⸻
⚠️ : การย้ายพื้นที่ — จากผับสู่พื้นที่ปิด
รถสีดำเคลื่อนออกจากหน้าผับอย่างนิ่มนวล เงาไฟนีออนสะท้อนบนกระจกหลังค่อย ๆ ไหลถอยไปทีละเส้น ไม่มีใครเอ่ยคำถามที่ควรถาม และไม่มีใครคิดจะถาม
เฌอลินนั่งอยู่เบาะหลังฝั่งขวา มือวางบนตัก หลังตรง ท่าทางนิ่ง เธอก้มมองจอมือถือ แสงนาฬิกาขึ้น 02:47 ก่อนจะดับหน้าจอลง เหมือนปิดบทสนทนาที่ไม่จำเป็น จากนั้นเธอเงยหน้าขึ้น มองผ่านกระจกหน้ารถ เสียงเครื่องยนต์เดินเรียบ สม่ำเสมอ
“เพนต์เฮาส์—อโศก”
เธอพูดสั้น ๆ น้ำเสียงชัด ไม่สูง ไม่ต่ำ
คนขับพยักหน้า เหยียบคันเร่ง รถเปลี่ยนเลนอย่างคนรู้เส้นทาง
เพทายนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ เขาไม่ขยับเข้า ไม่ถอยออก มือวางบนต้นขา หัวไหล่เว้นระยะพอดี ระยะที่ตั้งใจรักษาไว้ เขาไม่ถามว่าจะไปทำอะไร ไม่ถามว่าทำไมต้องตอนนี้ ไม่เสนอทางเลือก และไม่มีคำว่า “ถ้า” ลอยอยู่ในอากาศเลย
เมืองด้านนอกยังมีเสียง แต่ไกลลงเรื่อย ๆ ไฟถนนยืดยาวเป็นเส้น เสียงแตรค่อย ๆ หายไปทีละจังหวะ เหลือเพียงเสียงลมที่ลอดผ่านขอบกระจก เณอลินมองตรงไปข้างหน้า เหมือนตัดเส้นจากผับที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เธอไม่หันไปมองเขาเลย
รถวิ่งผ่านแยกใหญ่ ไฟเขียวต่อเนื่องราวกับมีใครเปิดทางไว้ให้ตั้งแต่ต้น
เพทายขยับเพียงนิดเดียว แค่เปลี่ยนท่านั่ง เขายังไม่ล้ำเส้น แต่การมีอยู่ของเขาชัดเจน เงาสะท้อนบนกระจกทำให้เห็นไหล่เขาใกล้กว่าที่คิด เธอรู้ เขาก็รู้ ว่าความใกล้ยังไม่เกิด แต่แรงดึงมันอยู่ตรงนั้นแล้ว
ไม่มีเพลง
ไม่มีบทสนทนา
เงียบแบบไม่อึดอัด
เงียบแบบตั้งใจ
รถจอดหน้าโรงแรม ประตูเปิด พนักงานยื่นมือ เฌอลินลงก่อน ก้าวมั่นคง ไม่รีบ ไม่ช้า เธอไม่หันไปดูว่าเขาตามมาหรือไม่ แต่เสียงรองเท้าหนังด้านหลังก็ดังขึ้นทันที ในจังหวะเดียวกัน
ล็อบบี้สูง โปร่ง แสงอุ่น สะอาดและเงียบเกินจริง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยค้างในอากาศ เฌอลินเดินนำ เอ่ยกับพนักงานเพียงชื่อชั้นเดียว พนักงานพยักหน้าเหมือนรู้จัก เธอ ไม่หยุด ไม่ถาม และไม่ชะลอฝีเท้า
เพทายเดินตาม ระยะเท่าเดิม สายตากวาดเร็ว ๆ ประตู กล้อง ทางหนี ไม่มีอะไรเกินจำเป็น เขาไม่แตะ ไม่จับ ไม่เร่ง เธอไม่ห้าม เพราะยังไม่ถึงจังหวะนั้น
ลิฟต์ส่วนตัวปิด เสียงโลหะเบา ๆ ดังขึ้น ตัดโลกด้านนอกออกไป ตัวเลขไหลสูงขึ้นช้า ๆ ในความเงียบที่แน่นขึ้นอีกระดับ เฌอลินยืนหน้าแผงควบคุม มือข้างหนึ่งแตะผนัง ลมหายใจนิ่ง
เพทายยืนข้าง ๆ ระยะใกล้ขึ้นเพียงครึ่งก้าว แต่ยังอยู่ในกรอบ เธอเอียงหน้าเล็กน้อย เหมือนรับรู้
แต่ยังไม่ใช่อนุญาต
ลิฟต์เปิดออก ประตูห้องกว้าง เงียบ แสงสลัวจากด้านในไหลออกมารับทันที พื้นที่เปลี่ยนชัดตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไป เฌอลินเดินนำ วางกระเป๋าลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงคลิกดังขึ้นเพียงครั้งเดียว
เธอหันกลับมา มองเขาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกจากผับ สายตานิ่ง ชัด เหมือนตัดสินใจไปแล้วเรียบร้อย
“เข้ามา”
เพทายก้าวเข้าไป ก่อนจะปิดประตูเอง เสียงกลอนดังเบา ๆ แต่หนักพอให้รู้ว่าอะไรบางอย่างถูกทิ้งไว้ข้างนอกอย่างถาวร
กติกาเปลี่ยน โดยไม่ต้องมีใครอธิบาย
และคำถามเดียวที่ยังลอยค้างอยู่ในอากาศ
ใครเป็นคนคุม—?
ก็ยังไม่มีคำตอบ ‼️
====
ประตูปิดสนิท เสียงกลอนดังเบา ๆ แต่ตัดโลกด้านนอกออกอย่างชัดเจน แสงในห้องสลัว พื้นที่กว้าง และเงียบเกินความจำเป็น
เฌอลินเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวแล้วหยุด เธอไม่ถอดรองเท้าทันที ไม่ทิ้งตัวลงบนโซฟา แค่ยืนหันหลังให้เขา เหมือนขีดเส้นบาง ๆ กลางห้อง
เพทายหยุดตาม ระยะห่างราวหนึ่งช่วงแขน เขาไม่ถามว่าทำไมถึงหยุด ไม่เร่ง และไม่ขยับเข้าไปใกล้
เฌอลินหมุนตัวกลับมา สายตานิ่ง น้ำเสียงเรียบ ไม่รีบ เหมือนกำลังเปิดดีลที่คิดมาดีแล้ว
“ก่อนจะไปต่อ”
เธอพูด
“มีเงื่อนไข มีข้อตกลง”
เขาพยักหน้าเบา ๆ เพียงครั้งเดียว เป็นสัญญาณให้เธอพูดต่อ
เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ หยิบแก้วน้ำขึ้นจิบหนึ่งอึก ก่อนวางกลับที่เดิม เสียงแก้วกระทบหินดังชัดในความเงียบ
“หนึ่ง ไม่ผูกพัน”
เพทายตอบทันที “โอเค”
ไม่มีน้ำเสียงลังเล
ไม่มีคำถามตามมา
เฌอลินไม่มองหน้าเขานาน แค่รับรู้คำตอบ แล้วพูดต่อ
“สอง ไม่ต้องถามชื่อ ไม่ต้องอยากรู้”
เขาขยับคางขึ้นเล็กน้อย “ได้”
สั้นกว่าเดิม เหมือนตัดส่วนเกินทิ้ง
เฌอลินเดินไปอีกสองก้าว หยุดตรงหน้าต่าง มองไฟเมืองที่อยู่ต่ำลงไป แล้วพูดข้อสุดท้ายโดยไม่หันกลับมา
“สาม ไม่สานต่อเรื่องอะไรทั้งนั้นหลังจากคืนนี้”
คำพูดตกลงกลางห้องเหมือนเอกสารปิดดีล
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีเหตุผลยาว
และไม่มีพื้นที่ให้ต่อรอง
เพทายนิ่งไปครึ่งจังหวะ ไม่ใช่เพราะคิด แต่เพราะเลือกจะเว้นจังหวะ ก่อนตอบสั้น ๆ
“ตกลง”
คำเดียว
จบ 🚩
เฌอลินหันกลับมา มองเขาตรง ๆ ครั้งนี้ สายตาวัดระยะ เหมือนเช็กสัญญาฉบับสุดท้าย
“ไม่มีข้อโต้แย้ง?”
“ไม่มี”
ท่าทีของเขานิ่ง หลังตรง มืออยู่ข้างตัว ไม่ยื่น ไม่ขอ
เขาไม่ได้ยอมแพ้
เขาแค่ยอมรับกติกาที่เธอตั้ง และเลือกเล่นในกรอบนั้น
เธอถอดส้นสูง วางคู่กันอย่างเป็นระเบียบ เสียงรองเท้ากระทบพื้นเบา แต่ชัดเจน ก่อนจะเดินผ่านเขาไป หยิบรีโมต ปรับไฟให้สลัวลงอีกระดับ
เพทายขยับตามหนึ่งก้าว แล้วหยุดเองโดยไม่ต้องถูกห้าม ระยะใกล้ขึ้น แต่ยังไม่ล้ำเส้น
เฌอลินหยุดตรงหน้าโซฟา วางกระเป๋าลง เปิด ซองบาง ๆ โผล่ออกมา เธอหยิบมันขึ้น วางบนโต๊ะกลางห้อง อย่างชัดเจน ตั้งใจ
เธอไม่อธิบายว่ามันคืออะไร
ไม่จำเป็น
เพทายมองตาม ไม่แตะ ไม่ถาม
เขาแค่รับรู้ว่าเกมเดินไปอีกขั้น
และคนที่ขยับหมาก คือเธอ
เฌอลินเงยหน้าขึ้น สบตาเขา ระยะใกล้พอจะรู้ลมหายใจ แต่ยังไม่มีการแตะต้อง
“ถ้าเข้าใจตรงกัน”
เธอพูด
“ก็อย่าเสียเวลา”
เพทายตอบด้วยการก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว ไม่พูด ไม่แตะต้อง แต่ยอมให้ระยะหายไป ตามที่เธอเลือกเปิด
กติกาถูกตั้ง
เงื่อนไขถูกยอมรับ
และเกม—เริ่มขึ้นแล้ว 🃏
โดยไม่มีใครต้องถามอีกว่าใครคุม
————
ไฟในห้องยังนิ่ง แสงสลัวไม่เปลี่ยน แต่ความเงียบกลับหนักกว่าเดิม เหมือนอากาศข้นขึ้น ทั้งที่ไม่มีใครเอ่ยอะไร
เฌอลินยืนอยู่ก่อน ระยะห่างแค่พอให้รับรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า เธอไม่ขยับทันที ปล่อยให้จังหวะยืดออกไปอีกนิด เหมือนตั้งเวลาไว้เอง
เพทายยังอยู่ที่เดิม ไหล่ผ่อน มือไม่ยก ไม่ล้ำเส้น สายตามองเธอชัด ไม่หลบ และไม่กดดัน
เธอเป็นฝ่ายขยับก่อน ก้าวเล็ก ๆ เพียงก้าวเดียว ระยะห่างแคบลงนิดเดียว ยังไม่ถึงกับแตะ แต่ใกล้พอให้รู้ว่า ถ้าขยับอีกครั้ง เส้นจะหายไป
เพทายขยับตามหนึ่งจังหวะ ช้ากว่าเธอครึ่งก้าว ไม่แซง ไม่เร่ง ระยะยังคงเท่าที่เธอเปิดไว้
สายตาเจอกัน
ไม่มีคำถาม
ไม่มีรอยยิ้มกว้าง
มีแค่การมองที่ไม่ถอย
เฌอลินเอียงคางขึ้นเล็กน้อย
“ยังตามอยู่ใช่ไหม”
เสียงต่ำกว่าก่อนหน้า ไม่แข็ง แต่ชัด
“อยู่ตรงนี้”
เพทายตอบ เสียงเขาต่ำลงเหมือนกัน คำสั้น ไม่ขยาย
ความเงียบแทรกกลับมาอีกครั้ง หนักกว่าเดิม เพราะระยะใกล้ขึ้น เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ไม่แตะ แค่หยุดค้างกลางอากาศ ระดับอกเขา เหมือนเช็กว่าถ้าข้าม เขาจะทำยังไง
เพทายไม่ขยับ ไม่ยกมือสวน ไม่ถอย
เขาแค่รอ
เฌอลินลดมือลง แล้วก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว ระยะหายไปเกือบหมด ลมหายใจใกล้พอให้รับรู้
“ถอยกลับไปได้นะ”
เธอพูด แต่เท้าไม่ถอย
“ไม่ ไม่ถอย”
คำเดียว
ทันที
เธอมองเขาอีกครั้ง ครั้งนี้นานกว่าเดิม เหมือนตัดสินใจขั้นสุดท้าย ก่อนจะหันตัวเล็กน้อย เปิดทาง ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการชวน โดยไม่ต้องใช้คำ
เพทายขยับตามทันที ก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่เธอเปิดไว้ ระยะชิดขึ้น แต่เขายังหยุดตามจังหวะเธอ ไม่แซง
เฌอลินหยุดอีกครั้ง ก่อนเส้นสุดท้าย จังหวะนี้ยาวพอให้เลือก พอให้ถอย ถ้าใครคิดจะถอย
ไม่มีใครถอย
เธอเงยหน้าขึ้น สายตานิ่ง
“จากตรงนี้ ไม่มีบทบาทนะ”
“เข้าใจ”
เธอเป็นฝ่ายขยับเข้าไปเอง ระยะหายไป ลำตัวเฉียดผ่าน เสียงผ้ากระทบกันเบา ๆ มือเธอแตะเขาแค่ปลายนิ้ว เหมือนเช็กว่าความจริงยังอยู่ตรงนี้
เพทายไม่จับกลับทันที เขาขยับตามช้า ๆ ปล่อยให้เธอเป็นคนกำหนดจังหวะทั้งหมด
เธอพาเขาเข้าไปด้านใน ห้องกว้าง แต่โลกแคบลงทุกก้าว ไฟยังสลัว เสียงเมืองด้านนอกหายไปแล้ว
เฌอลินหยุดตรงขอบพื้นที่ใหม่ หันกลับมาอีกครั้ง สายตานิ่งเหมือนเดิม แต่ระยะไม่เหมือนเดิมแล้ว
เธอไม่พูดอะไรต่อ
ไม่จำเป็น
เพทายก้าวเข้าไปในระยะนั้น ตามหลังเธอหนึ่งจังหวะ ไม่แซง ไม่เร่ง
เฌอลินไม่ถอย ไม่ห้ามแค่สูดลมหายใจเข้าลึกขึ้นนิดหนึ่ง
“ถ้าเริ่มแล้ว” เธอพูดเสียงไม่สั่น แต่ต่ำ
“อย่าหวังว่าฉันจะใจดี”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
คราวนี้ตำแหน่งสลับอีกครั้ง เธอเป็นฝ่ายเอนหลังลงกับโซฟาไม่เต็มตัวแค่พอให้รู้ว่ามันไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมแล้ว เวลาผ่านไปยังไงไม่มีใครนับรู้ตัวอีกทีเธอก็อยู่ในห้องนอน
ไฟข้างเตียงยังไม่ทันได้ปิด ผ้าปูยับ ลมหายใจไม่เป็นจังหวะเหมือนก่อนหน้า
เฌอลินนั่งลงบนขอบเตียงเงยหน้ามองเขา
“นี่ไม่ใช่ข้อตกลง” เธอว่าน้ำเสียงชัดเจน
เขาเอื้อมมือไปปิดไฟก่อนจะตอบเสียงต่ำใกล้หู
“ผมรู้”
เตียงยุบลงความเงียบหายไปไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการขออนุญาตซ้ำมีแค่การตัดสินใจ
ที่ทั้งคู่… เลือกแล้ว ⚠️
ร่างเขาขยับเข้ามาอีกนิดใกล้จนเธอแทบไม่มีที่ให้หายใจแรงกดไม่ได้มาจากมือแต่มาจากตัวตนของเขาทั้งหมด นิ้วแตะลงช้า ๆ ที่ตรงสะดือตรงจุดที่เธอไวที่สุด ลูบไล้เบา ๆ แต่ไม่ได้คลึงพอให้รู้พอให้ร่างกายทรยศเจ้าของมันเอง
ลมหายใจของเขาหนักขึ้น กระเส่า แก้มเฉียดแก้ม
ริมฝีปากประกบกันเบา ๆ พอรู้สึก
“อย่ามองฉันแบบนั้น”
เขาพูดเสียงต่ำเหมือนเตือนตัวเองมากกว่าเตือนเธอ
เธอไม่ได้หลบไม่ได้พูด แค่เงยหน้าขึ้นอีกนิดระยะห่างหายไปจนแทบไม่มี
มือเธอเกร็งจับขยุ้มเสื้อเขาไว้แน่จนเห็นได้ชัดเหมือนกำลังกลั้นบางอย่างที่พร้อมจะพังและระบายมันออกมา
“ถ้าผมไปต่อ…ผมจะไม่หยุดนะ”
คำพูดสั้น ๆ ตรง ๆ ไม่อ้อนไม่ขอ
ความเงียบอัดแน่นอยู่ระหว่างลมหายใจ ร่างกายสองคนมันตอบตกลงไปก่อนแล้ว เหลือแค่สติที่ยังดื้ออยู่เส้นสุดท้าย
