เช้าวันถัดมา หลังจากคืนฝนตกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เมลินตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตุบ ๆ เธอนั่งลุกขึ้นช้า ๆ มองตัวเองในกระจกห้องน้ำ ใบหน้าซีดเซียวและตาบวมเล็กน้อยจากคืนที่นอนไม่หลับ
เธอพยายามลบภาพมือของตะวันที่เกือบแตะแก้มเธอออกจากหัว แต่ยิ่งพยายาม ยิ่งชัดเจน
ลงมาชั้นล่าง ห้องครัวเงียบกว่าปกติ
ตะวันยืนทำอาหารเช้าอยู่คนเดียว หลังตรงตึง ราวกับกำลังคิดอะไรหนักหน่วง
เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง แล้วรีบหันกลับไปที่กระทะ
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงเขานุ่มแต่แฝงความกระอักกระอ่วน “ผมทำโจ๊กไก่ไว้… กินไหม”
เมลินพยักหน้า เดินมานั่งที่โต๊ะโดยไม่พูดอะไร
ความเงียบแผ่ลงมาหนักหน่วงกว่าที่เคย
ทั้งคู่กินอาหารเช้าอย่างเงียบ ๆ ตะวันไม่สบตาเธอ เมลินก็เช่นกัน
แต่ในใจเธอ มีคำถามมากมายที่อยากพูดออกไป
หลังกินเสร็จ เมลินลุกขึ้นช่วยล้างจานตามปกติ
เธอยืนล้างชาม ขณะที่ตะวันยืนเช็ดโต๊ะอยู่ข้าง ๆ
ระยะห่างใกล้เกินไปอีกครั้ง
แล้วมันก็เกิดขึ้น
มือของเมลินลื่นเพราะสบู่ จานใบหนึ่งหลุดจากมือ ร่วงลงพื้นดังเพล้ง
เศษแก้วกระจายเกลื่อน เธอรีบก้มลงเก็บ แต่เศษแก้วคมบาดนิ้วชี้ของเธอเข้า
“โอ๊ย!” เธอร้องเบา ๆ เลือดไหลซึมออกมา
ตะวันรีบวางผ้าลง แล้วคุกเข่าลงข้างเธอทันที มือใหญ่จับมือเธอขึ้นมาดู
“เจ็บมากไหม” เขาถามเสียงต่ำ สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย
เมลินส่ายหน้า “ไม่… ไม่มากหรอกค่ะ”
แต่ตะวันไม่ฟัง เขาลุกขึ้น ดึงเธอไปที่อ่างล้างจาน เปิดน้ำเย็นล้างแผลให้เธอเบา ๆ
มือของเขาห่อหุ้มมือเธอไว้แน่น นิ้วโป้งถูเบา ๆ ที่ขอบแผลเพื่อทำความสะอาด
ความใกล้ชิดนี้ทำให้เมลินหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
“ผมจะไปเอาพลาสเตอร์” เขาพูด แล้วรีบเดินไปที่ตู้ยา
เมื่อกลับมา เขานั่งลงข้างเธอที่โซฟา จับมือเธออีกครั้ง แล้วแปะพลาสเตอร์ให้อย่างระมัดระวัง
“ระวังหน่อยนะครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว “ไม่อยากเห็นคุณเจ็บ”
เมลินมองมือเขาที่ยังจับมือเธอค้างไว้ แล้วยกหน้าขึ้นสบตาเขา
“พี่ตะวัน…” เธอเรียกเบา ๆ “เมื่อคืน… พี่พูดว่าพี่พยายามที่จะเห็นฉันเป็นแค่ลูกสาว… แต่พี่ทำไม่ได้ใช่ไหมคะ”
ตะวันตัวแข็งทื่อ มือที่จับมือเธอสั่นเล็กน้อย
“เมลิน… เราอย่าพูดเรื่องนั้นเลย” เขาตอบเสียงแหบ “มัน… ไม่ถูกต้อง”
เมลินบีบมือเขากลับแน่นกว่าเดิม น้ำตาคลอ
“แต่ฉันทำไม่ได้เหมือนกันค่ะ” เธอยอมรับเสียงสั่น “ทุกครั้งที่พี่อยู่ใกล้ ฉันรู้สึก… อบอุ่น แต่ก็กลัวในเวลาเดียวกัน ฉันรู้ว่ามันผิด แต่… ฉันหยุดไม่ได้”
ตะวันหลับตาลงช้า ๆ หน้าผากพิงหน้าผากเธอเบา ๆ เหมือนคืนก่อน
“ผมก็เหมือนกัน” เขายอมรับในที่สุด “ผมพยายามแล้ว… พยายามที่จะเป็นแค่พ่อเลี้ยงที่ดี แต่ทุกครั้งที่เห็นคุณยิ้ม เห็นคุณเดินไปเดินมาในบ้าน เห็นคุณนั่งเหงาที่ระเบียง… หัวใจผมมันไม่ยอมฟัง”
เมลินน้ำตาไหลลงแก้ม เธอยกมือขึ้นแตะแก้มเขาเบา ๆ ครั้งแรกที่เธอกล้าแตะต้องเขาแบบนี้
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ” เธอกระซิบ “ถ้าความรู้สึกนี้มันใหญ่เกินกว่าจะกดไว้”
ตะวันเปิดตาขึ้น มองเธอใกล้จนเกือบจูบ
“ผมไม่รู้” เขาตอบเสียงสั่น “แต่ผมรู้ว่าถ้าปล่อยมันไป… มันจะทำลายทุกอย่างที่เรามี”
ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น มือยังจับกันแน่น
หัวใจเต้นในจังหวะเดียวกัน
แต่แล้วตะวันก็ถอยออกช้า ๆ ปล่อยมือเธอ
“ผม… จะไปทำงานก่อนนะครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว แล้วลุกขึ้นเดินขึ้นชั้นบน
เมลินทรุดลงนั่งกับโซฟา กอดตัวเองแน่น น้ำตาไหลไม่หยุด
เธอรู้ว่าคำถามนั้นยังไม่มีคำตอบ
แต่ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น มันกำลังจะพาทั้งคู่ไปสู่จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