⸻
😏 : เปิดเกม — การเลือกที่คิดว่าคุมได้
“ฉันเลือกผู้ชายผิด”
เฌอลินพูดขึ้นตรง ๆ เสียงเรียบ ไม่ได้หยุดคิด ไม่ลดเสียง แล้วก็ไม่ได้มองหน้าใครเป็นพิเศษ ไม่มีความลังเล เหมือนพูดเรื่องทั่ว ๆ ไป เรื่องที่ไม่ต้องการคำตอบและไม่ต้องการให้ใครมาปลอบ
เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้ ขาไขว้กันไว้ มือวางบนต้นขา นิ้วเรียงสวยท่าทางดูสบาย ๆ แบบคนที่รู้ว่าตัวเองคุมสถานการณ์อยู่ เธอไม่ได้หันมองใคร มองแค่เงาสะท้อนของตัวเองในกระจกสีดำเงา
สายตานิ่ง ไม่หลบ ไม่สั่น น้ำเสียงเรียบจนฟังไม่ออกว่าเธอรู้สึกอะไรกับคำพูดนั้น
“แต่ฉันตั้งใจเลือกเอง”
คำว่า ตั้งใจ หล่นลงมากลางบทสนทนาเหมือนปิดฝาไปแล้ว ไม่มีช่องให้ใครแทรก ไม่มีพื้นที่ให้ถามต่อ เธอไม่ได้อธิบาย ไม่ได้แก้ตัวและไม่ได้คิดจะให้เหตุผลอะไรทั้งนั้น
เพราะสำหรับเธอแค่นั้นก็พอแล้วและเธอก็ไม่สนใจว่า..ใครจะรับคำพูดนั้นไปคิดยังไง
“ฉันไม่อยากรู้ชื่อ” เธอพูดต่อเหมือนวางขอบเขตให้จบในประโยคเดียว
“ไม่อยากผูกพันอะไรทั้งนั้น ไม่อยากจำ แล้วก็ไม่อยากเจออีก” เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงสั้น ๆ
คำพูดนั้นไม่ได้พูดลอย ๆ มันตั้งใจส่งไปตรงหน้าใครบางคน เธอไม่จำเป็นต้องมอง ไม่จำเป็นต้องสบตา แค่พูดให้ชัดว่าขอบเขตอยู่ตรงไหนก็พอ
เฌอลินขยับตัวนิดเดียว เสื้อแนบตัวตามแรงขยับ ท่าทางไม่รีบ ไม่อึกอัก ทุกอย่างดูคิดมาแล้ว ไม่ใช่เผลอ ไม่ใช่เมาและไม่ใช่อารมณ์พาไป
“คืนนั้นฉันเลือกเอง” เสียงยังเรียบนิ่ง
“ไม่ใช่เลือกพลาด ไม่ใช่โดนหลอก แต่ฉันเดินเข้าไปเอง”
มือเธอหยิบของบางอย่างขึ้นมาจากโต๊ะวางลงช้า ๆ
เสียงกระทบโต๊ะไม่ดังแต่หนักพอให้รู้ว่าไม่ใช่การต่อรอง
ห้องเงียบไปชั่วจังหวะ
เขาไม่ได้รีบพูดไม่ได้มองของบนโต๊ะด้วยซ้ำ
“งั้นก็ดี”
เสียงเขานิ่งไม่มีน้ำเสียงประชดไม่มีคำปลอบ
“อย่างน้อยก็ไม่มีใครต้องรับผิดแทนใคร”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอช้า ๆ สายตาไม่ได้แข็งแค่มั่นใจ
“แต่การที่คุณเลือกเอง” เขาพูดต่อ
“ไม่ได้แปลว่ามันจะจบตรงที่คุณอยากให้จบ”
เฌอลินไม่รอดูปฏิกิริยาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะนิ่ง จะขยับ หรือจะคิดอะไรเธอพูดต่อเหมือนสรุปฝ่ายเดียว
“ฉันคุ้นชินกับการเป็นฝ่ายเลือก”
เธอไม่ได้พูดอวดแค่พูดให้มันชัดเจน
“ไม่ใช่เป็นฝ่ายที่ถูกเลือก”
เธอเอนหลัง ยกคางขึ้นนิดเดียวท่าทางสบาย น้ำเสียงมั่นคง เหมือนทุกอย่างอยู่ในมือแล้วไม่มีอะไรต้องพูดต่อ
“เราไม่ต้องรู้อะไร ๆ ของกันและกัน”
เธอเว้นจังหวะสั้น ๆ
“แค่คืนเดียว จ่ายแล้วจบ” 💵
เฌอลินเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เชื่อว่ามันจบตั้งแต่เธอลุกเดินออกมา เชื่อว่าคืนหนึ่งก็คือคืนหนึ่งและการเลือกของเธอไม่มีผลอะไรตามมา
แต่ถ้ามันจบจริง
เธอคงไม่ต้องรู้สึกถึงสายตาที่มองตามหลังเธอมาและความเงียบที่ไม่ยอมจบตามคำพูด
แต่ถ้ามันจบจริง ๆ เธอคงไม่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้
ในเช้าของวันทำงานปกติของเธอ เวลาเกือบสิบโมงกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ
คำถามเดียวที่ค้างอยู่คือ..?
ใครบางคนกำลังจะพิสูจน์ว่าการ “เลือก” ของเธอยังไม่ใช่ประโยคสุดท้ายของเรื่องนี้
⸻
ณ ห้องประชุม — อำนาจชนอำนาจ
ห้องประชุมชั้นบนสุดนิ่งเงียบสนิท จนได้ยินเสียงแอร์ กับเสียงปลายปากกากระทบโต๊ะ แฟ้มเอกสารถูกวางเรียงตรงหน้า เสียงพลิกกระดาษดัง ฟึ่บ เป็นจังหวะเดียวกัน
เฌอลินนั่งหัวโต๊ะ หลังตรง ไหล่ผึ่ง เสื้อสูทสีเข้มเข้ารูปพอดีตัว สวย สง่าน่าหลงใหลและสะกดทุกสายตา เธอพยักหน้าให้ฝ่ายเลขาฯ แบบไม่ต้องเอ่ยปากพูด คนรอบข้างโต๊ะขยับเก้าอี้ ครืด เบา ๆ ก่อนจะนั่งนิ่งเงียบเหมือนกันหมด
ทุกสายตาหันมาที่เธอ รอว่าเธอจะพูดอะไรต่อ
เฌอลินเปิดแฟ้ม ปึง—‼️
กระดาษขยับ เสียงดังพอให้รู้ว่าเกมเริ่มแล้ว
“ประเด็นวันนี้ เอาตัวเลข” เธอพูดเรียบ ๆ ไม่มองใครเป็นพิเศษ
“ไม่เอาน้ำ เอาเนื้อๆ” เธอเงยหน้าขึ้นนิดเดียว
“ใครยังไม่พร้อมที่จะพูดตอนนี้”
เงียบ
ไม่มีใครขยับมีแค่การเปลี่ยนน้ำหนักตัวเล็ก ๆ ของคนที่รู้หน้าที่ตัวเอง
เฌอลินพยักหน้าเหมือนอนุญาตให้เวลาขยับต่อ
ตอนนั้นเอง
ประตูกระจกบานใหญ่กำลังจะถูกเปิดออก เสียง แกร็ก ดังเบา ๆ แต่ชัดเจน
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาจากด้านนอก ชัดเจน ไม่รีบ
ประตูกระจกถูกผลักเปิด
เธอไม่หันไปมองแค่พูดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เริ่มได้”
เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ไม่รีบเหมือนทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้ จนสายตาไปหยุดที่คนตรงประตู
จังหวะนั้นเอง
มือที่กดแฟ้มอยู่ก็ชะงักไปเสี้ยววินาที
ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องประชุม การก้าวเดินไม่ได้เร็ว ไม่ได้ช้า เสียงรองเท้าแตะพื้นพรมแน่น ๆ ไม่มีเสียงลากเท้า ทุกสายตาหันไปมองทางเสียงที่ได้ยินตามมารยาท
คางของเธอแข็งขึ้นนิดเดียว ดวงตาหยุดนิ่ง เหมือนภาพตรงหน้าถูกดึงโฟกัสเองโดยไม่ต้องสั่ง สมองยังไม่ทันประมวลผล แต่ร่างกายจำได้และทำไปก่อนสมองสั่งการ
“ใช่”
“ผู้ชายคนนั้น”
ภาพตรงหน้าไม่เหลืออะไรจากคืนนั้น เขาไม่ได้แต่งตัวแบบคืนในผับ ไม่มีแสงสี ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีรอยยิ้มกวน ๆ ที่เธอคิดว่าเป็นหน้าที่ของโฮส ตรงหน้าเธอคือผู้ชายในสูทสีเทาเข้ม เรียบ เนี้ยบ ท่าทางสุขุมเหลือแค่ความเป็นทางการที่ตัดทุกอย่างออกจนหมด
เฌอลินกระพริบตาหนึ่งครั้ง
แค่นั้น
เธอวางแฟ้มลงตามเดิม เธอนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขออภัยที่มาช้า” เสียงเขาทุ้ม ต่ำ ไม่เร่ง
“รถติดนิดหน่อย”
ผู้ช่วยลุกขึ้นทันที
“ขออนุญาตแนะนำสมาชิกคนสำคัญในการร่วมประชุมในครั้งนี้ครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากปลายโต๊ะประชุม
“นี้คือ คุณเพทาย ศิริมาลากุล ตัวแทนฝ่ายร่วมลงทุนครับ”
ชื่อกระแทกเข้ามาเต็ม ๆ
“เพทาย”
