กว่าจะได้นอนก็เล่นเอาเกือบเช้า พราวฟ้ามาทำงานด้วยหน้าตาสะลึมสะลือ แรงจะเดินเข้าบริษัทแทบจะไม่มี
‘ไอ้พี่ใหญ่บ้า คอยดูนะจะไม่ให้เข้าห้องเลย’ สาวน้อยบ่นในใจ
“พราวท่าทางแปลก ๆ นะวันนี้ ไม่สบายหรือเปล่า” มัดหมี่ถามเพื่อนด้วยความสงสัย
พราวฟ้ายื่นนิ้วออกไปคลี่ปมที่หน้าผากเพื่อนเบา ๆ
“ไม่ได้ป่วยจ๊ะ แค่รู้สึกเพลีย ๆ”
“ดีนะที่แกไม่มีแฟน ไม่อย่างนั้นฉันคิดอย่างอื่นไม่ได้เลย” แม็กกี้แย้ง
“แกเคยมีแฟนหรือไงฮะแม็ก”
“แน่นอนอยู่แล้ว ใครมันจะสาวใสไร้เดียงสาแบบแกไอ้หมี่” แม็กกี้ผลักศีรษะเพื่อนสาวตัวเล็กเบา ๆ
“ถึงฉันจะไม่มีแฟน ประสบการณ์ฉันระดับด็อกเตอร์นะบอกเลย”
“แกดูหนังเยอะจ๊ะเพื่อนสาว นอกจากฉันกับพราวแล้วแกก็ไม่ไปไหนมาไหนกับใครเลย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
“แล้วแกหล่ะทำเป็นรู้ดี พอเจอผู้ชายกระโดดใส่แกก็ตัวสั่นดิก ๆ เหมือนกันแหละ”
แม็กกี้กับมัดหมี่จิกกัดกันไปมา จนประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นโรงอาหารของบริษัท
“พอแล้วน่าเลิกกัดกันเรื่องนี้เถอะ น่าอาย” พราวฟ้าแยก เป็นจังหวะเดียวกับที่คนมาใหม่ก้าวเท้าเข้ามา เล่นเอาคนทั้ง 3 ที่อยู่ก่อนถึงกับตัวแข็งทื่อ
“น้อง ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะคำ คุยกันต่อได้เลยท่านประธานไม่ว่าอะไรหรอก” ธีภพเลขาคนสนิทของธนาธรหันไปบอกทั้งสามคน
“ค่ะ” มัดหมี่หันไปตอบรับ
“พราว วันก่อนโอม ที่อยู่มหาวิทยาลัย T เขาขอเฟซ ไลน์ ไอจีแกด้วย แต่ฉันไม่ได้ให้นะ จะมาถามแกก่อน” แม็กกี้พูดเบา ๆ ทำลายความเงียบ แต่คำถามของเขาทำคนตัวโตที่ยืนอยู่หน้าสุดหูผึ่ง
“ไม่ให้ดีแล้ว” พราวฟ้ากระซิบบอกเพื่อน
“ฉันว่าน่าจะให้นะ โอมน่ารักดี เหมือนลูกหมาเชื่อง ๆ เลย ตอนมาแรก ๆ ก็ดูเหมือนจะจีบแกอยู่แล้ว” มัดหมี่เสริม
“ไม่มั้ง..!” พราวฟ้ากระตุกเสื้อเพื่อนเบา ๆ
“ไม่อะไร ลองคุยดู ตอนนี้แกก็โสดอยู่ด้วย คุยไปเหอะน่า” แม็กกี้คะยั้นคะยอ
พราวฟ้าสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากคนตัวโตด้านหน้า
“เออ ฉัน ฉัน” อยากบอกเพื่อนว่ามีแฟนแล้ว แต่เขายังไม่เคยขอเธอเป็นแฟนเลยนี่นา อีกอย่างถึงจะนอนด้วยกันแล้ว แต่นั่นอาจจะเป็นวันไนท์ก็ได้ เขาอาจจะไม่ได้คิดถึงขั้นจะแต่งงาน
“คุณพราวครับ ทำธุระเสร็จแล้วไปพบผมที่ห้องทำงานด้วยนะครับ” ธนาธรเอ่ยบอกคนตัวเล็กโดยที่ไม่หันมามองด้วยซ้ำ
“ค่ะ” เธอรับคำหน้าหงอย ๆ
“คุณใหญ่จะไปดูแผนกบรรจุภัณฑ์ชั้น 22 ก่อนใช่มั้ยครับ” ธีภพรู้งานกดที่ชั้น 22 เพื่อให้ทั้งสามคนผ่อนคลาย
หลังจากที่คนตัวโตออกไปแล้วพราวฟ้าค่อยหายใจหายคอคล่องหน่อย
“ฉันสะกิดบอกแล้วว่าอย่าพูดเยอะ” พราวฟ้าหันไปเอาเรื่องเพื่อนทั้งสองคน
“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เรื่องส่วนตัวพนักงานเจ้านายไม่ว่าหรอก ตกลงให้ไม่ให้ช่องทางติดต่อเนี่ย” แม็กกี้ถามย้ำ
“ไม่ให้” พราวฟ้าพูดเสียงดังฟังชัด แกไม่เป็นไร แต่ฉันอาจตายได้หน่ะสิ
“ไปกินขนมที่แผนกฉันก่อนนะค่อยขึ้นไปพบคุณประธาน กว่าคุณประธานจะออกจากแผนกบรรจุภัณฑ์คงอีกนาน” มัดหมี่ลากเพื่อนทั้งสองไปแผนกบัญชีเป็นเพื่อน ช่วงนี้เธอไม่ค่อยกล้าอยู่คนเดียวเพราะใจสั่นให้กับใครบางคนที่อยู่แผนกเดียวกัน
พราวฟ้าคลุกอยู่กับเพื่อน ๆ คุยสัพเพเหระกับพี่ ๆ ที่แผนกบัญชีเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะกลับขึ้นห้องไปทำหน้าที่เฝ้าหน้าห้องให้ท่านประธานของเธอ
“น้องพราวมาพอดีเลย คุณใหญ่ถามหา พี่ว่าจะโทร.ตามแล้ว” ธีภพเดินออกมาจากห้องธนาธรพอดี
“พี่ทีมจะไปไหนคะ”
“ไปคลังสินค้าครับ คำสั่งคุณใหญ่ น้องพราวตามสบายเลยนะครับ” ธีภพยิ้มมีเลศนัยเหมือนรู้อะไรบางอย่างมา
‘พี่ทีมไม่อยู่คอยช่วยตายแน่ ๆ พราวเอ้ย’ พราวฟ้าเคาะประตูก่อนเข้าห้อง
“ขอเข้าไปนะคะ” เธอบอกเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปแล้วปิดประตูเบา ๆ
“ล็อกด้วยครับ” ธนาธรนั่งพิงพนักเก้าอี้มองมาที่เธอ ก่อนจะบอกเบา ๆ
“ล็อกทำไมคะ” พราวฟ้าหันไปถาม
“ผมไม่อยากให้ใครเข้ามาขัดจังหวะเวลาผมอยู่กับคุณ” น้ำเสียงคนตัวโตบ่งบอกว่ากำลังโกรธมาก ใบหน้าบึ่งตึงของเขาก็เช่นกัน
พราวฟ้าหันไปล็อกประตูแต่โดยดีก่อนเดินเข้าไปหาเขา
“เดินเข้ามานี่ครับ” ธนาธรบอกให้สาวน้อยเดินอ้อมโต๊ะมาหายืนข้าง ๆ เขา
“พี่ใหญ่โกรธพราวหรอคะ”
เขาหมุนเก้าอี้หันมามองหน้าเธอที่ตอนนี้ยืนอยู่ห่างเขาแค่เอื้อมมือ คนตัวเล็กหน้านิ้วคิ้วขมวดเหมือนรู้สึกผิดอะไรมา แต่ในสายตาเขาเธอกลับดูน่ารักน่าชังเหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังมองเขาอยู่
เขาทำหน้านิ่งมองเธอเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ไม่ยอมตอบคำถามของเธอด้วยซ้ำ
“ทำไมไม่พูดกับพราวหล่ะคะ” หรือเขาจะไม่ได้ชอบเธอแล้ว เขาอาจจะเป็นประเภทได้เธอแล้วก็ทิ้งอย่างนั้นหรอ แค่คิดน้ำใส ๆ ในตาก็พลานจะไหลออกมาให้ได้ เธอชอบเขามากจริง ๆ ถ้าเขาทิ้งเธอเธอจะทำยังไง
ธนาธรคว้าคนตัวเล็กให้นั่งลงบนตักเขา
“ร้องไห้ทำไมครับ”
“ก็พี่ใหญ่เป็นอะไรคะ อยู่ดี ๆ ก็ทำเสียงดุใส่ แถมพราวถามก็ไม่ตอบ ทำแบบนี้จะให้พราวคิดยังไงคะ เพราะเมื่อคืนเรานอนด้วยกันแล้วพี่ใหญ่เลยไม่ชอบพราวแล้วใช่มั้ยคะ” พราวฟ้าพยายามกลั้นน้ำตา แต่ก็กลั้นไม่อยู่จริง ๆ เธอชอบเขามาก ชอบมากจริง ๆ
“พี่ขอโทษนะ พี่ไม่รู้ว่าหนูจะคิดมากแบบนี้” เขากอดปลอบเธอ คนตัวเล็กกัดริมฝีปากจนแดงช้ำเพราะพยายามกลั้นความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้แต่ก็กลั้นไม่อยู่
ธนาธรใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาออกให้สาวน้อยที่นั่งอยู่บนตักเบา ๆ
“มองหน้าพี่สิครับ” คนตัวเล็กมองสบตาเขาแต่ก็ยังสะอื้นอยู่
“พี่ชอบพราวนะ ชอบมากด้วย แต่พี่ก็โกรธที่หนูไม่ตอบเพื่อนว่ามีแฟนแล้ว”
“พี่ใหญ่ไม่เคยขอพราวเป็นแฟนหนิคะ”
“เรานอนด้วยกันแล้วนะครับ” เขาจ้องตาเธอ เล่นเอาคนตัวเล็กหน้าแดงเมื่อคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืน
“นอนด้วยกันแล้ว แต่ไม่ได้เป็นอะไรกันก็มีหนิคะ”
“เรียนจบเราจะหมั้นแล้วก็จะแต่งงานกันแล้วนะ”
“นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาตกลงกันไว้ก่อนแล้วหนิคะ พี่ใหญ่ไม่เคยบอกว่ารักหนูซักคำ ไม่เคยขอเป็นแฟนด้วย หนูจะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่บังคับ” พราวฟ้าหลบตาคนตัวโต เมื่อสติเริ่มกลับมาเธอก็คิดได้ว่าท่านั่งของเธอตอนนี้ค่อนข้างล่อแหลม
ธนาธรใช้มือข้างหนึ่งรั้งเอวเธอไว้ส่วมมืออีกข้างก็ประคองหน้าเธอให้มองหน้าเขา
“พี่ชอบพราว พี่รักพราว เราคบกันนะคะ เราเป็นแฟนกันนะ” เขามองตาเธอหวานเยิ้ม ตอนนี้ธนาธรดูเหมือนหมาแก่เชื่อง ๆ ของเธอเข้าแล้ว “ว่าไงครับพี่รอฟังคำตอบอยู่นะ”
“อืม” เธอพยักหน้าตอบเขาเขิน ๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อธนาธรก็ฉวยโอกาสจูบเธอเข้าให้ จากจูบอ่อนโยนก็เริ่มแปลเปลี่ยนเป็นเร้าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออารมณ์พาไป ต่างฝ่ายต่างจูบแลกลิ้นไม่มีฝ่ายไหนยอมถอย ธนาธรถอดสูทตัวนอกออกทั้ง ๆ ที่ปากยังไม่หลุดออกจากกันด้วยซ้ำ มือหน้าเริ่มปลดกระดุมเสื้อสามเม็ดบนของคนตัวเล็กด้วยท่าทางรีบร้อน
~~~ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~~~
เสียงเคาะประตูทำลายบรรยากาศในห้องเล่นเอาเขาหัวเสียที่ต้องถอนจูบออกโดยไม่เต็มใจ
“พี่ใหญ่ มีคนมาค่ะ” พราวฟ้าผลักอกเขาออกเมื่อคนตัวโตทำท่าจะดึงเธอเข้าไปจูบต่อ
เขาติดกระดุมของเธอให้เหมือนเดิม แต่พอคิดได้ว่าประตูล็อกอยู่ ถ้าเปิดประตูตอนนี้พราวฟ้าต้องเสียหายแน่ ๆ
“หนูลงไปใต้โต๊ะก่อน ถ้าพี่เดินไปปลดล็อกประตูแล้วมีหนูอยู่ด้วย พี่กลัวหนูจะเสียหาย”
พราวฟ้าเชื่อฟังมุดลงไปนั่งอยู่ใต้โต๊ะ ดีนะที่โต๊ะของเขาทึบ คนฝั่งตรงข้ามไม่มีทางมองเห็นเธอ ยกเว้นจะเดินมาฝั่งที่นั่งของเขา
ธนาธรเดินไปปลดล็อกประตูให้คนที่เข้ามาขัดจังหวะเขา เข้ามาในห้อง
เขาหมุนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ส่วนคนมาใหม่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเขา
“ท่านประธานคะ มินจะเรียนปรึกษาเรื่องการจัดทริปศึกษาดูงานปีนี้ค่ะ ปีนี้แผนกของมินรับหน้าที่จัดสถานที่ดูงาน เลยไม่มั้นใจว่าจะเสนอที่นี่ดีมั้ย ก่อนที่จะเสนอในที่ประชุมมินอยากให้ท่านประธานช่วยดูก่อนค่ะ
“ขอแฟ้มให้ผมดูก่อนครับเดี๋ยวผมให้คำตอบ”
“มินรอคำตอบจากท่านประธานก่อนค่อยออกไปก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวดูยั่วยวน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ หยิบแฟ้มจากมือเธอมาเปิดดูคร่าว ๆ
คนตัวเล็กที่อยู่ใต้โต๊ะตอนนี้เริ่มหมั่นใส้ เธอคิดอยากแกล้งเขาเล่นจึงยื่นมือไปจับที่เข่าของเขา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาที่ต้นขาแล้วลูบ ๆ อยู่บริเวณนั้นช้า ๆ
กว่าเขาจะสงบสติตัวเองได้กว่าน้องชายเขาจะสงบก็ใช้เวลาไม่น้อย คนตัวเล็กยังแกล้งให้น้องชายของเขาตื่นตัวขึ้นมาอีก ธนาธรรู้สึกปวดหนึบที่กึ่งกาย แต่ก็ต้องควบคุมเอาไว้
“ท่านประธานเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูหน้าแดง ๆ”
เขาส่งแฟ้มคืนให้เธอ
“ไปหาสถานที่ใหม่ครับ ปีนี้ผมไม่ชอบน้ำ”
“ค่ะ” เธอรับแฟ้มแบบงง ๆ
“ช่วยออกไปแล้วปิดประตูด้วยครับ”
มินตรารีบหมุนตัวออกไปจากห้อง เพราะดูจากสีหน้าแล้วเขาเหมือนจะเริ่มโกรธอะไรบ้างอย่าง
เมื่อประตูปิดลงเขาก็จับมือสาวน้อยที่อยู่ใต้โต๊ะเอาไว้ แล้วนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งดึงคนตัวเล็กเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม
“พี่ใหญ่” เธอตีไหล่เขาเบา ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมออกมาจากใต้โต๊ะ
“ดื้อนักนะ ออกมาให้ทำโทษเลย”
~~~ก๊อก ก๊อก ก๊อก~~~
เขากำลังจะดึงเธอมาจูบอีกรอบ แต่ยังไม่ทันจะจูบเสียงเคาะประตูขัดจังหวะรอบสองก็ดังขึ้น
“คุณใหญ่ครับ เรือขนส่งสินค้าจากจีนติดอยู่ที่ศุลกากรตอนนี้ยังไม่ปล่อยออกมาเลยครับ” ธีภพเดินหน้าตื่นเข้ามาในห้อง
“นายช่วยไปตามพราวฟ้าเข้ามาให้หน่อย จะให้มาฟังปัญหาด้วยกัน”
“ครับ” ธีภพรับคำงงๆ ปกติเรื่องนี้นักศึกษาฝึกงานไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ทำไมเขาต้องไปตามด้วย
เมื่อธีภพออกไปแล้ว คนตัวเล็กก็มุดออกมาจากใต้โต๊ะ
“พี่ใหญ่ อย่าให้พี่ทีมรู้นะว่าพราวอยู่ในห้องนี้”
“จุ๊บก่อนแล้วจะไม่บอกใคร”
พราวฟ้าหน้างอ แต่ก็ยอมจุ๊บเขาอยู่ดี
“ไปหลบในห้องพักผ่อนพี่ก่อน หลังชั้นหนังสือ ทีมออกไปแล้วพี่จะบอก”
“ความลับนะคะพี่ใหญ่ ห้ามบอกใครว่าเราคบกัน”
“ครับรับทราบครับ” เขาทำหน้าทะเล้น ส่วนสาวน้อยของเขาก็ทำหน้างอเดินเข้าห้องลับหลังชั้นหนังสือในห้องทำงานของเขาไป