มือหนารีบถอดชุดออก แล้วโยนทิ้งไปที่ข้างเตียง
เพทายสอดมือไปด้านหลังอย่างชำนาญ สายตาคู่คมมองสองเต้าอวบอย่างไม่เชื่อสายตา
"นี่เธอบึ้มขนาดนี้เลยหรา ซ่อนรูปนี้หว่า"
มือเพทายค่อย ๆ เลื่อนไปขยำเต้าอวบ หัวใจที่เต้นระส่ำ ไม่ใช่เขาไม่เคยเห็น แต่มันทั้งอวบอึ๋มและห***มขาวอมชมพูแบบนี้ เขาไม่เคยเจอ
"อืม...อาส์นาย"
เพียงเป็นการสัมผัสแรก ปากบางก็ร้องด้วยความเสียว มันเสียวซ่านจนเธออธิบายไม่ถูก รู้เพียงว่าอยากให้เขาทำมากกว่านี้ ก่อนที่อกอวบจะแอ่นรับตามความเสียว มือหนาบีบคลึงไปที่เต้าสวยที่กลมกลึงเด้งสู้มือ เขาโน้มใบหน้าปากลงมาครอบดูดจูบเต้าสวย ดูดตวัดปลายห***มอมชมพูอย่างพริ้วไหว
"อ๊า..."
เพียงแค่ปลายลิ้นสัมผัส มือเล็กจิกไหล่กว้างเอาไว้แน่น
จนเขารู้สึกเจ็บแสบ แต่ก็ปล่อยให้เธอได้ทำตามอำเภอใจ
"อืม...มันดีไปหมดเลย นมทั้งหอมทั้งเด้ง"
เพทายผละออก ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
และมองไปที่ใบหน้าสวย ๆ ในยามนี้มันช่างดูยั่วยวนชวนลิ้มลองไปเสียหมด เขาใช้ปากประกบไปที่ปากบาง อยากลิ้มชิมรสของแรงปากเก่ง ว่ามันจะหอมหวานซักแค่ไหน แต่เกินคาดเมื่อปากเขาดูดลิ้มชิมรสของเฌอลินกลับจูบตอบอย่างดูดดื่ม แต่ก็กระตุ้นอารมณ์ความเสียวให้แก่เขาได้ไม่น้อย ลิ้นหนาตวัดไล่ต้อนลิ้นเล็ก เขาดูดกลืนน้ำหวานในปากครั้งแล้วครั้งเล่า ความหอมหวาน มันติดตรึงที่ปลายลิ้น
จนเขาไม่อยากผละออก นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปที่เนินสาว ตรงนั้นของเธอมันเฉอะแฉะไปหมด เพทายยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาเห็นกลีบสวยอวบอูมก่อนจะก้มลงไปลิ้มชิมรส
แผลบ แผลบ แผลบ แผลบ
"อ้า...นายฉันเสียวนะ..."
เมื่อลิ้นสัมผัส ปากบางก็ร้องด้วยความเสียว เพทายยิ่งได้ใจกระหวัดไปมาตามกลีบสวย สองมือจับขาเรียวสวยให้ถ่างกางขากว้างออกอีก ร่างบางกระตุกเกร็งเมื่อแตะจุดเม็ดถั่ว
"อ๊า...อืม...อ้าาาา~"
ร่างบางเด้งลอยขึ้นเล็กน้อยแขนขาแทบไม่มีแรง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ เขาใช้เพียงลิ้นก็ทำให้เธอร้องครางดิ้นพร่านถึงจุดสูงสุดเสียแล้ว
"เอ้า...เสร็จแล้วเหรอ"
เขาทำแบบนั้นจนเธอเสร็จ
ด้วยลิ้นอันพริ้วไหวของเขา เขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก จนเห็นกล้ามท้องเป็นมัดๆ หน้าอกซ้ายสักรูปมังกร
มันดูเร้าใจเกินต้าน ทำเอาเฌอลินเสียวซาบซ่าจนเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือเรียวยาวชักรูดท่อนแข็งอันคับใหญ่ มือเรียวยาวจับรูดท่อนเอ็นต่อ แล้วจับแยงเข้าไปตรงกลางหว่างขาดันท่อนเอ็นลำใหญ่เข้าไป
สวบ!!
"อ๊า...เบาหน่อยฉันเจ็บ..."
มือเรียวเล็กดันหน้าท้องเขาไว้ ใบหน้าสวยผูกขมวดคิ้วหัวคิ้วด้วยความเจ็บ
"ทนหน่อยนะ แรก ๆ ก็เจ็บแบบนี้แหละ"
เพทายก้มลงไปจูบปากให้เลิกสนใจ ก่อนที่เธอจะจูบตอบอย่างดูดดื่มและปล่อยใจไปกับเขา
พรวด!!
ท่อนแข็งใหญ่ถูกเขาดันเข้าไปอย่างแรง
"อ๊า...อืมมม เจ็บอ่า แต่เริ่มทนได้ละ เสียวดี"
"อืม...อาส์...อ้าาาา~"
เขาแค่เริ่มขยับ เฌอลินก็ร้องเสียวความเจ็บยังมีอยู่บ้าง และก็ดูเหมือนจะเริ่มเสียวมากขึ้นไปอีก
พับ พับ พับ
"อ๊า...อาาาา~”
"อ้า...อ๊าาา~..อืม...นายฉันเสียว..."
เพทายยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
พับ พับ พับ
"อาส์แน่นมาก ๆ เสียวชิบหาย..."
เพทายสบถออกมา เอวหนากระแทกซอยไม่หยุด มันคุ้มดีนะเพราะเธอมันดีจริง ๆ
"อาส์แน่น...อ้าาา~"
พับ พับ พับ
เพทายเริ่มจะติดใจเฌอลิน แต่เพทายก็คือเพทาย เขาไม่อยากผูกมัดกับใครอยู่แล้ว ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน ก็จะมีเมียตามติดตลอด เพราะฉะนั้นเขาและเธอจึงไม่เซ้าซี้ที่จะถามชื่อซึ่งกันและกันอีกต่อไป
เร่งซอยถี่จนกว่าจะสำเร็จความใคร่ จนตัวเธอเองก็เสร็จสมไปหลายรอบเหมือนกันหลังจากนั้นก็แยกย้าย แต่วันนี้เหมือนเขาเริ่มหลงและเหมือนโดนของซะเอง
เฌอลินหลับไปแล้วในตอนที่เกือบเช้า เขามองหน้าสวย ๆ ยอมรับว่าไม่เคยถูกใจใครขนาดนี้ อาจจะเพราะทั้งหน้าตาผิวพรรณที่มันสวยสง่ามีออร่าน่าดึงดูด ทำให้เขามีความต้องการมากกว่าปกติ เขาล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วหลับตามเธอไป
ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะหายไป
คือแสงสลัว
เงาสองเงาที่ซ้อนทับกัน
และประตูที่ปิดลงช้า ๆ โดยไม่มีใครต้องสั่ง
จากตรงนี้—
เส้นถูกข้ามแล้ว
โดยไม่ต้องเห็นอะไรไปมากกว่านั้น
ห้องกลับมานิ่งอีกครั้ง เสียงที่เหลือมีแค่แอร์เบา ๆ กับไฟที่ยังส่องอยู่
เณอลินขยับก่อน เธอลุกจากเตียงอย่างไม่เร่ง หยิบเสื้อคลุมมาสวม การเคลื่อนไหวเรียบตรง ไม่มีอะไรต้องปิดบัง และไม่มีอะไรต้องอธิบาย
เพทายยังนอนหลับอยู่ที่เดิม บนเตียงนั้นที่ฉันกับเขามีข้อตกลงกันสามข้อตัดจบตรงนั้น
ไม่มีใครควานหาโทรศัพท์
ไม่มีใครถามเวลา
ไม่มีใครเอ่ยคำว่า “ต่อ”
มันควรจบตรงนี้—
อย่างที่เธอเป็นคนเลือกเอง
คืนที่ไม่มีชื่อ…
กำลังจะกลายเป็นคืนที่ไม่ยอมจบง่าย ๆ
🥂🃏♠️