บทที่ 1
ความรู้สึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
“ว่าไง เจอเธอหรือเปล่า” เสียงถามไม่เบานักของคนที่รอคอยคำตอบอยู่ในห้องถามขึ้นในทันทีที่ผู้ช่วยคนสนิทเดินเข้ามาภายในห้อง
“ไม่เจอครับนาย เรา...ช้าไป...”
“โว้ย!” ยังไม่จบคำรายงานข้าวของบนโต๊ะก็ถูกกวาดทิ้งด้วยมือหนา
เมฆา หรือ นายหัวเมฆ หรือบางคนเรียกนายเมฆ วัย 47 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งนายหัวแห่งไร่คีรีรู้สึกว่าความอดทนของเขาน้อยลงไปทุกที ใบหน้าพลันถมึงทึง กรามแกร่งขบกันดังกรอด เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่กำลังเผชิญ
ว่าที่เจ้าสาวของเขาหายตัวไป พร้อมกันกับลูกในท้องอย่างไร้ร่องรอย...
“นะ...นายครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่าง กวิน เอ่ยเรียกอย่างกริ่งเกรง ก่อนจะรีบนำเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เมื่อปะทะกับสายตาคมกริบที่จ้องมองมา “ผมเจอนี่ในห้องของคุณชมพูครับ” บอกพลางยื่นจดหมายในซองสีขาวให้ผู้เป็นนาย
มือนั้นหยิบฉวยแล้วเปิดออกดูเร็วไว ครู่หนึ่งหลังจากอ่านมันจบ เมฆาก็พลันนิ่งงัน ก่อนคำสั่งเยียบเย็นในความรู้สึกของคนฟังจะดังตามมา
“ไปตามน้ำค้างมาพบฉันเดี๋ยวนี้!”
คำสั่งที่ได้ยินทำให้กวินอดเป็นห่วงหญิงสาวคนที่ถูกเอ่ยถึงไม่ได้ ทว่าทันทีที่นายเหนือหัวแห่งไร่ตวัดสายตามองชายหนุ่มก็ค้อมกายให้และทำตามคำสั่งทันที
"โฮ่ง ๆๆ! " เสียงของเจ้า โมโม่ ดังมาให้ได้ยินเมื่อกวินเดินทางมาถึงบ้านพักคนงานหลังหนึ่ง
“เงียบนะโมโม่ นั่นพี่วินหยุดเห่าได้แล้ว” เสียงหวานเอ่ยกับสุนัขของตน และราวกับว่ามันเชื่อฟังนักหนาเพราะเสียงเห่านั้นเงียบลงไปในทันที ก่อนจะวิ่งเร็วรี่มานั่งข้างเจ้าของ
เจ้าของเจ้าโมโม่คือหญิงสาวร่างบาง น้ำค้าง ผู้มีใบหน้าหมดจด ปากอิ่มจิ้มลิ้มแย้มเป็นรอยยิ้มทันทีที่กวินมาถึง ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาวเปิดเผยความเป็นมิตรจนกวินอดยิ้มตอบไม่ได้
“สวัสดีค่ะพี่วิน” น้ำค้างเอ่ยทักทายคนสนิทของนายใหญ่อย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มส่งให้
รอยยิ้มที่พานให้คนมองอึดอัดกับสิ่งที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย ด้วยไม่รู้ว่าหญิงสาวมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือเปล่า การหายตัวไปของว่าที่นายหญิงแห่งไร่ไม่น่าจะมีส่วนใดเกี่ยวข้องกับน้ำค้างสาวน้อยตรงหน้าที่เขาหมายปองได้
กลัวเหลือเกินว่ารอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้จะหายไป...
"พี่วินมีอะไรให้น้ำช่วยหรือเปล่าจ๊ะ” หญิงสาวถามพลางยื่นขันน้ำที่โรยดอกมะลิหอมอวลให้
กวินยกขึ้นจิบจนเกือบหมดขัน ก่อนจะนั่งลงบนแคร่ที่หญิงสาวมักใช้รับรองแขก ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวที่นั่งลงบนชิงช้าตัวโปรดไม่ไกลกัน มองใบหน้าสดใสที่ไกวมันเล่นเบา ๆ
“นายให้มาเรียกน้ำไปพบ” ทันทีที่เอ่ยบอกชิงช้าที่ขยับไกวก็พลันหยุดลง ก่อนสายตาแห่งคำถามจะถูกส่งมาให้กวิน “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร แต่เกี่ยวกับการหายไปของคุณชมพู”
“อะไรนะคะ! นายหญิงหายไป”
“ใช่ นายหัวเสียน่าดู” กวินบอกพลางสังเกตท่าทีของสาวน้อยตรงหน้า
“ตายจริง!” หญิงสาวลุกขึ้นยืน หน้าตาตื่นกับข่าวที่ได้ฟัง ไม่กี่วันข้างหน้า งานวิวาห์กำลังจะเริ่ม ทว่าวันนี้กลับได้รับรู้ว่าว่าที่นายหญิงหายตัวไปจากไร่
ป่านนี้นายจะเสียใจแค่ไหนกันนะ...
“น้ำไม่รู้จริง ๆ ใช่ไหมว่าทำไมคุณชมพูหายไป” ถึงจะพอเดาได้จากท่าทีที่ตกอกตกใจของสาวน้อยแต่เขาต้องการคำยืนยันจากปากของเจ้าตัวมากกว่า
“ทำไมพี่วินถามแบบนี้ล่ะคะ”
แววตาฉงนสนเท่ห์ที่ได้รับจากน้ำค้างทำให้กวินยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกกังวลภายในใจ
“ปะ...เปล่า พี่แค่คิดว่าน้ำสนิทกับคุณชมพูมากที่สุด” ใช่สิ...น้ำค้างจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคุณชมพูได้อย่างไร ถึงแม้ว่าคนเดียวที่นายหญิงมักเรียกหาจะเป็นน้ำค้าง แต่ไม่มีทางที่เธอจะทำเรื่องไม่ดี
บางทีนายอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป ใช่... เขาหวังให้นายเข้าใจอะไรผิดไปเอง บางอย่างในจดหมายนั่นอาจมีอะไรผิดพลาด กวินระงับความรู้สึกกังวลเหล่านั้นไป ก่อนจะเอ่ยบอกกับคนที่จ้องมองเขาที่เผลอคิดอะไรมากมาย
“ความจริงแล้วนายอยากให้น้ำไปพบที่บ้านของนาย...”
“นาย...เรียกหาน้ำเหรอคะ พี่วินหมายความว่า... น้ำต้องไปหานาย...”
วูบหนึ่งเขาเห็นประกายตาชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความอิจฉา ดวงตาของน้ำค้างมีประกายบางอย่างยามได้ยินชื่อของผู้เป็นนาย กวินพยักหน้ารับคำถามนั้น
เพียงไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองคนก็มาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ บ้านของนายแยกออกมาจากที่พักคนงาน นายชอบความเป็นส่วนตัว ชอบธรรมชาติที่รายล้อม ด้านหลังของบ้านมีลำธารใส เข้ามาที่นี่เมื่อใดน้ำค้างจะได้ยินเสียงน้ำไหลที่ฟังแล้วสบายใจ แต่เหมือนว่าไม่ใช่กับยามนี้
“ไม่ต้องกลัวนะน้ำมีอะไรก็บอกนายไปตรง ๆ แค่นั้นเอง” เสียงข้างกายของกวินปลุกน้ำค้างจากสิ่งที่คิด หญิงสาวละสายตาจากบ้านหลังใหญ่มามองเขา รอยยิ้มบางส่งให้กวินพร้อมพยักหน้ารับคำเขา
“คุณวินครับ คุณวิน!”
เสียงเรียกที่ดังกว่าปกติของคนงานในไร่เรียกสายตาของน้ำค้างและกวินให้หันไปมอง ฝ่ายนั้นกระหืดกระหอบราวกับวิ่งมานาน ก่อนจะพักลงวางมือลงบนเข่า ย่อตัวหอบฮักอยู่ข้างกายกวิน
“อะไรป้อม”
“หางเทาครับ...” พูดได้แค่นั้นก็หายใจหอบ กระทั่งเห็นสายตาคาดคั้นจากกวิน “หางเทากำลังจะคลอดครับ!” หางเทาคือม้าของไร่คีรี ทางไร่ปลูกองุ่นเน้นผลิตผลคือไวน์เลิศรส และผลองุ่นสดจากทางไร่ ส่วนการเลี้ยงหางเทาเจ้าม้าตัวหนึ่งของไร่คือความชอบหรืองานอดิเรกของนาย
“พี่วินไปเถอะค่ะ” น้ำค้างเอ่ยบอกกวินในทันที ด้วยรู้ดีถึงสายตากังวลเมื่อเขาหันมามองกัน สายตาของกวินบอกว่าไม่อยากทิ้งเธอไว้ให้เผชิญปัญหากับนายเพียงลำพัง
“ไปเถอะค่ะพี่วิน น้ำไม่เป็นไร” รอยยิ้มถูกมอบให้อีกครั้ง กวินพยักหน้ารับคำ หันไปหาคนรอ
“ไปป้อม พาฉันไปหาหางเทา” ว่าเสร็จทั้งสองคนก็แทบจะตัวปลิวจากไป
น้ำค้างละสายตาจากคนทั้งสองก่อนจะหันมองบ้านหลังใหญ่ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเดินเข้าไปในบ้านที่เธอเป็นคนทำความสะอาดในทุกวัน เธอควรจะคุ้นเคยในเมื่อเดินเข้าออกอยู่ทุกวัน แต่ความจริงแล้วนั้นช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง...
เมื่อเข้ามาภายในบ้านใหญ่น้ำค้างก็กวาดสายตาหาร่างของนาย ทว่าก่อนที่จะเจอเข้ากับร่างนั้น สายตาพลันปะทะเข้ากับขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมายบนโต๊ะ หญิงสาวเดินเข้าไปหา แล้วจัดการทำความสะอาดตามความเคยชิน
ขวดเหล้าและกับแกล้มที่บางส่วนเกลื่อนเปรอะเปื้อนอยู่บนโต๊ะถูกจับลงใส่ถุงดำใบใหญ่ ครั้นเก็บจนเรียบร้อยจึงพาไปทิ้งลงถังขยะในครัว ก่อนจะกลับมาจัดการจานชามที่มีกับแกล้มหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก
น้ำค้างทำทุกอย่างด้วยความเคยชิน โดยที่ไม่รู้เลยว่าตลอดเวลามีสายตาคู่คมของใครคนหนึ่งจ้องมองอยู่!
กระทั่งครู่หนึ่งที่จานชามทุกใบถูกวางลงบนชั้นวาง มือบางเช็ดมือกับผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ตรงตะขอแขวนของผนังห้องครัว ก่อนจะหันกายจากทุกสิ่งที่จัดเข้าที่ของมัน
“อุ๊ย!” น้ำค้างสะดุ้ง ก้มหน้าลงเมื่อพบว่าใครมองอยู่ เขาคือนายของที่นี่ เป็นเจ้าชีวิตของเธอและเป็นเจ้าของหัวใจดวงน้อยไม่รักดีนี้ของเธอด้วยเช่นกัน...
“ตกใจอะไรน้ำค้าง ทำอย่างกับทำอะไรผิดอย่างนั้น...”