EP7: ☘️☘️☘️☘️

882 Words
หลังจากเหตุการณ์ที่แพรบุกมาบ้านและทิ้งคำพูดแหลมคมไว้ เมลินรู้สึกเหมือนมีกำแพงสูงกั้นระหว่างเธอกับตะวัน ทั้งคู่ยังคงใช้ชีวิตในบ้านเดียวกัน แต่การสนทนากลายเป็นคำสั้น ๆ การสบตาแทบไม่มี และทุกครั้งที่อยู่ในห้องเดียวกันก็เหมือนมีอากาศเย็นยะเยือกแผ่ซ่าน เมลินทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองมีพื้นที่หายใจ เช้าวันหนึ่ง เธอลงมาชั้นล่างในชุดทำงานเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ ผมรวบต่ำ ตะวันที่นั่งกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารชะงักเมื่อเห็นเธอ “วันนี้จะไปไหนเหรอครับ” เขาถามเสียงนิ่ง แต่สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย เมลินสูดหายใจลึก แล้วตอบตรง ๆ “หนูจะไปสมัครงานค่ะ… หนูอยากทำงานจริงจัง ไม่อยากอยู่แต่ในบ้านอีกแล้ว” ตะวันวางแก้วกาแฟลงช้า ๆ มองเธอนิ่ง “งานอะไรเหรอ” “บริษัทออกแบบกราฟิกที่หนูเคยฟรีแลนซ์อยู่ตอนนี้มีตำแหน่งประจำ หนูจะไปสัมภาษณ์วันนี้ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ “หนูคิดว่าถึงเวลาที่หนูต้องมีชีวิตของตัวเองบ้าง… ไม่ใช่แค่เป็นลูกเลี้ยงที่รอให้พี่เลี้ยงดู” คำว่า “ลูกเลี้ยง” และ “พี่เลี้ยงดู” ทำให้ตะวันตัวแข็งทื่อ เขามองเธอนาน แล้วพยักหน้าช้า ๆ “ดีแล้วครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว “ถ้าคุณอยากมีชีวิตของตัวเอง ผมสนับสนุน” เมลินรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกที่อก แต่เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ… พ่อเลี้ยง” คำว่า “พ่อเลี้ยง” ที่เธอเรียกออกมาอย่างตั้งใจ ทำให้ตะวันหลับตาลงชั่วขณะ เขาพยักหน้า ไม่พูดอะไรเพิ่ม แล้วหันกลับไปจิบกาแฟต่อ เมลินออกจากบ้านไปสัมภาษณ์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่ในใจเธอตัดสินใจแล้วว่า… เธอจะมองตะวันเป็น “พ่อเลี้ยง” จริง ๆ ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอเคยรู้สึกอะไรเกินเลยอีกต่อไป การสัมภาษณ์ผ่านฉลุ่งลาง เธอได้งานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ประจำบริษัทขนาดกลางในกรุงเทพฯ วันแรกที่ไปทำงาน เธอได้เจอเพื่อนร่วมงานคนใหม่ ๆ โดยเฉพาะ “โอม” เพื่อนร่วมทีมหนุ่มหล่อ อายุใกล้เคียงกัน สุภาพ อารมณ์ดี และชอบชวนคุย หลังเลิกงานวันแรก โอมเดินมาชวนเธอ “เมลิน วันนี้วันแรกเลย ไปกินข้าวด้วยกันไหม? ทีมเรามีร้านโปรดแถวนี้ เดี๋ยวพาไปรู้จัก” เมลินลังเลครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มรับ “ได้ค่ะ ขอบคุณนะ” ทั้งกลุ่มไปกินข้าวด้วยกัน โอมนั่งข้างเธอ คอยถามไถ่เรื่องงาน เรื่องชีวิต และแซวเล่น ๆ บ่อย ๆ เมลินรู้สึกผ่อนคลายเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เธอหัวเราะได้จริง ๆ ไม่ใช่ยิ้มกลบเกลื่อน วันต่อ ๆ มา โอมเริ่มชวนเธอไปกินข้าวกลางวันบ่อยขึ้น บางวันก็ชวนกาแฟหลังเลิกงาน เขาเริ่มแสดงความสนใจชัดเจนขึ้น ส่งข้อความหาเธอทุกเช้า ถามว่ากินข้าวเช้ายัง ส่งรูปแมวตลก ๆ มาให้ดู เมลินไม่ได้ปฏิเสธ เธอคิดในใจว่า… นี่แหละทางออก ถ้าได้คุยกับคนอื่น ได้เจอคนที่มองเธอเป็น “ผู้หญิง” ไม่ใช่ “ลูกสาว” บางทีเธออาจจะลืมความรู้สึกที่มีต่อตะวันได้จริง ๆ แต่ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน เธอก็เจอตะวันที่นั่งรอเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาถามเรื่องงาน ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แต่สายตาของเขาดูเหนื่อยล้าและเศร้าลงทุกวัน คืนหนึ่ง เมลินกลับมาบ้านดึกกว่าเดิม เพราะไปกินข้าวกับโอมและเพื่อนร่วมงาน ตะวันนั่งรออยู่เหมือนเคย แต่คราวนี้เขาพูดตรง ๆ “วันนี้กลับดึกอีกแล้วเหรอครับ” เสียงเขานิ่ง แต่แฝงความรู้สึกบางอย่าง เมลินถอดรองเท้า แล้วตอบเรียบ ๆ “ค่ะ ไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมงาน… มีคนชวนไปบ่อย ๆ ค่ะ” ตะวันมองเธอนิ่ง แล้วพยักหน้า “ดีแล้วครับ… คุณควรมีเพื่อน มีชีวิตของตัวเอง” เมลินมองเขา แล้วพูดต่อ “หนูคิดแล้วนะคะ… ว่าหนูจะมองพี่เป็นพ่อเลี้ยงจริง ๆ เหมือนที่ควรจะเป็น หนูจะไม่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากอีก” ตะวันหลับตาลงช้า ๆ มือกำแน่นบนตัก “ครับ… ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” เขาตอบเสียงแผ่ว “ดีแล้วที่คุณคิดได้แบบนี้” เมลินยิ้มให้เขา แล้วเดินขึ้นบันไดไปห้องตัวเอง แต่เมื่อประตูห้องปิดลง เธอก็ทรุดลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลเงียบ ๆ ด้านล่าง ตะวันนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นนานมาก เขายกมือกุมหน้าผาก น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว “ดีแล้ว… ที่เธอคิดแบบนั้น” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ในใจลึก ๆ เขารู้ดีว่าเขาไม่โอเคเลยสักนิด การที่เธอมีคนอื่น การที่เธอมองเขาเป็น “พ่อเลี้ยง” จริง ๆ มันเจ็บปวดยิ่งกว่าที่เขาคาดไว้มาก เขายอมรับคำพูดของเธอ แต่หัวใจของเขา… ยังคงไม่ยอมรับ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD