไปยุ่งเลย”ซูไรดาดึงแขนน้องสาวเอาไว้ “ไม่ได้พี่ยูดา ดูสิ... ใช้กำลังกับผู้หญิงได้ยังไง” มาราตีแทบทนไม่ไหวที่เห็นชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวทำรุนแรงกับหญิงสาวที่เธอก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นอะไรกัน แต่ในซาลผู้ชายจะมีอำนาจมากกว่าผู้หญิง ไม่เหมือนรัฐซาลาล ดินแดนที่เธอไปอาศัยอยู่ จะให้เกียรติผู้หญิงพอสมควร “รตีอย่าไปยุ่งเลย” ซูไรดาห้ามอีก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อน้องสาวคว้าคันธนูที่วางขายรวมกับสินค้าชนิดอื่นอันได้แก่ หนังแพะ หนังแกะ และงาช้าง มาราตียิงธนูโดยใช้ลูกธนูสามดอกพร้อมกัน ...ธนูดอกแรกถูกที่มือของชายหนุ่มที่กำลังจะเงื้อมือตบหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวร้องไห้สุดชีวิต แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะคงคิดว่าเป็นทาสที่โดนนำมาขาย นอกจากสินค้ามากมายแล้ว ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ยังมีการค้าขายทาสอีกเป็นจำนวนมาก ...ลูกธนูดอกที่สองปักที่ขาของชายหนุ่มอีกคน เพราะมาราตีคิดว่านอกจากตบยังจะกระทืบหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ซ้ำ ส่วนลูกธนูดอกที่สามปักไปที่ผ้าโพกศีรษะของชายหนุ่มคนสุดท้ายที่กำลังกระชากแขนของหญิงสาวคนอีกคน จนผวาไปติดกับกำแพงร้านค้า ด้วยความแม่นยำทำให้ชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร!!! “รตี” ซูไรดาอุทานเมื่อเห็นน้องสาวยิงชายฉกรรจ์สามคนแม่นยำทุกจุดเหมือนจับวาง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนของซาล แต่มาจากรัฐอื่น หญิงสาวที่ถูกทุบตีตัวสั่นรีบวิ่งเข้ามาหลบหลังมาราตีพร้อมกันด้วยความหวาดกลัว สายตาคมสีเหล็กกล้ามองดูเหตุการณ์ด้วยความชื่นชม ร่างอรชรแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้างดงามที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแต่เก่งกาจเกินชายทำให้เขามองอย่างทึ่งๆ ถูกตาต้องใจจนต้องยืนปักหลักมองตาไม่กะพริบ “ท่านถูกใจนางรึ” คนสนิทที่ตามติดและเป็นสหายรักทั้งสองมองตามสายตาของนายเหนือหัวด้วยความชื่นชมไม่ต่างกัน ผู้มีศักดิ์สูงกว่าเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ดวงตาเปล่งประกายประหลาด 
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD