⸻
🥂: ผับยามดึก — เกมเริ่มที่คำพูด
ผับไฮโซกลางเมืองยังจมอยู่ใต้แสงไฟสลัว เสียงเบสหนักแน่นกดลงพื้นจนสะเทือนมาถึงฝ่าเท้า บรรยากาศรอบตัวเหมือนเดินช้าลง ราวกับเวลาโดนหรี่ตามระดับไฟ พนักงานเดินสวนกันไปมาอย่างเงียบงัน เป็นระเบียบ รู้หน้าที่ของตัวเองโดยไม่ต้องสบตาหรือพูดอะไรกันมาก
เฌอลินเอนพิงโซฟาหนังสีเข้ม ขาไขว้กันพอดี มือวางบนพนักด้วยท่าทางของคนที่คุมพื้นที่ สายตาเธอกวาดมองรอบโต๊ะ ไม่ใช่สายตาของคนมาหาความสนุก แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังเลือก แก้วเหล้าวางอยู่ตรงหน้า น้ำแข็งยังเต็ม เธอยังไม่ยกขึ้นแตะเลยสักนิด
เพทายยืนอยู่ข้างโต๊ะ
ไม่เอียงตัว
ไม่พิงพนัก
ไม่รีบก้าวเข้ามา
ท่ายืนนั้นนิ่งเหมือนคนรอคำสั่ง แต่ในแววตาไม่มีอะไรที่บอกว่าเขาเป็นคนต้องรอคำสั่งจากใคร
เฌอลินเหลือบมองเขาเพียงครั้งเดียว แค่พอเช็กตำแหน่ง ว่าเขาอยู่ตรงไหน
“นั่ง”
คำเดียว สั้น เรียบ เสียงนิ่งสนิท
เหมือนกำลังสั่งพนักงาน ไม่ใช่ชวนใครต่อรอง
เพทายขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงตำแหน่งที่เธอชี้ให้
ไม่มีคำถาม
ไม่มีท่าทีลังเล
เขาไม่ยิ้ม ไม่เอื้อมหาแก้ว และไม่เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา
ความเงียบทอดตัวลงกลางโต๊ะ ไม่อึดอัด แต่ตึงแน่นขนัด
เฌอลินหมุนแก้วในมือช้า ๆ เสียงน้ำแข็งกระทบกันแผ่วเบา เธอไม่ถามว่าเขาทำงานมากี่ปี ไม่ถามชื่อ ไม่ถามเรทราคา เหมือนเรื่องพวกนั้นไม่จำเป็น
“ดื่มสิ”
เพทายหยิบแก้วขึ้น จิบเพียงอึกเดียว ก่อนวางกลับที่เดิม ท่าทางเรียบเฉย ไม่มีการอวดตัว ไม่มีความพยายามเอาใจ
“เป็นคนไม่ค่อยพูดเนอะ” เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเหมือนกำลังเช็กของมากกว่าชวนคุย
“คุณอยากให้ผมพูดอะไร”
เขาตอบทันที เสียงต่ำ นิ่ง ไม่อ่อน และไม่ยั่ว
เฌอลินเลิกคิ้วขึ้นเพียงนิดเดียว แค่ชั่ววินาทีเดียวก่อนจะกลับมาเหมือนเดิม
“โฮสส่วนใหญ่จะถามมากกว่านี้ พูดเยอะมากกว่านี้นิ”
“ผมไม่ชอบถามในสิ่งที่อีกฝ่ายยังไม่อยากตอบ”
ปลายนิ้วของเธอชะงักไปเสี้ยวหนึ่ง แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน เฌอลินเอนหลังพิงโซฟามากขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขายังเท่าเดิม ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะกลับเปลี่ยนไปชัดเจน
“งั้นก็อยู่เงียบ ๆ”
“ทำหน้าที่ไป”
เพทายพยักหน้ารับคำสั่ง ไม่เถียง ไม่อธิบายว่า “หน้าที่” ของเขาคืออะไร เขานั่งนิ่ง สายตาไม่จ้องค้าง แต่ก็ไม่หลบ เหมือนกำลังฟัง และเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
ไม่กี่นาทีผ่านไป โต๊ะนี้ไม่เหมือนโต๊ะอื่น ไม่มีคำหวาน ไม่มีการขยับเข้าใกล้ ไม่มีมือแตะต้อง มีแค่การนั่งตัวตรง และการมองกันเป็นช่วง ๆ
“คุณไม่คิดจะเอาใจหน่อยเหรอ” เธอถาม เสียงนิ่ง แต่ความหมายชัดเจน
“ผมคิดว่าคุณไม่ได้ต้องการแบบนั้น”
เฌอลินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สั้น ๆ ไม่ใช่เสียงขำจริง
“มั่นใจดี”
“ผมดูจากท่าทาง”
เขาวางมือลงบนต้นขาตัวเอง ไม่ล้ำเส้น ไม่เสนออะไรเกินจำเป็น
“คุณมานั่งตรงนี้ เพราะคุณเป็นคนเลือก”
“ไม่ใช่เพราะคุณอยากให้ใครมาคุม”
คำพูดนั้นตรงเกินไป
เกินกว่าหน้าที่ของโฮสทั่วไป
เฌอลินมองเขาตรง ๆ เป็นครั้งแรก สายตานิ่งและหนัก จับจ้องไม่หลบ
“แล้วคุณล่ะ”
“คุณคิดว่าตัวเองอยู่ตำแหน่งไหน”
เพทายไม่ตอบในทันที เขาหยิบแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะวางลงช้า ๆ
“ผมอยู่ในตำแหน่งที่คุณชี้ให้ผมอยู่”
“แต่ผมไม่จำเป็นต้องแสดงออกเหมือนคนอื่น”
ความเงียบกดทับลงมาอีกครั้ง หนักกว่าเดิม เฌอลินเอนตัวมาข้างหน้าเพียงนิดเดียว แค่พอให้เขารู้ว่าเธอเริ่มสนใจ
“อย่าทำให้ฉันเสียเงินเปล่า”
มันคือคำเตือน
ไม่ใช่คำขอ
เพทายยกสายตาขึ้น สบตาเธอเต็ม ๆ เป็นครั้งแรก ไม่หลบ ไม่ลดละสายตา
“คุณไม่เสียอะไรเปล่าหรอ”
“คืนนี้คุณได้ในสิ่งที่คุณเลือก”
เขาไม่ยิ้ม แต่คำพูดนั้นเหมือนปิดเกมยกแรก เฌอลินเอนตัวกลับ แก้วเหล้าในมือหยุดหมุน โต๊ะนี้ไม่ใช่โต๊ะดื่มธรรมดา และผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ใช่โฮสแบบที่เธอคิด
เกมเริ่มขึ้นแล้ว
ด้วยคำพูด ไม่ใช่การแตะต้อง
====
แสงไฟยังต่ำเท่าเดิม เสียงดนตรียังคงจังหวะเดิม โต๊ะรอบข้างเริ่มแน่น คนเดินผ่านไปมาถี่ขึ้นแต่โต๊ะของเฌอลินยังนิ่ง เหมือนถูกแยกออกจากพื้นที่อื่นทั้งหมด
เธอเอนหลังพิงโซฟา ขาไขว้ท่าเดิม เพทายนั่งอยู่ตรงข้าม ระยะห่างพอดี ไม่เอียงเข้ามา และไม่ถอยออกไป
เฌอลินหันไปทางพนักงาน เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย
“วิสกี้แก้วหนึ่ง”
“เหมือนของฉัน”
พนักงานพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป เพทายมองตามแค่แวบเดียว แล้วก็เงียบ
“คุณไม่เลือกเหรอ” เธอถาม
“ผมไม่เรื่องมาก”
แก้วถูกวางลง เสียงกระทบโต๊ะเบา ๆ เฌอลินเลื่อนแก้วไปหาเขาเพียงนิดเดียว แค่พอให้เห็นว่าเธอเป็นคนกำหนด เพทายรับแก้วไว้ถือเฉย ๆ ยังไม่ยกดื่ม
เฌอลินจับสังเกตได้ทันที เธอไม่พูดอะไร เพียงยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบ
“โฮสทั่วไปจะรีบกว่านี้”
“ผมไม่รีบกับอะไรที่ยังไม่จำเป็น”
เขาวางแก้วลงอีกครั้งยังไม่ดื่ม เฌอลินยิ้มมุมปากบางมาก แทบมองไม่เห็น
“หรือคุณคิดว่าฉันจะเปลี่ยนใจ”
“ผมคิดว่าคุณไม่เปลี่ยนง่าย ๆ”
เธอหยุดหมุนแก้วไปเสี้ยววินาที
“คุณดูมั่นใจในตัวเองดี”
“พอ ๆ กับคุณ”
เฌอลินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เหมือนเป็นการตัดจบประโยค
“ลูกค้าคนอื่นไม่ถามแบบนี้ใช่ไหม”
เพทายเงยหน้าขึ้น สบตาเธอ นิ่ง
“ลูกค้าคนอื่นไม่มองผมเหมือนคุณ”
เฌอลินเอียงคอเล็กน้อย สายตาไม่หลบ
“แล้วคุณคิดว่าฉันมองคุณยังไง”
“เหมือนของที่คุณเลือกแล้ว”
“ไม่ใช่ของที่มาเสนอขาย”
เธอยกแก้วขึ้น จิบช้า ๆ สบตาเขาตลอด ไม่มีหลบ
“พูดแบบนี้ ระวังจะทำให้ฉันไม่พอใจ”
เพทายขยับตัวเพียงนิดเดียว แผ่นหลังยังตรงเหมือนเดิม
“ถ้าคุณไม่พอใจ คุณคงไม่ให้ผมนั่งอยู่ตรงนี้”
เฌอลินวางแก้ว เสียงกระทบโต๊ะดังขึ้นกว่าเดิมนิดเดียว
“คุณไม่กลัวเหรอ”
“กลัวอะไร”
“กลัวลูกค้าไม่พอใจและไม่กลับมาใช้บริการ”
เพทายนิ่งไปชั่วจังหวะ เหมือนคิดคำก่อนพูด
“ผมไม่คิดว่าคุณเป็นลูกค้าแบบนั้น”
เฌอลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“งั้นฉันเป็นแบบไหน”
“คนที่ไม่ชอบให้ใครทำตามใจตัวเองโดยไม่ถาม”
“แต่ก็ไม่ชอบให้ใครฝืนตัวเองเกินไป”
เธอมองเขานิ่งนานกว่าเดิม เพทายยกแก้วขึ้นจิบในที่สุด
“รสชาติ ก็โอเค”
เฌอลินยิ้มชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
“ฉันคิดว่าคุณจะไม่ดื่ม”
“ผมดื่ม”
“แต่แค่ผมจะดื่มของผมเอง”
เธอเอนหลังพิงโซฟา เหมือนปิดประเด็นนั้นลง
“คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันเลือกคุณ”
“ไม่รู้”
“และคงไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องรู้”
เธอหัวเราะเบา ๆ โต๊ะนี้ยังไม่มีใครล้ำเส้น ไม่มีใครถอย เกมยังเสมอกัน
และยังไม่จบ
====
เสียงดนตรียังต่ำเหมือนเดิม แต่เณอลินเริ่มไม่สนใจแล้ว สายตาเธอไหลออกจากโต๊ะเป็นช่วง ๆ มองคนรอบตัวเหมือนกำลังเก็บข้อมูล เพทายจับจังหวะนั้นได้ทัน
“คุณไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัวแบบคนอื่นที่มาดื่ม”
เธอหันกลับมา “แล้วมันควรสนใจหรือน่าสนใจยังไง”
“ส่วนใหญ่จะมองหาอะไรที่สบาย ๆ สายตา”
“แต่คุณมองเหมือนกำลังคัดของอะไรสักอย่าง”
เฌอลินยกแก้วขึ้นจิบ ไม่ปฏิเสธคำพูดนั้น
“ฉันไม่เสียเวลามองสิ่งที่ไม่จำเป็น”
“งั้นผมคงไม่ใช่สิ่งที่คุณคัดออกจากสายตาสินะ”
เธอมองเขานิ่ง “คุณคิดแบบนั้นได้ยังไง”
“ถ้าผมไม่จำเป็น คุณคงเปลี่ยนคนเปลี่ยนโต๊ะไปแล้ว”
เธอยิ้มมุมปากบาง ๆ “คุณอ่านใจคนเก่งกว่าที่คิด”
“ผมแค่มองจากพฤติกรรม ท่าทางแค่นั้น”
เขาปรับท่านั่งให้หลังตรงขึ้นเล็กน้อย
“คุณถามตรง ๆ ดีนะ”
“และไม่ถามในสิ่งที่ไรสาระ เลือกถามคำถามที่คำตอบไม่มีราคา”
“งั้นก็ตอบมาสิครับ” เธอพุ่งคำถามตรง
“คุณคิดว่าฉันทำงานอะไร” เพทายนิ่งไปหนึ่งจังหวะ
“งานที่ต้องตัดสินคนด้วยความรวดเร็ว”
“และผลของการตัดสินมักมีต้นทุน และราคาเสมอ”
เณอลินไม่โต้ตอบ ความเงียบเข้ามาแทนที่ เหมือนการยอมรับโดยไม่ต้องพูด
“คำตอบคุณดูจริงจังขึ้น” เธอพูดเบาแต่คม
“เพราะผมรู้ว่าคุณไม่ชอบคำตอบที่พูดออกมาลอย ๆ โดยไม่รู้ความหมายของคำตอบนั้น”
“ดี ฉันไม่ชอบเสียเวลา”
เขาจิบอีกอึกก่อนถามกลับ
“แล้วคุณล่ะ คิดว่าผมเป็นแบบไหน”
เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ใช่มองรูปร่าง แต่เหมือนอ่านโครงสร้างภายในของเขา
“คุณไม่ใช่โฮสที่ขายรอยยิ้ม ไม่ใช่สายเอาอกเอาใจ”
“และไม่หลงบทบาทตัวเอง”
เขาพยักหน้าเบา ๆ
“คุณนั่งหลังตรง ไม่ขยับตัวเลยแม้สักนิดถ้าไม่จำเป็น ไม่รีบทำตัวเอาอกเอาใจให้ฉันพอใจ”
เธอเว้นจังหวะ
“นั่นแปลว่าคุณเคยเป็นคนที่ไม่สนใจ และไม่ค่อยเอาใจใครมาก่อน”
เพทายสบตาเธอ
“คุณก็เหมือนกัน”
“คุณพูดเพื่อดูว่าผมจะรับไหวแค่ไหน”
เฌอลินยิ้มชัดเจนขึ้น “ฉันไม่ชอบคนที่ไม่มีสติ”
“และผมไม่ชอบคนที่ดูถูกคนตรงหน้า”
เธอเอนหลัง บทบาทค่อย ๆ บางลงในทุกประโยค
โต๊ะนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับโฮสอีกต่อไป
เฌอลินเหลือบมองนาฬิกา วางแก้วลง เสียงกระทบชัด ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ไปกันเถอะ”
ไม่ใช่คำถาม เพทายลุกตามทันที ไม่ถามอะไร เธอคว้าคลัตช์แล้วเดินนำ เขาตามหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างเท่าเดิม พนักงานยื่นบิลให้ เธอวางการ์ดลงไปโดยไม่มองตัวเลข
ทางเดินด้านนอกสว่างขึ้น เสียงดนตรีถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“คุณไม่ถามอะไรเลย” เธอพูด โดยไม่หันกลับมา
“ถ้าคุณอยากบอก คุณคงบอกแล้ว”
เธอชะลอฝีเท้าเล็กน้อย
“แล้วถ้าฉันเปลี่ยนใจ”
“คุณคงไม่ลุกขึ้นเดิมตามตั้งแต่แรก”
ประตูกระจกเปิดออก เสียงเมืองยามค่ำคืนไหลเข้ามา เธอหยุดหันกลับไปมองเขา
“นี่ไม่ใช่การตามใจลูกค้า”
“ผมรู้”
“แต่แล้วคุณก็ยังตามมา”
“เพราะผมเลือกแล้วเหมือนกัน”
เณอลินมองเขาอยู่นาน ก่อนจะพูดสั้น ๆ
“งั้นก็อย่าช้า”
เธอก้าวลงบันได เขาก้าวตามจังหวะเท่ากัน สองเงาเดินออกจากแสงไฟ ทิ้งบทบาททั้งหมดไว้ข้างใน เหลือเพียงคำถามเดียว—?
👉 ใครกันแน่ที่คุมเกมนี้อยู่🃏