เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังครึ้มและอากาศเย็นยะเยือก
เมลินเปิดประตูบ้านเข้าเงียบ ๆ ราวกับไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอกลับมา
ชุดเดรสสีเทาเมื่อคืนยับยู่ยี่ ผมยุ่งเหยิง เมคอัพเลอะเทอะ และมีรอยแดงจาง ๆ ที่คอจากรอยจูบของโอม
เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางลงเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น
ตะวันนั่งรออยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่นเหมือนทุกคืน
แต่คราวนี้เขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
ตาแดงก่ำ หนวดเคราขึ้นรก ผมยุ่ง และเสื้อเชิ้ตที่ใส่เมื่อวานยังคงอยู่บนตัว
เขานั่งก้มหน้ามองพื้น มือกุมแก้วกาแฟที่เย็นชืดไปแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงประตู เขาเงยหน้าขึ้นทันที
สายตาที่เคยอบอุ่นตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความกังวล และความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้
“เมลิน…” เสียงเขาต่ำแหบ “คุณ… ไปไหนมาทั้งคืน”
เมลินชะงัก มองตาเขาแวบหนึ่ง แล้วรีบหลบตา
เธอสูดหายใจลึก ก่อนตอบเสียงเรียบ
“หนูไปกับโอมค่ะ” เธอพูดตรง ๆ ไม่มีน้ำเสียงปกปิด “เราอยู่ด้วยกันทั้งคืน”
ตะวันนิ่งไปครู่หนึ่ง
เขาก้มหน้าก้มตา มือที่กุมแก้วสั่นเล็กน้อย
ความเงียบแผ่ลงมาระหว่างทั้งคู่หนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก
เมลินเห็นสีหน้าของเขา เธอรู้สึกเจ็บที่อก แต่ก็พยายามกลั้นไว้
เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอยังเจ็บจากคำสารภาพเมื่อคืน
ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอออกไปกับโอมเพื่อลบภาพของเขา… แต่สุดท้ายก็ยังลบไม่ได้
“หนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอพูดเบา ๆ แล้วเดินผ่านเขาไปที่บันได
ตะวันมองตามหลังเธอไป
เขาอยากเรียกเธอไว้ อยากบอกว่าเขาขอโทษ อยากบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
แต่คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ
เมื่อเมลินเดินขึ้นบันไดไปจนลับตา
ตะวันทรุดตัวลงนั่งกับโซฟา มือกุมหน้าผากแน่น
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว
เขาทำใจได้แล้ว
ยอมรับแล้ว
ว่ามันจบลงจริง ๆ
ว่าเมลินมีชีวิตของเธอแล้ว และเธอเลือกที่จะเดินจากเขาไป
“ดีแล้ว…” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือ “เธอสมควรมีความสุข… แม้จะไม่ใช่กับฉัน”
แต่ในใจลึก ๆ เขารู้ดีว่า
การยอมรับครั้งนี้เจ็บปวดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ที่เขาเคยเจอ
เสียงน้ำจากห้องน้ำชั้นบนดังลงมาแผ่วเบา
ตะวันหลับตาลง นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินเขาไปทั้งตัว