และเฌอลินก็ไม่ถามอะไรเพิ่มเติม เฌอลินพยักหน้าตามมารยาทเหมือนเป็นชื่อหนึ่งที่เพิ่งได้ยิน ทั้งที่บางอย่างในหัวเธอหยุดไปแล้วครึ่งจังหวะ
เฌอลินกระพริบตาหนึ่งครั้ง สีหน้าไม่เปลี่ยน เธอขยับแฟ้มเอกสารตรงหน้าเหมือนเดิม มือเธอไม่ได้สั่น สายตาเธอถูกดึงกลับไปที่เอกสารการประชุม
เพทายพยักหน้ารับคำแนะนำตัว สายตาเหลือบมองมาที่ผู้หญิงที่นั่งหัวโต๊ะเพียงเสี้ยววินาที ผู้หญิงคนนั้นที่ดูสะดุดตาสวยสง่าน่าสนใจไม่ต่างจากตอนที่เจอในคืนวันนั้นเลยสักนิด
เพทายก้าวมานั่งฝั่งตรงข้ามระยะห่างพอดี ไม่รุก ไม่ถอย
เขาวางแฟ้มลง เปิดอย่างเป็นระเบียบสายตาเหลือบมาที่เธอแค่เสี้ยววินาทีก่อนจะกลับไปที่เอกสาร
แค่นั้น
พอให้รู้ว่าเขาจำเธอได้
และเขารู้ว่าเธอก็จำเขาได้
แต่ไม่มีใครพูด ไม่มีใครทักทายใครก่อน
“เริ่มได้เลยค่ะ” เฌอลินตัดบท
เสียงกระดาษ เสียงปากกา เสียงหายใจ ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม
เกมอำนาจสองฝั่งนั่งอยู่ตรงข้ามกัน เหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
อย่างน้อย ๆ ก็แค่ในห้องนี้
⸻
🤔 Flashback ผับ — จุดเริ่มของความเข้าใจผิด
แสงไฟในผับสลัว เสียงเบสดนตรีต่ำจนสั่นใต้ฝ่าเท้า โต๊ะเต็มไปด้วยแก้วเหล้าแก้วเครื่องดื่มนา ๆ ชนิด เสียงหัวเราะ เสียงชนแก้วกันดังระงม
เฌอลินมานั่งตรงนี้เพราะเพื่อนเธออกหักและลากเธอมาเป็นเพื่อน เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะมาหาผู้ชายแก้เหงาให้ตัวเองตั้งแต่แรก เธอนั่งไขว่ห้าง มองดูไปรอบ ๆ แบบคนที่เบื่อสถานที่แบบนี้แต่พอเพื่อนเริ่มบ่นเริ่งเศร้าดึงดราม่าน้ำตามาเต็ม เธอตัดสินใจแล้วก็โบกมือเรียกพนักงาน
“เลือกหนุ่มโฮสหล่อ ๆ ให้เพื่อนพี่หน่อย”
“คนนั้น กับคนนั้น พอ”
พนักงานรับคำแล้วหายไปในฝูงคน
น้ำเสียงธรรมดา นิ่ง ๆ เย็นชา เหมือนสั่งน้ำ
เฌอลินเอนหลัง หมุนแก้วช้า ๆ สายตาไหลไปเรื่อย จนไปหยุดที่มุมหนึ่งของผับ ผ่านผู้ชายที่ยืนเรียงกัน พวกนั้นคือหนุ่มโฮส พวกเขานั้นยิ้มเก่ง เก่งขายตัว เก่งเอาอกเอาใจ เธอเลือกหนุ่มโฮสที่ตรงสเปกเพื่อนให้นางไปสองคนแบบไม่คิดมากอะไรมาก
แล้วสายตาเธอก็ไปหยุดที่อีกมุมหนึ่งของบาร์
ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่คนเดียว พิงพนักเก้าอี้ ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ ไม่ได้โบกมือทักทายใคร ๆ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มอ้อน ๆ เขาแค่…นั่งอยู่ตรงนั้น
เฌอลินมองอยู่สองจังหวะ
พอ
เธอยกมือ ชี้ไปที่เขา “คนนั้น เพิ่มเขาด้วย”
พนักงานชะงักนิดหนึ่งก่อนพยักหน้า แต่ก็พยักหน้าแบบงง ๆ ไม่นานนัก ผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้ามาหาเธอ เป็นก้าวนิ่ง ๆ ไม่รีบ ไม่ประจบ ก้าวสม่ำเสมอจนหยุดตรงหน้าโซฟา
“นั่ง”
เธอชี้ที่ว่างข้างตัว เขานั่ง ไม่มีคำถาม
“ดื่มอะไรไหม”
“อะไรก็ได้” เสียงเขาต่ำ เรียบ
“ไม่ค่อยพูดนะ”
“แล้วคุณอยากให้ผมพูดไหม”
เธอเลิกคิ้ว “ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้”
ไม่มีคำถาม ไม่มีบทเกริ่น ไม่มีการแนะนำตัว ไม่มีท่าทีการเป็นโฮส แบบที่เธอเคยเห็น เขาแค่มองเธอเงียบ ๆ สายตาตรงจ้องมาที่เธอจนเธอหรี่ตาลงนิดหนึ่ง
“พูดไม่เก่งเหรอ” เธอถาม เสียงท้ายนิด ๆ
“แล้วคุณอยากฟังอะไรจากผมละ” เขาตอบ เสียงต่ำ เรียบนิ่ง ดูเย็นชา
คำตอบนั้นไม่เหมือนโฮสทั่วไป แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรต่อไปจากนั้นมาก เธอคิดว่าเขาเป็นโฮสและเขาก็ปล่อยให้เธอคิดแบบนั้น
ในหัวเธอ มันชัดว่าเขาเป็นโฮสและโฮสมีหน้าที่แค่นั่ง อยู่เป็นเพื่อนกิน เพื่อนคุยและไม่ถามเยอะ
เขาไม่แก้ไขสถานการณ์ ไม่ปฏิเสธ ไม่อธิบายปล่อยให้การเลือกของเธอเดินต่อไป
และนั่นคือจุดเริ่มของความเข้าใจผิดที่ไม่มีใครหยุด
“งั้นเราเริ่มประชุมเลยนะคะ”
เสียงเฌอลินดึงทุกคนกลับมาปัจจุบัน ห้องประชุมกลับสู่โหมดของการทำงานทันที แฟ้มเอกสารถูกเปิดออก ปากกาถูกหยิบ เสียงจด แกรก ๆ
เฌอลินขยับแฟ้ม เปิดหน้าแรก
“เข้าเรื่องนะคะ โครงสร้างการลงทุนรอบนี้ เราเปิดให้ต่อรองได้เฉพาะสัดส่วน ไม่ใช่อำนาจบริหาร”
เธอพูดเรื่องตัวเลข แผนงาน เงื่อนไข น้ำเสียงเธอเป็นมืออาชีพอย่างมาก ไม่มีช่องโหว่ให้ได้ถาม ไม่มีสะดุด เหมือนทุกเช้า
ปลายปากกาของใครบางคนหยุดทันที
เพทายนั่งฟัง นิ่ง เงียบ ไม่เร่งรัด ไม่ถอยหนี พยักหน้ารับเป็นจังหวะที่พอดีเกินไป เปิดเอกสารของตัวเองช้า เป็นจังหวะเดียวกับเธอ
“เงื่อนไขชัดดีครับ”
“แต่ฝั่งผมขอสิทธิ์ตรวจสอบบางส่วนเพิ่มเติม”
เฌอลินเงยหน้าสายตาชนกันเสี้ยววินาทีเดียว
“ระบุมาเป็นข้อ ๆ”
“ถ้าอยู่ในกรอบ เราคุยต่อได้”
เพทายพยักหน้า เขียนอะไรบางอย่างลงไป ไม่รีบ ไม่เร่ง
บรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัด เฌอลินรับรู้ได้จากสายตาคนรอบข้าง แต่ไม่หันไปมอง
“ถ้าไม่มีประเด็นอื่นเราจะไล่ทีละหัวข้อ”
เพทายเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาหยุดที่เธอ เขาไม่พูด
อีกครั้ง สายตาชนกัน
ไม่มีคำทัก ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย เกมนี้ไม่ใช่เกมที่เธอคิดไว้ ไม่ง่าย ไม่ตรงประเด็นและไม่จบตามแผน
เพทายนิ่ง เห็นมากกว่าที่เธอคิด และรู้ว่าเธอยังไม่เห็นทั้งหมด
คนรอบโต๊ะเริ่มขยับตัวเพราะเริ่มนั่งไม่สบายใจ เหมือนอากาศในห้องเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร
เฌอลินรู้ดี เกมนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่เธอคิด เพทายรู้ว่าเธอยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด
ทั้งคู่ยังคุมการแสดงออกทางสีหน้า ยังคงนั่งตรงนี้และยังพูดตามบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อให้จบ
การประชุมเดินต่อ ตัวเลขถูกพูด ข้อตกลงถูกจด แต่สายตาหนึ่งคู่ยังค้างอยู่ตรงกลางโต๊ะประชุม
👉 และนั่นแหละคือสิ่งที่ยังไม่จบ