EP 5/5 กักตัวไม่กักใจ

1470 Words
“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!” อารดาจามติดกันสองหน เธอคันจมูกยิบๆ อาจเพราะฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน “อย่านะ!” ศรัณร้องเสียงหลง อารดาทำหน้างง “อะไร! อะไรศรัณ?” “ก็คุณอุ่นจาม โควิดนะโควิด!” อารดาเม้มปากขณะจ้องหน้าคนที่กำลังกลั้นขำ เขาคงสนุกที่ได้แกล้งเธอกระมัง “ไม่รอดหรอก ถ้าเป็นขึ้นมาจริงๆ ศรัณนั่นแหละติดจากฉันคนแรกเลย” ประชดกลับไปแต่ได้รับแขนอุ่นๆ กอดกลับมา เขากอดเธอแน่นที่กลางดงกล้วยนี่แหละ “ปล่อยเลย ตกท้องร่องไปงานเข้าพอดี” จุ๊บๆๆๆ เสียงจุ๊บถี่ๆ ดังขึ้นที่กระหม่อมของอารดา หญิงสาวผลักเขาออก เงยหน้ามองคนที่ระดมจูบลงมาไม่เลือกเวลา “ล้อเล่นน่า เมียทั้งคนจะรังเกียจกันได้ยังไง” บอกหล่อนแล้วใช้ตะขอในมือ เกี่ยวกาบกล้วยแห้งๆ ให้ขาดเป็นริ้วๆ อารดามองเพลิน เขาใช้เครื่องมือที่คล้ายเคียว ตัดแต่งก้านกล้วยมาตลอดทางที่พาเธอเดินชมสวน เมื่อคืนฝนตกแรง ต้นกล้วยเสียหายไม่น้อย ก้านหักก็มาก บางต้นโค่นลงก็มี ต้องหาไม้มาค้ำ ฉะนั้นตั้งแต่ออกจากกระท่อมมา พวกเธอสองคนแทบจะไปไม่ถึงไหนเลย “หันหลังมาซิ” เธอหันหลังให้ตามที่เขาสั่ง ศรัณทำบางอย่างกับผมยาวๆ ของเธอ เขาจับมันรวบเป็นหางม้าแล้วมัดง่ายๆ ด้วย เชือกกล้วย ในมือ “เสร็จละ คราวนี้ก็ไม่มีปอยผมมาทำให้คุณอุ่นรำคาญ” อารดาเอี้ยวกายมองข้างหลัง จับหางม้าตัวเองมาดู แลเห็นเชือกกล้วยสีน้ำตาลอ่อนเส้นพอเหมาะมัดอยู่ที่ผมของตัวเอง เธอคิดว่ามันประหลาด ก็ไม่เคยใช้เชือกกล้วยมัดผมนี่นา “ทำไม ไม่ชอบเหรอ” “อือ...มันดูประหลาด” “น่ามองดีออก ผมชอบที่คุณเป็นแบบนี้ ไม่ต้องรวบผมตึงเปรี๊ยะเป็นครูระเบียบ ไม่ต้องใส่ชุดฟอร์มอย่างสาวแบงก์ รอบกายคุณที่มีแต่สีเขียวของใบกล้วยนี่มันช่างดีจริงๆ” “กำลังหว่านล้อมเหรอ ยังไงฉันก็มาอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ฉันห่วงคุณพ่อ” เธอบอกเขาตามตรง บิดาเธออายุมากแล้ว ถึงจะไม่ค่อยได้กอดหอมอย่างรักใคร่ แต่พ่อก็คือพ่อ เธอยังห่วงท่านอยู่เสมอ “พามาอยู่บ้านสวนด้วยกันสิ” “ถ้าพาคุณพ่อมา คนที่บ้านคงตามมาด้วย ศรัณจะว่ายังไงล่ะ” พอได้ยินคำถาม ศรัณก็ได้ค้อนคุณอุ่นวงใหญ่ “เลิกพูดเรื่องคนที่บ้านดีกว่า ไปกัน ทำงาน” “ไหนบอกว่ามาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ พาฉันมาใช้งานแท้ๆ” ทำเป็นบ่นไปอย่างนั้น การถือขวดน้ำเดินตามเขานี่ไม่ใช่งานด้วยซ้ำ เธอคิดว่าจะได้นอนเล่นมือถืออยู่ที่กระท่อมนี่นา “เถอะน่า มาด้วยกันนั่นแหละ จะได้รู้ไงว่าผมทำอะไรบ้าง” “ฉันปวดขานี่นา แล้วก็ร้อนมากด้วย” “แก้ผ้าเดินไหมล่ะ จะได้เย็นๆ” “ศรัณ!?” อารดาไม่รู้จะปรามสามีด้วยคำใดดี อยู่ด้วยกันสองวันเหมือนว่าเธออยู่กับเขามาเป็นปีเลยก็ว่าได้ เขาช่างขยันพูดจาให้เธอได้อายเขินอยู่เรื่อยเลย “พูดจริงๆ นะนี่ ไม่ได้ล้อเล่นเลย” “ลองถอดสิ จะถีบลงท้องร่องให้ดู” “โอ...คุณอุ่น!? คุณอุ่นพูดว่าจะถีบผมเหรอ ตายแล้ว...ถ้าพี่พุดซ้อนมาได้ยินต้องเป็นลมแน่ๆ” “ฉะ...ฉัน ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าศรัณถอดขึ้นมาจริงๆ ฉันก็จะถีบจริงๆ ละนะ” “จริงเหรอ! กล้าถีบจริงเหรอ!” มิใช่แค่ถาม แต่ขยับร่างเข้ามาใกล้ โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกคมๆ แทบจะชนกับจมูกของอารดา หญิงสาวถอยหลังโดยสัญญาชาตญาณ ประหม่ามิคลายเมื่อเขารุกเข้ามาไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จ๊วบ!!! เสียงจูบแรงๆ ดังขึ้นที่หน้าผาก อารดาขนลุกเกรียวทั้งที่ร้อนจนเหงื่อไหล “ผมยินดีให้คุณอุ่นถีบเป็นร้อยครั้งเลย ขอแค่คุณพูดกับผมแบบนี้ ด่าผม ว่าผม ต่อปากต่อคำ มันรู้สึกดีบอกไม่ถูก เหมือนว่า...ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น คนที่เย็นชา คนที่มีแววตาหม่นเศร้า ผมอยากเปลี่ยนมันรู้ไหม อยากให้แววตาคุณมีแต่ความสุข ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ผมเจอคุณครั้งแรก เหมือนมีอะไรสักอย่างพุ่งเข้ามากระแทกที่หัวใจ ผมเคยเจ็บปวดมาไม่แพ้คุณ และผมดีใจเหลือเกินที่ตัวเองมีความรู้สึกนี้อีกครั้ง ความรู้สึกที่ว่าอยากเป็นหลักให้ใครสักคนพึ่งพิง” อารดานิ่งงัน นิ่งฟังสิ่งที่เขากำลังเอ่ยอ้าง แสงแดดยามสายส่องเล็ดลอดใบกล้วยลงมา กระทบใบหน้าเขาช่างน่ามองนัก “ฉันเป็นแบบนี้จนชินแล้ว ความหวังและความสุข เหมือนว่ามันค่อยๆ หายไปจากหัวใจ แม่ตายแล้ว...พ่อก็แต่งงานใหม่ แฟนที่รักมากมายก็ทิ้งฉันไป ฉัน...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉัน...ทำผิดอะไร ตรงไหนกัน” น้ำตาใสๆ เกือบจะหลุดออกจากดวงตา แต่ก็เก็บกลั้นมันไว้แล้วเผยยิ้มกลบเกลื่อน ศรัณดึงเธอไปกอด ไม่ได้สนด้วยว่าในสวนนี่ร้อนเพียงใด “ผมผิดเอง ผมผิดคนเดียวเลย” อารดาเป็นงง เขาหมายความว่าอย่างไรกัน “จะผิดได้ยังไง ตอนที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเราสองคนยังไม่ได้รู้จักกันเลย” “นั่นแหละ มันถึงผิด เพราะถ้าผมอยู่ด้วย ตอนที่คุณอุ่นเจ็บปวดและเป็นทุกข์ ผมคงได้ปลอบคุณ อย่างนี้ไง...” แล้วจุมพิตบางๆ ก็ประทับลงมาที่หน้าผากของอารดา เธออยากขำแต่ขำไม่ออก สุดท้ายแล้วศรัณก็ทำให้เธอทึ่งอีกจนได้ วาจาเขาช่างเหลือร้าย เปลี่ยนความทุกข์ระทมในหัวใจให้กลายเป็นอย่างอื่นที่อ่อนหวานและอบอุ่นเหลือเกิน เขารักเธอจริงหรือ เขามอบมันให้เธอได้อย่างไรนะ เราสองคนเพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่ หรือผู้ชายคนนี้มีความรักมากมาย เหลือแค่รอใครสักคนมารับมันจากเขาที “มาเถอะ ไม่เศร้านะ เดี๋ยวจะหาดอกไม้สวยๆ ทัดหูให้สักดอก” หนุ่มน้อยเริ่มนอกเรื่อง การพาอารดาเข้าสู่โหมดเศร้า ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบเลย หญิงสาวใคร่รู้ขึ้นมาในตอนนั้น “อะไร ดอกไม้เหรอ กลางสวนกล้วยมีดอกไม้ด้วยเหรอ” เธอถามแต่เขายิ้ม และเริ่มพาเธอออกเดินจากจุดเดิม ราวกับว่าไม่อยากให้เธออยู่ตรงนั้น แล้วหลั่งรินหยดน้ำตา อารดาเฝ้ามองแผ่นหลังของคนที่เดินอยู่ข้างหน้า มือข้างหนึ่งของเขาถือตะขออันเหมาะมือ และกำลังตัดแต่งก้านกล้วยที่หักลงมา เขาใช้ตะขออย่างแคล่วคล่องราวกับชาวสวนผู้ชำนาญ เธอมองเขาเพลินๆ เดินตามร่างเขาช้าๆ บางจังหวะที่ต้องข้ามสะพานไม้ที่วางพาดระหว่างท้องร่อง เขาก็หันกลับมาเพื่อส่งมือให้จับ เขาไม่ได้ละเลยที่จะมอบความสะดวกให้แก่เธอ เธอไม่มั่นใจว่าคำว่ารักของเขาเชื่อมั่นได้มากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรับรู้ได้ นั่นคือเขาใส่ใจกันมากจริงๆ “อ๊ะ! เจอแล้ว” เขาร้องขึ้นเมื่อเจอกับต้นกล้วยกอใหญ่ที่รูปร่างไม่เหมือนกับกล้วยหอมที่ขึ้นอยู่โดยรอบ อารดามองตามก็เห็นกล้วยน้ำว้าต้นใหญ่กำลังทิ้งเครือลงมา เขาตัดเอาแต่หัวปลี ใช้ใบกล้วยนั่นแหละห่อมันหลายๆ ชั้นให้มั่นใจว่าน้ำยางจะไม่เลอะมือคนถือ ก่อนจะส่งมันใส่มือเธอ “เอ้า...อยากหาดอกไม้ทัดหูให้ แต่ไม่มี เอาดอกกล้วยไปแกงแทนแล้วกันเนาะ ฮ่าๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะร่า มองคนที่ยืนกอดหัวปลีแล้วทำหน้ามู่ทู่ “โธ่คุณ กลางดงกล้วยอย่างนี้จะไปหาดอกอะไรได้ นั่นแหละๆ เอาดอกนี้แหละ ทั้งใหญ่ทั้งอร่อย เดี๋ยวให้น้ามาลาทำแกงเลียงมาให้กิน รับรองอร่อยเหาะ” “จ้ะ...จะรอกินก็แล้วกันนะ ฮึบ!” ตอบเขาเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะอุ้มเอาหัวปลีหัวใหญ่ขึ้นสู่อ้อมแขน มีขวดน้ำอีกสองขวดให้อุ้มด้วยนะ อื้อหืม...ช่างเป็นชีวิตหลังแต่งงานที่เธอไม่เคยคาดฝันจริงๆ “เหนื่อยยังครับ” “ไม่! ไปทำงานให้เสร็จๆ เถอะน่า” บ่นเขาแล้วเดินล่วงหน้าไปก่อน ถ้างานเขาเสร็จไวจะได้กลับกระท่อมไวๆ อย่างไรเล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD