“แย่จริง แล้วคุณย่าล่ะ คุณย่าทำแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”
“เปล่า กล้วยของย่าพร้อมส่วนมากมีแม่ค้าพ่อค้ามารับที่หน้าสวน ถ้าจะพูดแล้วละก็ สวนของย่าขายถูกกว่าสวนอื่น ไม่มากนัก แต่ก็ถูกกว่า ย่าเลยมีลูกค้าประจำอยู่มาก”
“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องสวนกล้วยนักหรอก”
“งั้นวันนี้จะพาชมสวนนะ เป็นเมียชาวสวนก็ต้องเรียนรู้ไว้สิ” บอกเมียแล้วตักกับข้าวให้เมีย อารดานั่งพับเพียบอยู่บนแคร่ หน้าตาสดใสไร้เครื่องสำอางบนใบหน้า ช่างดีเหลือเกิน ถ้าเปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นมานุ่งผ้าถุงแบบบ้านๆ คงน่ารักน่าเอ็นดู
“ไม่ได้จะมาอยู่นี่เสียหน่อย”
“มาสิ...ผมอยู่นี่คุณอุ่นจะอยู่บ้านโน้นได้ยังไง”
“ศรัณก็แค่ไปอยู่บ้านฉัน”
“ไม่เอา บ้านคุณอุ่นคนเยอะ เรื่องเยอะ ให้อยู่แป๊บๆ คงได้ แต่ให้อยู่ตลอดไปคงไม่ไหว สวนผมล่ะ ใครจะดูแล”
“ก็ให้น้าชุนดูแลสิ สวนสิบยี่สิบไร่ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา” พูดกับเขาดีๆ ด้วยอยากให้เขาเข้าใจ เธอไม่อยากมาอยู่บ้านสวน ถ้ามาอยู่นี่ ใครจะดูแลบิดาของเธอเล่า
ศรัณวางช้อนลง เหมือนว่าอารดาจะเข้าใจบางอย่างผิดไป
“ใครบอกว่าผมมีสวนสิบยี่สิบไร่”
“คุณย่า”
“แล้วคุณก็ยอมแต่งงานกับคนที่มีสวนกล้วยแค่สิบยี่สิบไร่นี่หรือ”
อารดากะพริบตาถี่ๆ เธอควรตอบเขาว่าอะไรดีล่ะ
“ก็...คุณย่าบอกว่าศรัณเป็นคนดี ฉันก็เลยแต่ง อีกอย่าง...ฉันก็อยากได้เงินจากย่าไปให้พ่อด้วย ศรัณก็รู้”
“งั้น...ที่แต่งกับผมก็ไม่ใช่เพราะผมรวย?” หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรง เขานึกว่าอารดาแต่งงานกับเขาเพราะเงินที่เขามีเสียอีก
หญิงสาวได้แค่ยิ้มบางๆ เธอไม่ใช่พวกที่ชอบแก้ไขความเข้าใจผิดนี่นา แม้ว่าเรื่องนั้นตัวเองจะเป็นฝ่ายเดือดร้อนก็ตาม ความคิดคนเราเปลี่ยนยาก ใครอยากคิดอะไรยังไงก็คิดไปเถอะ
“คุณรู้ไหมว่าที่ดินหนึ่งไร่ปลูกกล้วยได้กี่ต้น”
อารดาส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ห้าสิบต้นมั้ง”
“สามร้อย”
“หือ?”
“แล้วรู้ไหมว่ากล้วยหอมทองเครือหนึ่งขายได้กี่บาท”
เธอส่ายหน้าอีก
“คิดตามราคาส่งตลาดไท ก็เครือละประมาณ 150 แล้วกัน แต่ถ้าส่งการบินไทยจะราคาดีกว่านี้”
อารดาพยักหน้าเออออ สมองของสาวธนาคารเริ่มคำนวณตัวเลขบางอย่างในหัว
“ไม่ถามเหรอ ว่าผมมีสวนกี่ไร่”
“ก็...พูดไปแล้วไง” บอกเขาอย่างเกรงๆ หรือว่าสิ่งที่เธอรู้มามันผิดกันล่ะ
“970 ไร่”
“หา!?”
