EP 5/2 กักตัวไม่กักใจ

1089 Words
ภายในกระท่อมมุงฟางสว่างขึ้นด้วยแสงจากไฟฉาย ศรัณตามอารดาเข้ามา เขาเปิดมุ้งที่กางไว้ให้หล่อนเข้าไปข้างใน ก่อนที่ตัวเองจะมาเปิดหน้าต่างค้างไว้ หน้าต่างสองบานที่มีคงพอช่วยให้คลายร้อนได้บ้าง “ขอบใจที่ไม่เอาตะเกียงนั่นเข้ามา ได้กลิ่นแล้วปวดหัว” “ผมชอบ มันโบราณดี แต่รู้ว่ากลิ่นมันแรง จุดไว้ข้างนอกก็พอได้ เอาละนะ...คุณจะนอนได้ไหม มันคงร้อนไปถึงช่วงเที่ยงคืนโน่นแหละ” เอ่ยกับหล่อนแล้วปิดไฟฉาย ในกระท่อมเลยมีแสงเพียงสลัวเลือนราง “ฉันทนได้ นอนเถอะ” บอกคนที่นอนอยู่ข้างกันอย่างเกรงใจ พยายามข่มตาให้หลับในค่ำคืนที่ร้อนอบอ้าวเหลือเกิน แล้วอยู่ๆ ไอเย็นฉ่ำชื้นก็คืบคลานเข้ามา เสียงฝนดังซ่าๆ กระหน่ำอยู่บนหลังคามุงฟาง “ว้าว...ดีจัง” “นั่นสิ ดีจริงๆ” อารดายิ้มหวาน ท่ามกลางแสงสลัว ตะเกียงที่จุดไว้ด้านนอกยังส่องแสงอยู่ มันส่องเข้ามาข้างในเพียงเล็กน้อย บางทีสายลมหอบใหญ่พัดเข้ามา ตะเกียงที่แขวนไว้ใต้ชายคาก็สั่นไหว เกิดเป็นแสงวูบวาบตามแรงลม เธอมองแสงที่กำลังเคลื่อนไหวแล้วข่มใจให้หลับตา ทว่าผ่านไปเกือบชั่วโมง เธอก็หลับไม่ลง อากาศโดยรอบเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว คนที่นอนข้างๆ ต้องลุกจากที่นอนไปปิดหน้าต่าง ฝนยังตกอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ แล้วแสงจากโทรศัพท์ของเขาก็สว่างขึ้นมา เหมือนว่าข้อความไลน์จะเด้งขึ้นมาที่หน้าจอ เธอพลิกกายหันหลังให้ ได้ยินเสียงเขาเรียกสองสามที แต่ไม่ขานรับ เขาดึงผ้าห่มผืนบางคลุมขึ้นมาถึงต้นขาให้เธอ ก่อนจะนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่สักพัก เธอนอนไม่หลับแต่ไม่กล้าหันไปถามว่าเขา แชตไลน์อยู่กับใคร ___________ อรุณรุ่งวันใหม่ อารดายังเก็บความสงสัยใคร่รู้เอาไว้ แต่ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยถามไถ่ เธอคิดว่าทุกคนย่อมมีเรื่องส่วนตัว คนเราแม้จะแต่งงานก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้าง ชีวิตคู่มันถึงจะไปกันรอดไม่ใช่หรือ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของเธอถูกพับใส่กระเป๋าเดินทางมาให้ น่ากอดพี่พุดซ้อนแรงๆ ที่ไม่ลืมโทรศัพท์มือถือที่เธอวางทิ้งไว้ข้างหมอน เธอโทรกลับไปขอบคุณพี่เขายกใหญ่ และยังฝากฝังให้ช่วยดูแลบิดาที่บ้านด้วย เธอยังไม่เห็นศรัณเลย เขาหายไปไหนไม่รู้ แต่บนแคร่หน้ากระท่อมนั้นมีปิ่นโตกับข้าวตั้งอยู่พร้อมกับขวดน้ำดื่มสามโหลที่สามารถดื่มไปได้หลายวัน เธอรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัว ดีใจที่อย่างน้อยก็มีชุดชั้นในเปลี่ยน พอแต่งตัวเสร็จก็ได้ยินเสียงกุกกักที่หน้ากระท่อม เดินออกมาดูก็เห็นพ่อเด็กน้อยของเธอกำลังดึงสายไฟเข้าใกล้ชายคา “ตื่นแล้วเหรอ ผมดึงสายไฟอยู่ จะเสร็จละ หาที่ตั้งปลั๊กก่อน” บอกอย่างนั้นแล้วดึงสายไฟเข้าไปข้างใน แลหาต้นเสาที่จะติดตั้งปลั๊กไฟ เมื่อวานน้าชุนให้คนงานเร่งตั้งเสาไฟแบบชั่วคราว ขุดหลุมตั้งเสาปูนไปเป็นสิบกว่าต้นกว่าจะมาถึงท้ายสวนได้ อารดามองสามีวัยละอ่อนกำลังจัดการกับปลั๊กไฟ เธอถอยออกมาห่างๆ ดูเขาทำงานราวกับช่างผู้ชำนาญ “ทำเป็นแน่เหรอ เรียนมาหรือเปล่า มันอันตรายนะ” “ไม่เป็นไรน่า เป็นผู้ชาย ติดปลั๊กต่อไฟเล็กๆ น้อยๆ ควรทำได้สิ จริงไหม” เธอเผลอเบ้ปากใส่คนขี้โม้ไปทีสองที ยืนมองเขาอยู่ห่างๆ ช่างไฟจำเป็นก็ทำไปยิ้มไป เหงื่อเม็ดใหญ่ๆ ไหลอาบร่างเขาเป็นประกายวับวาว เธอก็มองเพลินสิ แขนแข็งแรงกับกล้ามแน่นๆ ตอนถือไขควงทำไมดูดีอย่างนี้นะ “มีเมียคอยเป็นกำลังใจ ให้แบกครกขึ้นภูเขาไฟ ผมก็ทำได้สบาย” อารดาส่ายหน้าให้คนปากหวาน เธอออกมานั่งบนแคร่หน้ากระท่อมแล้วเริ่มแกะกับข้าวเตรียมไว้รอท่า อากาศยามเช้ากลางดงกล้วยหลังฝนตกไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก มันเย็นดี ที่สำคัญคือบ่อใหญ่ข้างกระท่อมนี่น้ำสูงขึ้นมามากโข เมื่อคืนฝนคงตกหนักทั้งคืนกระมัง “เสร็จแล้ว!” เสียงศรัณร้องดังมาจากข้างใน ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับวางเครื่องมือจำพวกไขควงไว้บนแคร่ เหงื่อเขายังชุ่มร่าง แต่ใบหน้ามีรอยยิ้มพร่างพราย อารดาเตรียมสำรับเสร็จแล้ว เธอรีบเปิดฝาขวดน้ำแล้วส่งให้เขา “ถ้ามีน้ำเย็นให้ดื่มคงดีนะ” “โอ...ลืมไปเลย คุณอุ่นก็ขี้ร้อนเหมือนผมใช่ไหม” “ฉันเปล่า ไม่ได้อยากเรื่องมากอะไร แค่เห็นศรัณเหนื่อยๆ เหงื่อออกมากอย่างนี้ ได้ดื่มน้ำเย็นคงชื่นใจ” “แค่คุณอุ่นยื่นขวดน้ำมาให้ ผมก็เย็นไปถึงขั้วใจแล้วคนดี” เด็กน้อยช่างปากหวาน อารดาอยากขำให้มุกเลี่ยนๆ แต่พวงแก้มดันเห่อร้อนขึ้นมา “เราจะทำอะไรต่อดี” “ผมจะทำงานก่อน” “งาน?” “อือ...คุยงานกับลูกค้าทางโทรศัพท์น่ะ เรื่องกล้วยๆ นี่แหละ” เขาอธิบายสั้นๆ เริ่มตักข้าวเข้าปาก มื้อเช้าที่มีเพียงอารดากับเขา ช่างเป็นมื้อเช้าที่เลอค่าเหลือเกิน “ขายดีไหม กล้วยน่ะ” สาบานว่าปกติเธอไม่ใช่คนที่อยากรู้เรื่องชาวบ้าน แต่กับศรัณผู้เป็นสามี เธอกลับอยากรู้เรื่องเขาไม่หยุดหย่อน และมันน่ารำคาญที่เธอรู้สึกว่าตัวเองพูดมาก พูดเยอะขึ้นทุกนาที เขายักไหล่แล้วยิ้มเนือยๆ “ก็ดีแหละ ถ้าไม่ติดโควิดคงดีกว่านี้ นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไง ผลผลิตที่ได้ ผมไม่ได้ส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางอย่างเดียว” “แล้วส่งให้ใครบ้างล่ะ” “เครื่องบิน” “หือ?” “หมายถึงส่งให้เขาไปทำอาหารให้ลูกค้าบนเครื่องน่ะ กล้วยที่ดีๆ สวยๆ จะถูกส่งไปที่นั่นก่อน ที่เหลือค่อยส่งห้าง และขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับอีกที แต่หลังจากนี้คงมีเรื่องให้ลุ้น เพราะถ้าสถานการณ์มันแย่จนต้องปิดประเทศ เครื่องบินบินไม่ได้ สวนผมก็คงได้รับผลกระทบ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD