EP 6/1 ทัดดอกรักให้ปักที่กลางใจ

1111 Words
[6] ทัดดอกรักให้ปักที่กลางใจ ________________ ศรัณกับอารดาอยู่ในสวนกล้วยจนเกือบเที่ยง อารดาปวดน่องไม่น้อยเมื่อการเดินพร้อมหัวปลีหัวใหญ่ๆ กับน้ำดื่มอีกสองขวดเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยกระทำ อันที่จริง การถูกกักตัวอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก เธอรู้สึกเหมือนได้พักสมองอย่างจริงจัง ไม่ต้องคิดเรื่องราวชวนปวดหัว ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร แค่อยู่ที่นี่ มีอะไรให้ทำบ้างนิดๆ หน่อยๆ เธอพยายามปรับตัวละนะ และพอปรับตัว เธอก็เป็นสุขกับมันขึ้นมาบ้าง “ตรงหน้ามีสะพานระวังด้วยน้า” เสียงศรัณร้องบอกอยู่ข้างหลัง อารดามองสะพานที่เป็นไม้แผ่นหนาเพียงแผ่นเดียววางพาดท้องร่อง เธอยังไม่ชินกับมันสักเท่าไหร่ ทุกคราวที่ต้องข้ามสะพาน ศรัณจะคอยช่วยเสมอ แต่ถ้ามัวแต่รอให้เขาช่วย เธอก็คงข้ามเองไม่ได้สักที “ผมช่วย!” เขาร้องดังๆ เมื่อเห็นหล่อนก้าวขาลงแผ่นไม้ “ไม่! ฉันจะข้ามเอง มันก็แค่สะพาน ไม่ได้สูงเสียหน่อย ตกไปคงไม่เจ็บหรอกน่า” พูดอย่างนั้นแต่ขาเริ่มสั่นเมื่อถึงกลางแผ่นไม้ ในอ้อมแขนยังมีหัวปลีกับน้ำสองขวด “จะร่วงแล้วคุณ จะร่วงแล้ว! ทรงตัวดีๆ สิ ให้ผมช่วยเถอะน่า!” “อย่านะ! อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวมันโยกเยก ฉันจะตก” “อย่างนั้นไม่ตกหรือไงเล่า” เขาบ่นให้คนที่ยืนขาสั่นอยู่กลางสะพาน และในตอนที่เขาเอื้อมมือไปหา ก้าวขาไปใกล้หมายว่าจะคว้าตัวหล่อนไว้ บางอย่างก็เกิดขึ้น “กรี๊ดดด!!! ศรัณ!!!” ตูม! ผิวน้ำแตกกระเซ็นเป็นวงกว้าง อารดากรีดร้องเสียงหลง หงายหลังทิ้งร่างลงท้องร่องที่มีน้ำอยู่เต็ม ศรัณไม่ได้กระโดดลงไปช่วยเพราะท้องร่องไม่ได้ลึกมากมาย ไม่ถึงนาทีดี อารดาก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ เสื้อสีขาวของหล่อนกลายเป็นสีเดียวกับขี้โคลน หัวปลีกับขวดน้ำลอยไปคนละทิศละทาง อย่าได้ถามถึงหน้าตาหัวหู เต็มไปด้วยขี้โคลน น่าขันเสียไม่มี “ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ” เสียงศรัณหัวเราะอยู่เบื้องบน อารดาแค้นใจนัก คนมันไม่ชินนี่นา ตกท้องร่องก็สมควรแล้ว แต่ไม่เห็นต้องมาหัวเราะกันเลย “มัวแต่หัวเราะอยู่ได้” “โอ...ขอโทษทีครับ ขอโทษๆๆ” เอ่ยคำขอโทษแล้วรีบวางตะขอแต่งกิ่งไว้ที่โคนต้นกล้วย ก่อนจะเอื้อมมือไปหาอารดา หวังว่าจะช่วยดึงหล่อนขึ้นจากน้ำ แต่ว่า...เขาประมาทเกินไป “หัวเราะกันดีนักใช่ไหม ลงมเล่นขี้โคลนด้วยกันเถอะศรัณ ฮึบ!” “เฮ้ย!!!” ตูม!!! ผิวน้ำแตกกระเซ็นเป็นวงกว้างอีกครา เมื่อร่างหนาหนักของชายหนุ่มหล่นร่วงลงไป อารดาหัวเราะร่า มองคนที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกับขี้โคลนไม่แพ้ตัวเอง “สมน้ำหน้า หัวเราะฉันดีนัก” “คุณอุ่น!” “อะไร!” “จะเอาแบบนี้เหรอ แกล้งกันใช่ไหม!” อารดาเริ่มร้อนตัวเมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องของศรัณ เธอรีบหาทางหนี จะปีนขึ้นฝั่งสองขาก็ถูกศรัณลากลงมาที่เดิม “กรี๊ดดด!!! ปล่อยนะ! น้ำมันมีแต่โคลน! กรี๊ดดด!!!” อารดากรีดร้องรัวๆ สนุกศรัณล่ะ เพราะการได้ยินเสียงหล่อนวี้ดว้ายดีกว่าหล่อนเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาเยอะเลย อารดายิ้มมากขึ้น งอนเขาด้วยนะ ส่งเสียงร้องวี้ดว้ายเหมือนผู้หญิงธรรมดาๆ ตอนแรกที่เขาเห็นหล่อนนี่เหมือนรูปปั้นน้ำแข็งน่ะ เย็นชาและช่างไร้ซึ่งความสุขเหลือเกิน “แค่กๆๆ แค่กๆๆ โอย...ฉันเผลอกลืนน้ำ” หญิงสาวโอดครวญอยู่กลางท้องร่อง ศรัณดึงหล่อนขึ้นนั่งกลางสะพาน ทั้งทุบหลัง ทั้งปาดเอาดินโคลนที่ติดอยู่บนผิวแก้มออกให้ ผิวขาวๆ ของหล่อนดูใสมากขึ้นไปอีกเมื่อกระทบแสงแดดยามเที่ยงอย่างนี้ เขาแวบไปเอาน้ำสองขวดที่กลางท้องร่อง เทน้ำสะอาดนั่นให้อารดาล้างหน้าล้างตา แล้วให้หล่อนดื่มไปอึกใหญ่ “ดีขึ้นไหม” ถามหล่อนตอนที่ปีนขึ้นมานั่งบนสะพานแผ่นไม้ด้วยกัน “อือ...ค่อยยังชั่ว เล่นอะไรก็ไม่รู้ น้ำเข้าตาแสบไปหมดแล้ว” และเพียงแค่บอกว่าแสบตา ใบหน้าก็ถูกจับให้หันไปหา ก่อนที่ลมอุ่นๆ จะถูกเป่าลงมาที่สองตาของเธอ “ดีไหม หืม?” “อะ...อือ...ดะ...ดี...อุ่นดี” ตอบพลางพยายามดันอกเขาออกห่าง ศรัณเข้ามานั่งใกล้เธอมากเกินไป พวกเธอสบตากันครู่หนึ่ง แต่เป็นครู่ที่ไม่อาจละสายตาออกไปได้เลย ใบหน้าเขาช่างหล่อเหลายามมีหยดน้ำเกาะพราว บางทีเธอก็นึกเคืองเจ้าโคลนดำๆ นั่นที่มาทำให้แก้มเขากลายเป็นสีเดียวกับมัน “แก้มเปื้อนน่ะ เช็ดสิ” “ผมเช็ดให้คุณอุ่นแล้ว คุณอุ่นก็เช็ดให้ผมบ้างสิ” เปลือกตาบางของอารดาได้กะพริบถี่ๆ เธอเอื้อมมือไปหา ใช้นิ้วหัวแม่มือปาดโคลนที่ติดอยู่บนแก้มสาก “อย่าแกล้งกันอีกนะ เห็นไหม สภาพดูไม่ได้เลย” “ไม่เห็นเป็นไร เปื้อนโคลนนิดหน่อย เมียผมก็ยังสวยอยู่” “ว่าไปนั่น” เธอขัดคอคนที่เอ่ยวาจาหวานเลี่ยน เขาไม่ตลกตัวเองบ้างหรือที่พูดเรื่องทำนองนี้อยู่เรื่อย “จริงๆ” “ไม่เชื่อหรอก ฉันไม่ได้สวยขนาดนั้น คนอื่นสวยกว่าฉันเยอะ ฉันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่พอจะดูได้ตอนแต่งหน้าทาปากนั่นแหละ” สามีวัยหนุ่มขอค้านสุดหัวใจ ต่อให้อารดาบอกตัวเองว่าไม่สวยอย่างไร แต่ในสายตาเขาแล้ว หล่อน...สวยที่สุด “ผู้หญิงสวยเพราะคนมอง และตอนนี้คุณอุ่นสวยที่สุดสำหรับผม ก็จริงที่เราเจอกันไม่นาน นับชั่วโมงยังได้เลยด้วยซ้ำ แต่ว่า...ทำไงดีล่ะ” “อะไร?” “ก็ผมน่ะ...เป็นประเภทรักคนง่ายน่ะสิ เจอหน้าเมียครั้งเดียว ตกหลุมรักจังเบ้อเร่อแล้ว” “เชอะ...อย่างนี้ตลอดแหละ อย่ามาปากหวานนะ ไหนบอกว่าจะไม่พูดว่ารักฉัน” “อ่า...ลืมอีกละ มันติดปากไปแล้วไง เอาคืนไม่ได้แล้วล่ะ สงสัยต้องพูดว่ารักคุณอุ่นทุกวัน บอกรักบ่อยๆ เดี๋ยวคุณอุ่นก็รำคาญแล้วหันมารักผมเองนั่นแหละ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD