อารดานั่งลงที่ปลายเตียงยังไม่ถึงห้านาที ประตูห้องของเธอก็ถูกเคาะ เธอนึกว่าพี่พุดซ้อน แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็นศรัณ เนื้อตัวเขามอมแมม โดยเฉพาะสองเท้าที่ย่ำบนพื้นกระเบื้องสีชมพูอ่อนแล้วทิ้งรอยสีดำเอาไว้ให้เธอได้ขัดใจ
“ขึ้นมานี่ทำไม”
“ผมขึ้นมาไม่ได้เหรอ นี่ห้องเมียผมนะ”
“เรายังไม่ได้ตกลงกันเป็นเรื่องเป็นราว ฉันไม่สะดวกใจจะต้อนรับ”
ศรัณไม่ฟัง เดินเข้ามาหาอารดาอีก แต่เว้นระห่างหนึ่งช่วงแขน
อารดามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนสายตาจะหยุดอยู่เบื้องล่าง
“ถ้าต้องขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยก็ควรล้างเท้าให้สะอาด มาแบบนี้พื้นก็สกปรกหมดน่ะสิ”
ศรัณขยับนิ้วเท้าไปมาอย่างประหม่า เขาเพิ่งมาจากสวนข้างล่างนะ สองเท้าย่ำดินย่ำโคลน อยู่บ้านสวนไม่มีใครว่าเขาหรอก แต่นี่บ้านคนเมืองนี่นา น่าอายจริงๆ
“ขอโทษ...ผมรีบน่ะ” ว่าแล้วยื่นถุงเก็บความเย็นให้อารดา แต่หล่อนมองเมินเหมือนไม่เข้าใจ เขาเลยถือวิสาสะทาบมันเข้าแก้มที่ถูกตบ
“เอ๊ะ!?”
“ประคบไว้เถอะน่า ไม่เจ็บหรือไง”
“ฉันชินแล้ว”
“โอ...เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินคนพูดว่าชินกับการโดนตบ”
ดวงตาของอารดาวูบไหว ความสุขใดๆ คล้ายว่ามิเคยพบเจอทั้งสิ้น เธอดึงเอาถุงเย็นๆ มาประคบแก้ม
“คุณน่าจะสู้บ้าง” เขาเอ่ยต่อ แต่มีเสียงหัวเราะหลุดออกจากปากของอารดา เขางุนงงที่ได้ยินเช่นนั้น
“สู้เหรอ...สู้แล้วจะได้อะไร ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างคุณเลย รอบตัวผมมีแต่คนที่พร้อมจะสู้”
“รอบตัวฉันก็เหมือนกัน แต่ฉันแตกต่างเพราะฉัน...ไม่รู้ว่าจะสู้ไปเพื่อใคร”
“คุณอุ่น?”
“อย่ายุ่งเรื่องของฉัน ไปจัดการตัวเองเถอะ ฉันไม่ชอบให้บ้านสกปรก”
น้ำเสียงของอารดาช่างเย็นชา เย็นชากว่าเมื่อเช้านัก หรือว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขารุกล้ำความเป็นหล่อนมากเกินไป พอมองหล่อนดีๆ เขาก็เห็นว่ามีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่ทั่วไปหมด อะไรทำให้หล่อนรู้สึกเช่นนั้น อะไรทำให้ดวงตาคู่สวยไม่สดใส และอะไร ที่ทำให้ความสุขของหญิงสาววัยนี้ ไม่เปล่งประกายออกมาให้เขารู้ น่ารำคาญนะที่เขาอยากรู้เรื่องหล่อนมากมายเหลือเกิน
พอศรัณกลับออกไป อารดาก็ลุกไปอาบน้ำ เธอโทรบอกพี่พุดซ้อนตั้งแต่บ่ายว่าค่ำนี้ให้ตั้งสำรับเยอะหน่อย เธอจะแนะนำศรัณให้ทุกคนในบ้าน ‘ม่านมุก’ รู้จัก มันฉุกละหุกเกินไป และคงทำให้สมาชิกทุกคนประหลาดใจ แต่ว่า…นี่คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว