อารดากลับมาทำงานหลังจากไปสำนักเขต จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย อาจเพราะทะเบียนสมรสที่อยู่ในกระเป๋า หรือไม่ก็เพราะจูบของเด็กบ้านั่น ดีที่วันนี้เป็นวันศุกร์ ไม่ใช่วันจันทร์ ธนาคารที่เธอทำงานอยู่ลูกค้าเลยไม่เยอะมากนัก เธอทำงานที่ธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้ไม่มากอะไร เธอเคยมีความสุขตอนเรียนจบแล้วได้เข้าทำงานที่นี่ แม้ว่าวันนี้...ความสุขของเธอจะหมดลงแล้วก็ตาม
“เฮ้อ...นี่ฉันแต่งงานแล้วจริงๆ เหรอ” ถามตัวเองแล้วดึงเอากระดาษแผ่นบางลายกุหลาบที่มีชื่อเธอกับศรัณปรากฏอยู่บนนั้นออกมา เธอมองมันเป็นรอบที่ร้อย มองแล้วก็พับเก็บไว้ในกระเป๋าถือเช่นเดิม ยังทำใจไม่ได้หรอก แต่ก็ต้องทำใจให้ชิน
“อุ่น...อุ่น!?”
“คะ? อ่า...ค่ะ...ผู้จัดการ”
“ลูกค้าเริ่มมาแล้ว เป็นอะไร ดูเหม่อๆ นะ”
บุรุษที่เปิดประตูเข้ามาถามไถ่ ใบหน้านั้นยังดูมึนงง เธอส่ายหน้าปฏิเสธ เสหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วพยักพเยิดให้เขารู้ว่าเธอพร้อมแล้ว ตำแหน่งงานที่เธอทำนั้นต้องเจรจากับลูกค้าโดยตรง โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ที่มาปรึกษาเรื่องเงินกู้ เธอจะไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรจริงๆ หากคนที่ยืนอยู่ใต้กรอบประตูกระจกจะไม่ก้าวเข้ามา
“หน้าซีดๆ ไม่สบายเหรอ”
มิเพียงแค่ถามไถ่ แต่เอื้อมมือข้ามโต๊ะทำงานของเธอมา คล้ายว่าจะวางหลังมือลงบนหน้าผาก เธอรีบเบี่ยงหน้าหนี เขาดูอึ้งไปเมื่อเธอทำอย่างนั้น
“ขอโทษ...พี่ลืมตัวน่ะ”
อารดาตวัดหางตามองเขา แววตาอบอุ่นของผู้จัดการหนุ่มยังมองเธออย่างหวังดี แต่มันไม่มีประโยชน์แล้ว ไม่มีประโยชน์ตั้งแต่วันที่เขาแต่งงานไปกับลูกพี่ลูกน้องของเธอนั่นแหละ
“อย่ารุ่มร่ามสิคะ มันไม่เหมาะ”
เธอเอ่ยให้เขาได้คิด และหวังว่าเขาจะคิดได้สักที หัวใจในอกนี้ยังเจ็บแปลบก็จริง แต่สักวันมันคงดีขึ้น เธอเชื่ออย่างนั้น
“พี่เสียใจ ที่ไม่ได้เลือกอุ่น”
อารดายกยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ต่อให้เขาพูดอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมา ความรู้สึกของคนที่ถูกทอดทิ้งน่ะ มันเจ็บปวดและจำฝังใจเหลือเกิน
“อย่าพูดแบบนั้นค่ะ ฉันไม่ใช่ตัวเลือกของใคร เมื่อพี่แต่งงานกับยัยรุ้ง เราก็แค่ต้องจบกัน”
“พี่เชื่อว่าอุ่นยังคงรักพี่อยู่”
อารดาไม่เข้าใจว่าธัตธรจะเอ่ยขึ้นมาทำไม เธอไม่เคยนึกรำคาญเขาเลย กระทั่งประโยคนี้หลุดออกจากปากของคนที่ทำให้เธอเจ็บช้ำ เธอจ้องเขา จ้องมองแล้วพิจารณาว่าจะตอบเขาอย่างไรดี
“พี่รู้ได้ยังไง ขนาดฉันเป็นเจ้าของหัวใจ ฉันยังไม่เคยเชื่อใจตัวเองเลย”
“อุ่น...” ธัตธรครางออกมาอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรดี
“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย เราสองคนไม่ควรเอ่ยเรื่องที่อาจทำให้เราเดือดร้อนด้วยกันทั้งคู่”
“พี่รู้ว่าอุ่นเจ็บ”
“แล้วทำทำไมคะ ทำให้ฉันเจ็บทำไม”
“พี่ขอโทษ...”
อารดาเผยยิ้มเย็นชาเกินจะกล่าว “ฉันแต่งงานแล้ว”
“หา!?” ธัตธรเป็นงง ทำไมอารดาพูดอะไรพิลึกปานนั้น หล่อนจะแต่งงานไปได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้
“คืนนี้มากินข้าวที่บ้านสิคะ จะแนะนำให้รู้จัก”
“แนะนำใคร?” ธัตธรยังงง
“สามีของฉันเอง”
“อารดา!?”