ศรัณทำค้อนเสียงสูงของอารดา
“ได้ยินไม่ผิดหรอก 970 ไร่จริงๆ ตอนนี้คุณเป็นเจ้าของมันครึ่งหนึ่งในฐานะภรรยาผมแล้วด้วย และใช่...กระท่อมมุงฟางท้ายสวนนี่มีเป็นร้อยหลังทั่วสวนเลย แต่ผมเลือกตรงนี้เพราะใกล้บ้านที่สุด”
คนเป็นภรรยาเริ่มอิ่มตื้อขึ้นมา ถ้าเขามีสวน 970 ไร่จริงๆ ไร่หนึ่งปลูกกล้วยได้ 300 ต้น ถ้า 970 ไร่ก็ปลูกได้ 291,000 ต้น เท่ากับ 291,000 เครือ เครือละ 150 บาท จำได้ว่าย่าพร้อมบอกว่าปลูกกล้วยเก้าเดือนถึงได้ตัดเครือ คิดรวบยอดปีหนึ่งก็เอาจำนวนเครือคูณด้วย 150 บาท
โอ้ว...คุณพระ! แค่ปีละ 43 ล้านกว่าๆ เท่านั้นเอง!
นี่ยังไม่รวมจำนวนต้นกล้วยที่แตกหน่อขึ้นมาแล้วสามารถออกเครือไว้ตัดขายได้อีกนะ มิน่าล่ะ...คุณย่าที่รักถึงได้คะยั้นคะยอให้เธอแต่งกับเขาเหลือเกิน!
“อือ...ปีหนึ่งคงได้เยอะนะ”
“อาฮะ แต่ค่าใช้จ่ายก็เยอะ และใช่ว่าไร่หนึ่งจะได้ผลผลิตร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ปลูกแล้วก็ต้องดูแลใช่ไหม”
“ใช่...ไม่ใช่ปลูกทิ้งปลูกขว้าง ต้องดูแลทุกขั้นตอน เดี๋ยวต่อไปคงรู้ว่าผมทำอะไรบ้าง”
“ทำด้วยเหรอ ไม่ใช่ให้คนงานทำให้หรือไง”
“โธ่...สวนใหญ่เบ้อเร่อ บางทีคนงานก็ไม่พอ อะไรทำได้ก็ช่วยกันทำนั่นแหละ ถือว่าออกกำลังไง แต่ออกกำลังแล้วได้เงินด้วย มันก็ดีออก ว่าไหม”
อารดาถือช้อนค้างไว้ ทำไมทัศนคติของผู้ชายตรงหน้าถึงน่ารักเหลือเกิน ก็จริงที่เขาอาจจะปากร้ายและใจร้อน แต่ว่า...ส่วนดีๆ ก็มีนี่นา
“ความคิดความอ่านตอนไม่ด่าว่าใครก็ใช้ได้นะ”
คนถูกยอยกยิ้ม ตักข้าวเข้าปากไปก็ยังยิ้มอยู่
“แหม...ผมน่ารักขนาดนี้ ก็รักผมเถอะ รักผมแล้วมีแต่เรื่องดีๆ เชื่อสิ”
อารดาฟังคำแนะแล้วส่งเสียงเชอะเบาๆ ตักข้าวเข้าปากแล้วรู้สึกว่ามันอร่อยอีกแล้ว ท่ามกลางกลิ่นดินชื้นแฉะในสวนหลังฝนตก ชวนให้เจริญอาหารเหลือเกิน
“กินเสร็จแล้วไปทัวร์สวนกล้วยกัน ห้าสิบเมตรรอบกระท่อม คนงานเข้ามาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมต้องทำงานเอง”
“ทำอะไรบ้าง”
“ก็...หลายอย่าง หลักๆ ก็สำรวจนั่นแหละว่ามีต้นที่โค่นหรือเปล่าเพราะเมื่อคืนฝนตก ถ้าลำต้นเอียงจะโค่นก็ต้องหาไม้ค้ำ ยิ่งตอนที่ออกเครือแล้วก็ต้องตัดแต่งไม่ให้ก้านใบมาโดนเครือมากเกินไป เดี๋ยวหวีกล้วยจะไม่งาม”
“โห...ขนาดนั้นเลย”
“แน่นอนสิ ถ้างานดีๆ ก็ส่งการบินไทยหรือสายการบินอื่นในประเทศได้สบาย ราคาดีกว่าส่งขึ้นห้างตั้งเท่าหนึ่งแน่ะ”
“รวยแย่แล้วศรัณ”
“นั่นสิ เงินผมเยอะออก แต่ไม่มีเวลาใช้เลย เชื่อไหม” เขาเอ่ยติดหัวเราะ แต่อารดากลับเข้าอกเข้าใจ เขาคงงานยุ่งจนไม่มีเวลาใช้เงินจริงๆ กระมัง “ผมเพิ่งได้พักบ้างตอนไปหาคุณ และบางทีอาจได้พักยาวๆ ถ้าทางการสั่งปิดประเทศ และคราวนี้ล่ะ งานเข้าเต็มๆ แน่นอน”