เช้าวันที่สองในบ้านหลังใหญ่ เมลินตื่นขึ้นด้วยแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดผ่านผ้าม่านบาง เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงสักพัก พยายามรวบรวมสติจากความรู้สึกเมื่อคืนที่ยังหลงเหลืออยู่
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยขึ้นมาจากชั้นล่าง
เธอลุกขึ้น เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ แล้วเดินลงบันไดช้า ๆ ใจเต้นแรงขึ้นทุกขั้น
เมื่อถึงห้องครัว เธอเห็นตะวันยืนหันหลังอยู่หน้าตู้เย็น เขาสวมเสื้อยืดสีเทาเข้มและกางเกงวอร์ม ผมยุ่งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นไม่นาน
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เขาหันมามอง ยิ้มอ่อน ๆ “ผมทำกาแฟกับไข่คนไว้แล้ว กินด้วยกันไหม”
เมลินพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ… ขอบคุณค่ะ”
ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหารไม้ยาวในครัว แสงเช้าสาดลงมากลางโต๊ะ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นผิดปกติ
ตะวันตักไข่คนใส่จานให้เธอ แล้วยื่นขนมปังปิ้งมาด้วย
“ชอบกินแบบไหนเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมทำตามนั้น” เขาถามเสียงนุ่ม
เมลินส่ายหน้าเบา ๆ “อะไรก็ได้ค่ะ… ไม่ต้องลำบากหรอก”
“ไม่ลำบากหรอกครับ” เขาตอบพร้อมยิ้ม “อยู่ด้วยกันแล้ว ผมอยากให้สบายที่สุด”
คำว่า “อยู่ด้วยกัน” ทำให้เมลินรู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่น ๆ ไหลผ่านอก เธอรีบก้มหน้าก้มตากิน เพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าที่แดงขึ้น
หลังอาหารเช้า ตะวันบอกว่าจะไปทำงานที่ห้องทำงานชั้นบนสักพัก
เมลินจึงอาสาช่วยล้างจาน เธอยืนล้างจานอยู่หน้าอ่าง ขณะที่ตะวันเดินผ่านหลังเธอไปหยิบแก้วน้ำที่ลืมไว้
เขาเดินใกล้จนเกือบชิดหลัง กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นกาแฟจากตัวเขาลอยมาแตะจมูกเมลินอีกครั้ง
มือของเขายื่นผ่านข้างตัวเธอไปหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่ข้าง ๆ อ่างล้างจาน
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนเมลินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ต้นคอ
เธอตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังล้างจานหยุดนิ่ง
ตะวันเองก็เหมือนจะรู้ตัว เขาหยุดชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยออกช้า ๆ
“ขอโทษครับ… แคบไปหน่อย” เขาพูดเสียงแผ่ว แต่เมลินได้ยินความสั่นไหวเล็กน้อยในน้ำเสียงนั้น
เมลินหันหน้ามามองเขาแวบหนึ่ง แล้วรีบหันกลับไปล้างจานต่อ หน้าแดงก่ำจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ใบหู
“ไม่… ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
ทั้งวันนั้น เมลินพยายามหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง
เธอจัดห้องตัวเอง ช่วยรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน เดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน แต่ทุกครั้งที่ตะวันโผล่มาจากห้องทำงาน หรือเดินผ่านเธอไปห้องอื่น หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นทุกครั้ง
ช่วงบ่าย ตะวันลงมาจากชั้นบน ถือสมุดโน้ตเล่มเล็กในมือ
“เมลินครับ” เขาเรียกเบา ๆ ขณะยืนอยู่หน้าประตูห้องนั่งเล่น “ผมมีเรื่องจะคุยหน่อยได้ไหม”
เมลินที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นทันที หัวใจเต้นตึกตัก
“ค่ะ… มีอะไรคะ”
ตะวันเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้าม ห่างกันพอให้สบายใจ แต่ก็ใกล้พอที่จะมองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าเธอได้ชัดเจน
“ผมอยากรู้ว่า… คุณสบายใจไหม ที่มาอยู่ที่นี่” เขาถามเสียงจริงจัง “ผมรู้ว่ามันเปลี่ยนแปลงเยอะ ชีวิตเก่ากับที่นี่ต่างกันมาก”
เมลินก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก
“ตอนแรกก็… กลัวค่ะ” เธอยอมรับ “กลัวว่าจะไม่ชิน กลัวว่าจะเป็นภาระ แต่ตอนนี้… ฉันรู้สึกว่าบ้านหลังนี้… มันอบอุ่นกว่าที่คิดไว้เยอะเลย”
เธอเงยหน้ามองเขา ยิ้มบาง ๆ “เพราะพี่ตะวัน… ดูแลดีมากเลยค่ะ”
ตะวันมองเธอนิ่ง สายตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น” เขาพูดเบา ๆ “ผมก็… ไม่อยากให้คุณรู้สึกอึดอัด หรือว่าต้องระวังตัวตลอดเวลา”
เขาหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง
“ถ้ามีอะไรที่คุณอยากให้เปลี่ยน หรืออยากคุยเมื่อไหร่… บอกผมได้เลยนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร”
เมลินพยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก
“ค่ะ… ขอบคุณนะคะ พี่ตะวัน”
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง
ความเงียบนั้นไม่ใช่ความอึดอัด
แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ได้ออกมา
ตอนเย็น ตะวันทำอาหารเย็นให้ทั้งคู่กินด้วยกันอีกครั้ง
เมลินช่วยจัดโต๊ะ ช่วยตักข้าว ช่วยล้างจานหลังกินเสร็จ
ทุกการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เริ่มกลายเป็นกิจวัตรที่ทำให้เธอรู้สึก “อยู่บ้าน” จริง ๆ
ก่อนเข้านอน เมลินยืนอยู่ที่ระเบียงอีกครั้ง มองลงไปยังสวนที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากห้องทำงานของตะวันส่องออกมาเบา ๆ
เธอกอดตัวเองแน่น แล้วกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
“ถ้ามันเป็นแบบนี้ทุกวัน… ฉันคงหยุดคิดถึงเขาไม่ได้แน่ ๆ”
ในห้องทำงาน ตะวันนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองรูปถ่ายครอบครัวเก่าของภรรยาและเมลินที่วางไว้ข้าง ๆ
เขาถอนหายใจยาว แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ตะวัน… เธอต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”
แต่ในใจลึก ๆ เขารู้ดี
ว่ากำแพงที่เขาพยายามสร้างไว้ กำลังเริ่มร้าวลงทีละน้อย