อารดาไม่แยแสต่อน้ำเสียงขุ่นเคืองของหัวหน้างาน เธอหยิบแฟ้มมาเรียงกันซ้ำๆ ก่อนจะเอ่ย
“ลูกค้ามาแล้วไม่ใช่หรือคะ บอกเข้ามาเลยค่ะ ฉันจะได้ทำงาน” บอกเขาด้วยเสียงอันราบเรียบราวคุณครูระเบียบผู้คร่ำเคร่งกฎเกณฑ์
“อุ่น...นี่พูดจริงเหรอ แต่งงานแล้วจริงๆ เหรอ?”
อารดาถอนหายใจ เธอพูดความจริงทำไมถึงทำเหมือนรับไม่ได้ล่ะ
“ออกไปค่ะ ก่อนที่ยัยรุ้งจะมาเห็นเข้า” เธอหมายถึง รสิกา หรือรุ้ง ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง เจ้าหล่อนยังเป็นภรรยาของผู้จัดการด้วย อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ธนาคารนี่มีแค่เธอกับธัตธรที่ทำงานด้วยกัน ทว่าพอรสิกาก้าวเข้ามาทำงานที่นี่ด้วยอีกคน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จนสุดท้าย เธอ...จากสถานะแฟนเขา ก็กลายเป็นแค่อดีตแฟน
อารดาเอ่ยยังไม่ทันจะขาดคำ สตรีหุ่นผอมเพรียวในชุดฟอร์มของธนาคารก็เปิดประตูเข้ามา ใบหน้าเจ้าหล่อนหามีความยินดีไม่
“ลูกค้าเรียกหาค่ะคุณผู้จัดการ” รสิกาบอกธัตธรเสียงแข็ง
อารดาทำไม่รู้ไม่ชี้ เสหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะให้ดูยุ่งวุ่นวาย ธัตธรเหมือนอยากเอ่ยบางอย่างกับเธอ แต่พอมีรสิกามายืนมอง เขาเลยต้องเก็บปากเก็บคำแล้วก้าวออกไป
“เธอไม่ไปทำงานเหรอ” อารดาท้วง
รสิกามองคนถามอย่างไม่ค่อยพอใจนัก หันมองประตู พอเห็นว่าไม่มีใครรออยู่ข้างนอกก็เดินเข้ามาหาคนที่นั่งอยู่ เจ้าตัวดักทางตั้งแต่เธอยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรด้วยซ้ำ
“ฉันไม่คุยเรื่องส่วนตัวในเวลางาน ถ้าอยากถามเรื่องเมื่อกี้ รอเที่ยง หรือไม่ก็กลับไปคุยกันที่บ้าน”
รสิกาชักสีหน้าในวินาทีนั้น อารดาสบตาเธอแล้วจ้องนิ่งๆ อยู่หลายวิฯ และสุดท้ายเธอก็ไม่อาจทานทนต่อความเย็นชาที่สาดออกมาจากดวงตาของคนที่นั่งอยู่
“ไว้คุยกันที่บ้านก็แล้วกัน” รสิกาเอ่ยแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องไป
อารดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เธอบอกธัตธรไปหลายคราแล้ว เรื่องให้ย้ายเธอไปทำงานที่สาขาอื่น แต่ไม่เคยสำเร็จเลย หรือว่าทางที่ดีที่สุด เธอควรลาออกไปเสีย เจอสองคนนี้ที่ที่ทำงานยังไม่พอ ยังต้องไปเจอกันที่บ้านอีก เพลียใจเหลือเกิน
หญิงสาวนั่งทำงานของตัวเองไปเรื่อยๆ มีลูกค้าสองสามรายเข้าพบเธอจนสมองของเธอถูกเติมเต็มด้วยเรื่องงาน
ช่วงบ่ายมีลูกค้าเข้ามาอีกหลายราย เธอทำหน้าที่ของเธอเหมือนเช่นวันที่ผ่านมา เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมเอาไว้ ชีวิตของเธอหยุดนิ่งตั้งแต่วันนั้น วันที่ธัตธรทิ้งเธอไป
อันที่จริงชีวิตของเธอไร้สีสันแห่งความสุขมานานมากแล้ว ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ มีบ้านสองหลังในรั้วเดียวกัน บ้านหลังเล็กนั้น ป้าของเธออยู่กับลูกสาวลูกเขย นั่นคือรสิกากับธัตธร ส่วนเธออยู่บ้านหลังใหญ่กับบิดา แม่เลี้ยง และน้องสาวต่างมารดา
เหมือนในละครที่ทุกคนอาจเคยดู ลูกสาวคนโตของบ้านเริ่มขาดแคลนความรักตั้งแต่มารดาแท้ๆ ตายจากไป บิดาพาภรรยาใหม่เข้าบ้าน และทุกอย่างเริ่มเลวร้ายเมื่อน้องสาวของเธอเกิดมา
เธออยู่ในบ้านหลังงามเหมือนส่วนเกิน มีแค่พี่พุดซ้อนที่พอให้เธอได้พึ่งพิง ยังดีที่เธอมีย่าพร้อม คุณย่าที่เคารพคอยหนุนหลัง เลยทำให้เธอพอมีที่ยืนในบ้านของตัวเองบ้าง หากไม่มีย่า บางที...เธออาจต้องออกไปเช่าบ้านอยู่ก็เป็นได้