หลังจากค่ำคืนที่ทั้งคู่ต่างออกไปเจอคนอื่นเพื่อ “ลองหนี” จากความรู้สึก แต่กลับยิ่งทำให้หัวใจยิ่งเจ็บปวด เมลินและตะวันกลับมาบ้านเกือบพร้อมกัน
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมาก แค่สบตาแวบหนึ่ง แล้วต่างคนต่างเดินขึ้นห้องของตัวเอง
ความเงียบในบ้านคืนนั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าที่เคย
เช้าวันถัดมา เมลินตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกริ่งประตูดังก้อง
เธอเดินลงมาชั้นล่างด้วยชุดนอนตัวบาง ผมยุ่งเหยิง พบว่าตะวันกำลังเปิดประตูให้ใครบางคนอยู่
ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
สวยสง่า ผมยาวดำสนิท ผิวขาวเนียน ใส่เดรสสีแดงเข้มที่เข้ารูป กลิ่นน้ำหอมหรูหราลอยมาแตะจมูก
เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นตะวัน แล้วก้าวเข้าไปกอดเขาแน่นโดยไม่ลังเล
“ตะวัน… คิดถึงจังเลยค่ะ” เสียงเธอนุ่มหวานแต่แฝงความเป็นเจ้าของ
ตะวันตัวแข็งทื่อ มือยกขึ้นเหมือนจะผลักออก แต่สุดท้ายก็แค่แตะไหล่เธอเบา ๆ แล้วถอยห่าง
“แพร… ทำไมถึงมาที่นี่” เสียงเขาต่ำและตึงเครียด
เมลินที่ยืนอยู่บันไดชั้นบนรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
เธอจำชื่อนั้นได้ดี… แพร ผู้หญิงที่ตะวันเคยออกไปเจอเมื่อคืนก่อน
แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงหน้าบ้านจริง ๆ
แพรหันมามองเมลิน สายตาสำรวจจากหัวจรดเท้า ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“อ้าว นี่คือลูกเลี้ยงที่คุณเคยเล่าให้ฟังใช่ไหมคะ” เธอพูดเสียงหวานแต่แฝงเข็ม “สวัสดีจ้า น้องเมลินใช่ไหมคะ ฉันชื่อแพร เพื่อนเก่าของพี่ตะวัน… แล้วก็เคยเป็นแฟนเก่าเหมือนกันนะ”
คำว่า “แฟนเก่า” ทำให้เมลินรู้สึกเหมือนถูกแทงที่อก
เธอเดินลงบันไดช้า ๆ มือกำราวแน่นจนข้อนิ้วขาว
“สวัสดีค่ะ” เธอพูดเสียงเรียบ แต่ในใจกำลังปั่นป่วน
ตะวันหันมามองเมลิน สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความกังวล
“แพรแวะมาคุยเรื่องงานเก่า ๆ นิดหน่อย” เขาอธิบายเร็ว ๆ “เดี๋ยวคุยกันข้างนอกดีกว่า”
แต่แพรไม่ยอม
เธอเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่เกรงใจ วางกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโซฟา แล้วหันมามองทั้งคู่สลับกัน
“ฉันไม่ได้แวะมาแค่เรื่องงานหรอกค่ะ” เธอพูดช้า ๆ สายตาจับจ้องตะวัน “ฉันคิดถึงคุณจริง ๆ นะตะวัน หลังจากที่เราเลิกกัน ฉันรู้แล้วว่าฉันพลาดไปมากแค่ไหน… และฉันอยากเริ่มใหม่”
เมลินรู้สึกเหมือนพื้นดินยุบลงใต้เท้า
เธอมองตะวัน สายตาเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้พูดออกมา
ตะวันหันมามองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปหาแพร
“แพร… เราเลิกกันไปนานแล้ว และตอนนี้—”
“ตอนนี้คุณมีลูกเลี้ยงที่สวยขนาดนี้ใช่ไหมคะ” แพรตัดบท หัวเราะเบา ๆ แต่เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณต้องรับผิดชอบ แต่… น้องเมลินก็โตแล้วไม่ใช่เหรอคะ เด็กสาววัยยี่สิบสองจะต้องมีพ่อเลี้ยงคอยดูแลตลอดไปได้ยังไง”
คำพูดนั้นแทงใจเมลินอย่างจัง
เธอกำหมัดแน่น น้ำตาคลอ แต่พยายามกลั้นไว้
“ฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้วค่ะ” เมลินพูดเสียงสั่นแต่ชัดเจน “และฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาบอกว่าฉันควรจะเป็นยังไงในบ้านหลังนี้”
แพรยิ้มกว้างขึ้น หันมามองเมลินเต็มตา
“โอ้โห น่ารักจังเลยนะคะ น้องพูดเก่งด้วย แต่ฉันกับตะวันเคยรักกันมาก่อนนะคะ รักจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบแบบ… บางคน”
ตะวันก้าวเข้ามาขวางทันที มือยื่นไปจับแขนแพรเบา ๆ แต่แน่น
“พอได้แล้ว แพร” เสียงเขาต่ำและเย็นชา “ถ้าคุณมาที่นี่เพื่อพูดแบบนี้ กลับไปเถอะ”
แพรสะบัดมือออก สายตาแดงก่ำ
“คุณปกป้องเธอขนาดนี้เลยเหรอคะ” เธอหัวเราะเยาะ “ฉันรู้หมดแล้วนะตะวัน ว่าคุณไม่ได้มองน้องคนนี้เป็นแค่ลูกเลี้ยง… ฉันเห็นสายตาคุณตอนที่มองเธอเมื่อกี้ มันไม่ใช่สายตาของพ่อเลี้ยงแน่นอน”
เมลินตัวสั่น น้ำตาไหลลงแก้มโดยไม่รู้ตัว
เธอหันหลัง วิ่งขึ้นบันไดไปทันที ปิดประตูห้องดังปัง แล้วทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องไห้เงียบ ๆ
ด้านล่าง ตะวันหันไปมองแพรด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เคยมี
“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” เขาพูดเสียงแผ่วแต่หนักแน่น “และอย่ากลับมาอีก”
แพรยืนนิ่งครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณจะเสียใจนะตะวัน… ที่เลือกทางที่ผิด” เธอหยิบกระเป๋า แล้วเดินออกไป โดยไม่หันกลับมามอง
ประตูปิดลง
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม
ตะวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือกำแน่นจนเลือดซึมที่ฝ่ามือ
เขารู้ว่าความลับที่ถูกกดไว้มานาน กำลังจะถูกขุดขึ้นมาโดยคนที่เขาไม่เคยคิดว่าจะกลับมาทำลายทุกอย่าง
และที่แย่กว่านั้น… เขารู้ว่าเมลินกำลังเจ็บปวดเพราะเขา